ตามที่ มกอช. ได้นำเสนอข่าวสหรัฐฯ แจ้งผู้ประกอบการจดทะเบียนโรงงานใหม่ ตามกฎหมายความปลอดภัยสินค้าอาหารฉบับใหม่ (Food Safety Modernization Act: FSMA) ช่วงทุกปีเลขคู่ช่วงไตรมาส 4 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น
สหรัฐฯ ได้เพิ่มเติมขั้นตอนสำหรับการจดทะเบียนโรงงานสำหรับผู้ประกอบการ ทั้ง 13 หัวข้อ โดยผู้ประกอบการสามารถจดทะเบียนได้ 2 วิธี คือ จดทะเบียนทางโทรสารหรือไปรษณีย์ และจดทะเบียนแบบออนไลน์ ซึ่งสามารถเข้าไปดูรายละเอียดทีละขั้นตอน (Step-by-step) ได้ที่http://www.fda.gov/Food/GuidanceComplianceRegulatoryInformation/RegistrationofFoodFacilities/OnlineRegistration/ucm073706.htm และสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม FDA3537 สำหรับการจดทะเบียนโรงงานใหม่ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2555 ได้ที่www.fda.gov/downloads/AboutFDA/ReportsManualsForms/Forms/UCM071977.pdf ข่าวจดทะเบียนโรงงานฯ http://www.acfs.go.th/news_detail.php?ntype=07&id=105! 10
ที่มา : มกอช.(16 ก.ค.55)
|
วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
สหรัฐฯ เพิ่มเติมขั้นตอนการจดทะเบียนโรงงานแบบออนไลน์
ฟิล์มห่ออาหารจากข้าวโพด ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาของผักตระกูลกะหล่ำ
บริษัท Sirane ของสหรัฐฯ คิดค้นฟิล์มห่ออาหาร Sira-Flex ที่มีส่วนประกอบหลักของข้าวโพด มีคุณสมบัติช่วยรักษาสมดุลของแก็สออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในพืชผักที่บรรจุให้มีปริมาณเท่ากันที่ 15% ทำให้เชื้อปนเปื้อนหลายชนิดไม่สามารถเจริญเติบโต อีกทั้งไม่เกิดภาวะเป็นกรดที่ส่งผลต่อเนื้อสัมผัสและรสชาติ ควบคุมความชื้นของผลิตภัณฑ์ ทั้งยังยอมให้แก็สและความชื้นผ่านเข้า-ออกอย่างเหมาะสมในอุณหภูมิการเก็บรักษาที่แตกต่างกันอีกด้วย ซึ่งเมื่อทดลองใช้กับบร็อกโคลีและกะหล่ำดอก พบว่าผักสองชนิดนี้ที่มักเสื่อมสภาพภายในหนึ่งวันนั้น ยังคงสภาพที่ดีหลังจากผ่านไปห้าวันเมื่อห่อด้วยฟิล์มดังกล่าว ! ;
ปัจจุบันขยะจากอาหารมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก เฉพาะในสหภาพยุโรปมีปริมาณถึง 89 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 179 กิโลกรัมต่อประชากร โดยคณะกรรมาธิการยุโรปได้แจ้งเตือนทางสหภาพฯ ว่าหากไม่มีการจัดการที่ดี ขยะดังกล่าวอาจเพิ่มปริมาณทับถมขึ้นถึง 126 ล้านตัน ภายในปี 2020 อนึ่ง ฟิล์มห่ออาหาร Sira-Flex ได้วางตลาดแล้ว โดยผู้ผลิตมีความคาดหวังว่าจะได้รับความนิยมจากประเทศเขตร้อนและพื้นที่ที่ต้องขนส่งอาหารทางบกที่ใช้ระยะเวลานาน
ที่มา : FoodProductionDaily (16 ก.ค.55)
|
วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
อียูเตรียมผ่อนปรนการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น
สหภาพยุโรปอาจเตรียมผ่อนปรนข้อกำหนดการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ หลังจากก่อนหน้านี้มีการควบคุมอย่างเข้มงวดเพราะเกรงผลกระทบของสารกัมมันตรังสี จากวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะ-ไดอิจิช่วงเดือนมีนาคม 2554
ข้อมูลที่ได้รับจากญี่ปุ่นในการประชุมของคณะกรรมาธิการยุโรปด้านกิจการทางทะเลและการประมง และกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น ณ กรุงโตเกียว บ่งชี้ความเสี่ยงในการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในระดับต่ำมาก ซึ่งสมาชิกคณะกรรมาธิการยุโรปจะขอให้ทางสหภาพยุโรปทบทวนระบบตรวจสอบสารกัมมันตรังสีที่ใช้ในปัจจุบัน
ที่มา : Infoquest (13 ก.ค.55)
วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ญี่ปุ่นเพิ่มมาตรการตรวจเข้มกุ้งเวียดนาม-ไทยหวั่นเสียเจ้าตลาด
ญี่ปุ่นได้เพิ่มมาตรการสุ่มตรวจกุ้งที่นำเข้าจากเวียดนาม จากปกติ 5% เพิ่มเป็น 30% หลังจากตรวจพบสารเคมีและสารปฏิชีวนะต้องห้าม โดยอาจมีพิจารณาห้ามนำเข้าในกรณีตรวจพบสารปนเปื้อนเพิ่มเติม ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2554 ญี่ปุ่นตีกลับสินค้ากุ้งเวียดนามจำนวน 56 ล็อต เนื่องจากตรวจพบสารปฏิชีวนะ Endofloxacin
ปัจจุบันเวียดนามมีปริมาณการส่งออกกุ้งเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกของปี ทั้งที่เป็นช่วงหน้าหนาวที่ไม่ค่อยมีผลผลิต เนื่องจากผู้ประกอบการเวียดนามสบช่องที่กุ้งไทยราคาตกต่ำ นำเข้ากุ้งไทยไปแปรรูป! ส่งออก ซึ่งนายบรรจง นิสภวาณิชย์ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย แสดงความวิตกกังวลในสถานการณ์ราคากุ้ง โดยเฉพาะกุ้งคุณภาพสูง ทั้งที่ไทยสามารถผลิตกุ้งที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยทางอาหารระดับสูง และสามารถตรวจสอบย้อนกลับในกระบวนการผลิตได้ ทั้งนี้นายกสมาคมฯ คาดหวังให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นมือช่วยเหลือก่อนที่ไทยจะเสียตลาดให้แก่เวียดนาม และไม่สามารถขายกุ้งในราคาที่สูงได้อีก
ที่มา : ไทยรัฐ/TheFishSite (11 ก.ค.55
วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
FAO เรียกร้องทั่วโลกตระหนักการทำประมงอย่างยั่งยืน
องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมประมงแบบยั่งยืน จากรายงาน "สถานการณ์การประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโลก" เดือนมิถุนายน 2555 ระบุความต้องการผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำและประมงที่เพิ่มสูงขึ้น เฉพาะการบริโภคปลาทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มจาก 128 ล้านตันในปี 2553 เป็น 172 ล้านตันในปี 2564 นอกจากนี้ ปัจจุบันอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นหนึ่งในภาคการผลิตวัตถุดิบอาหารที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด
FAO ชี้ให้เห็นความสำคัญที่รัฐบาลของแต่ละปร! ะเทศควรดำเนินนโยบายการประมงอย่างยั่งยืน โดยประเด็นเร่งด่วนอยู่ที่การคุ้มครองถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ใช้วิธีการจับสัตว์น้ำที่ประหยัดพลังงานและส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมต่ำ ควบคุมการประมงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
อุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและประมง เป็นแหล่งอาหารสำหรับผู้คนนับพันล้านคน อีกทั้งสร้างรายได้หล่อเลี้ยงประชากรมากกว่า 1 ใน 10 ของโลก FAO ประมาณการว่ามูลค่าการส่งออกของผลิตภัณฑ์ปลาและผลิตภัณฑ์จากการประมงสูงถึงกว่า 125,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4 ล้านล้านบาท) ในปี 2554
ที่มา : มกอช.(10 ก.ค.55)
วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
อินโดนีเซียขยายผลมาตรการ
ด้วยเหตุปริมาณการนำเข้าข้าวเพื่อบริโภคภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นมาก รัฐบาลอินโดนีเซียได้ตัดสินใจนำนโยบายรณรงค์งดทานข้าววันอังคารที่ได้ใช้ในเขตเทศบาลเมือง Depok นอกกรุงจาการ์ตาเมื่อช่วงต้นปี มาปรับใช้กับเมืองอื่นๆ ภายในประเทศ โดยมาตรการดังกล่าวเป็นความพยายามที่จะทำให้มีปริมาณข้าวเหลือพอเพียงต่อประชาชนทั้งประเทศ โดยไม่ต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศ ซึ่งมาตรการดังกล่าว รวมถึงการให้ร้านขายอาหารในสถานที่ราชการ งดการขายข้าวทุกวันอังคาร เพื่อให้คนหันไปรับประทานอย่างอื่นแทน
ปัจจุบันปริมาณการบริโภคข้าวในอินโดนีเซียสูงถึง 139 กิโลกรัมต่อคนต่อปี เมื! ่อคิดเป็นปริมาณรวมต่อปี ประชากรราว 240 ล้านคนของอินโดนีเซียจะบริโภคข้าวถึงปีละกว่า 33 ล้านตัน ซึ่งด้วยปัญหาการสูญเสียพื้นที่ปลูก ทำให้อินโดนีเซียต้องนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้นทุกปี
ที่มา : Oryza/กรุงเทพธุรกิจ (5 ก.ค.55)
วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
อียู ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีกับเปรู-โคลัมเบีย
กรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรป ลงนามใน FTA ร่วมกับผู้แทนคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป รัฐมนตรีกระทรวงการค้าโคลัมเบีย และรัฐมนตรีกระทรวงการค้าต่างประเทศเปรู ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปประเมินว่าข้อตกลงทางการค้าจะลดภาระทางภาษีอากรให้กับผู้ส่งออกของสหภาพยุโรปได้ถึงประมาณปีละ 270 ล้านยูโร (ประมาณ 11,000 ล้านบาท) นอกจากนี้ ยังจะเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับทั้งสองฝ่าย รวมทั้งเพิ่มเสถียรภาพและสภาวการณ์ตลาดที่คาดการณ์ได้
เมื่อข้อตกลง FTA มีผลบังคับใช้ จะทำให้มีการยกเลิกภาษีศุลกากรในสินค้าอุตสาหกรรมและประมง ปรับปรุงการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การให้บริการ และตลา! ดการลงทุน รวมทั้งการลดอุปสรรคทางเทคนิคในทางการค้า และกำหนดกฎระเบียบด้านสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การดำเนินการอย่างโปร่งใส และการแข่งขัน ซึ่งทางสหภาพยุโรปจะเปิดโอกาสให้กับผู้ส่งออกจากเปรูและโคลัมเบียในผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและประมงทันที และการลดหย่อนภาษีสินค้าเกษตร ซึ่งจะเป็นผลให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานของประเทศคู่ค้า
ข้อตกลงดังกล่าวได้กำหนดกฎระเบียบครอบคลุมมากกว่าข้อตกลงในกรอบเจรจาพหุภาคีในส่วนของอุปสรรคที่มิใช่ภาษีในการเปิดตลาด การแข่งขัน ความโปร่งใส และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกป้องสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์กว่า 100 รายการของสหภาพยุโรปในตลาดโคลัมเบียและเปรู
นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังเปิดโอกาสแก่สมาชิกในกลุ่มประเทศเขตเทือกเขาแอนดีส เช่น โบลิเวีย และเอกวาดอร์ ที่จะสามารถเข้าร่วมข้อตกลงการค้าเสรีได้ในอนาคต
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.thepigsite.com/swi! nenews/3 0160/eu-signs-trade-agreement-with-colombia-peru
ที่มา : ThePigSite (4 ก.ค.55)
วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
นิวซีแลนด์เตรียมออกมาตรการควบคุมการลากอวนเพื่ออนุรักษ์โลมา
กระทรวงอุตสาหกรรมขั้นปฐมภูมิ (MPI) ของนิวซีแลนด์ ได้เตรียมประกาศใช้มาตรการควบคุมการลากอวนในระยะ 2 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง Taranaki ไปจนถึงบริเวณ Pariokariwa Point ทางทิศใต้ของเมืองท่า Hawera ของเกาะเหนือ นอกจากนี้ยังกำหนดให้การลากอวนในระยะ 2-7 ไมล์ทะเล ของพื้นที่ดังกล่าวต้องมีผู้สังเกตการณ์ควบคุมด้วย จึงจะให้มีการลากอวนได้
ปัจจุบัน Maui’s dolphin (Cephalorhynchus hectori maui) ซึ่งเป็นโลมาสายพันธุ์เล็กและหายาก พบได้เฉพาะที่ชายฝั่งตะวันตกของเกาะเหนือ นิวซีแลนด์ โดยมีประชากรเต็มวัยเหลือเพียงประมาณ 55 ตัว ท! าง MPI อยู่ระหว่างทบทวนแผนบริหารจัดการเพื่อลดภัยคุกคาม คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ทั้งนี้จะคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนประมงชายฝั่งด้วย
ที่มา : TheFishSite (3 ก.ค.55)
วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ญี่ปุ่นเริ่มขายสินค้าสัตว์ทะเลจับนอกฝั่งฟุกุชิมะ
หลังจากเหตุการณ์สึนามิและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิระเบิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ได้มีการเฝ้าตรวจสอบการปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีในสัตว์ทะเล 163 ชนิด จากสมาคมสหกรณ์สหพันธ์ประมงจังหวัดฟุกุชิมะ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2554 และขณะนี้เริ่มมีการวางจำหน่ายหมึกยักษ์และหอยทะเล (whelk) ที่จับในน่านน้ำนอกชายฝั่งโซมะราว 50 กิโลเมตร ที่ความลึกกว่า 150 เมตร ซึ่งผ่านการตรวจสอบการปนเปื้อนซีเซียม โดยจำหน่ายที่ราคาต่ำกว่าปกติ 40% แต่จากผลการตรวจสอบดังกล่าว ก็ยังมีปลาอีกหลายชนิดที่ไม่สามารถวางจำหน่ายได้เนื่องจากยังมีระดับการปนเปื้อนสูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัยของรัฐบาล
ที่มา : สำนักข่าวเอพี (3 ก.ค.55)
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)