หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สถานการณ์ข้าวสาลีกับวิกฤติฝนแล้ง



ภาวะฝนแล้งในเขตประเทศผู้ผลิตข้าวสาลีรายใหญ่ของโลก ได้แก่ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ทำให้แนวโน้มผลผลิตข้าวสาลีจะมีปริมาณต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2003 ทั้งอาจส่งผลกระทบให้ราคาในท้องตลาดเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ประเทศยูเครนและรัสเซียที่เป็นผู้ผลิตข้าวสาลีถึง 11% ของโลก ประสบภาวะฝนแล้งติดต่อกันเป็นระยะเวลาถึงสามเดือน ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่ราคาข้าวสาลีอาจจะเพิ่มสูงขึ้นถึงระดับ 9.17 ดอลลาร์สหรัฐต่อบุชเชล (11.32 บาท/กิโลกรัม) ดังที่เคยเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ที่ดัชนีราคาอาหารทั่วโลกขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากสาเหตุภาวะฝนแล้งเมื่อปี 2553

! นอกจากรัสเซียและยูเครน มลรัฐแคนซัสของสหรัฐอเมริกา และมลรัฐออสเตรเลียตะวันตก ก็พบภาวะฝนแล้งเช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ผลผลิตทั่วโลกลดลงประมาณ 2.5% เหลือ 677.56 ล้านตัน และปริมาณสำรองทั่วโลก 188.1 ล้านตัน และหากสถานการณ์ภัยแล้งยังคุกคามต่อเนื่อง ทางกระทรวงเกษตรของสหรัฐ (USDA) อาจประกาศลดค่าคาดการณ์ทั้งผลผลิตและปริมาณสำรองเหลือเพียง 669.15 และ 183.3 ล้านตันตามลำดับ อนึ่ง ขณะนี้ราคากลางซื้อขายข้าวสาลี ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2555 อยู่ที่ 7.715 ดอลลาร์สหรัฐต่อบุชเชล (9.53 บาท/กิโลกรัม) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 7.51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบุชเชล (9.28 บาท/กิโลกรัม) ในเดือนกรกฎาคมแล้ว Bloomberg




ที่มา : Bloomberg (25/05/55)

มติ กนป. เลิกนำเข้าปาล์ม 3 หมื่น


ตันที่ประชุมคณะกรรมการน้ำมันปาล์มแห่งชาติ (กนป.) เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2555 มีมติไม่นำเข้าปาล์ม 30,000 ตัน เนื่องจากผลผลิตในประเทศกำลังทยอยออกสู่ตลาด อีกทั้งสถานการณ์ราคาในต่างประเทศที่อ่อนตัวลง และไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการส่งออกน้ำมันปาล์มในอัตรา 10 บาท/กิโลกรัม

นอกจากนี้ ที่ประชุม กนป. ยังเห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานในการดำเนินการเรื่องน้ำมันปาล์ม ตั้งแต่กระบวนการผลิต ขนส่ง และการสกัด อย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งระบบ ให้พร้อมต่อการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้า



ที่มา : โพสต์ทูเดย์ (25/05/55)

วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ไอซ์แลนด์ขยายปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางทะเล



ไอซ์แลนด์ - ในปี 2011 การส่งออกผลิตภัณฑ์ทางทะเลมีมูลค่าสูงถึง ISK 256,000,000,000 และเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 7.8 จากปีก่อน

ปริมาณการส่งออกจำนวน 672,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม ISK 252 พันล้าน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 ในเชิงปริมาณ และร้อยละ 14.1 ในเชิงมูลค่า โดยผลิตภัณฑ์แช่แข็งคิดเป็นร้อยละ 57 ของมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางทะเลทั้งหมด แต่รายได้การส่งออกสูงสุดมาจากปลาแม็คเคอเรลแช่แข็ง เขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) เป็นตลาดที่สำคัญที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์ทางทะเลของไอซ์แลนด์ และในปี 2011 มูลค่าการส่งออกสำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปยัง ! EEA มีมูลค่า ISK 181,000,000,000 หรือคิดเป็นร้อยละ 72 ของมูลค่าการส่งออก



ที่มา : TheFishSite News (22/05/55)



วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ญี่ปุ่นปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีตกค้าง และวัตถุปรุงแต่งอาหาร



กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น (MHLW) ได้เสนอการปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีตกค้าง และสารปรุงแต่ง ตามพระราชบัญญัติสุขอนามัยอาหารญี่ปุ่น ครั้งที่ 157 ในวันที่ 17 เมษายน 2555

สาระสำคัญสรุปดังนี้

1) กำหนดมาตรฐานสารเคมีทางการเกษตรและยาสัตว์ 3 รายการ ได้แก่ Dimethametryn, Furametpyr และ Thiamphenicol

2) ยกเลิกมาตรฐานสินค้าเกษตร จำนวน 24 รายการ

3) กำหนดมาตรฐานตับโค

4) พิจารณาการขึ้นทะเบียนสารปรุงแต่ง 2 ชนิด ได้แก่ trans-2-Petenal และ Magnesium Monohydrogen Phosphate

5) แจ้งความก้าวหน้าในการประเมินสารปรุงแต่งอาหารที! ่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพสิ่งมีชีวิตและมีการใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก รวมทั้งความคืบหน้าในการเตรียมการประกาศใช้กฎหมายในประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถส่งข้อคิดเห็นผ่าน enquiry point ว่าด้วยมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO/SPS Agreement)



ที่มา : มกอช. (2-05-55)

ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ มีแนวโน้มผ่อนปรนการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนยแข็ง



องค์กรมาตรฐานอาหารออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (FSANZ) ได้ยอมรับในข้อเสนอการนำเข้าผลิตภัณฑ์กลุ่มเนยแข็งที่ยังไม่ได้ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ แต่ยังต้องพิจารณามาตรฐานความปลอดภัยต่อผู้บริโภคให้รัดกุม ตั้งแต่กระบวนการผลิตและลักษณะของผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าว

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.foodstandards.gov.au/foodstandards/proposals/proposalp1007primary3953.cfm


ที่มา :FSANZ (2-05-55)