หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

EU ขยายการอนุญาตไทยส่งออกปลามีชีวิตทุกชนิดเพื่อเพาะเลี้ยงในฟาร์ม



คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศกฎระเบียบ Commission Implementing Regulation (EU) No 1012/2012 ลงใน Official Journal เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2555 โดยมีเนื้อหาเป็นการแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบ Regulation (EC) No 2074/2005 และ Regulation (EC) No 1251/2008 ดังนี้

1. ขยายการอนุญาตให้ไทยบรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่สามารถส่งออกปลาที่มีชีวิตทุกชนิด (all fish species) เพื่อการเพาะเลี้ยง จากเดิมที่สามารถส่งออกปลาที่มีชีวิตได้เฉพาะวงศ์ปลาหมอ (Cyprinidae)
! ; 2. กำหนดแบบฟอร์มใบรับรองสุขอนามัยสัตว์น้ำใหม่ 3 ฉบับ ได้แก่
2.1 ใบรับรองสุขอนามัยสัตว์น้ำในการนำเข้าเพื่อบริโภค
2.2 ใบรับรองสุขอนามัยสัตว์น้ำในการนำเข้าเพื่อเพาะเลี้ยงและจัดแสดงในพื้นที่เปิด
2.3 ใบรับรองสุขอนามัยสัตว์น้ำสวยงามในการนำเข้าเพื่อจัดแสดงในพื้นที่ปิด

ทั้งนี้ สหภาพยุโรปได้อนุโลมให้สินค้าสัตว์น้ำที่ใช้ใบรับรองสุขอนามัยฉบับเดิม ใน Part A และ B ของภาคผนวก IV ของ Regulation (EC) No 1251/2008 และสินค้าประมงที่ใช้แบบฟอร์มตาม Appendix IV ของภาคผนวก ! VI ของ Regulation (EC) No 2074/2005 สามารถใช้ประกอบการนำเข้าได! ้จนถึงวั นที่ 1 มีนาคม 2556

ศึกษากฎระเบียบ Commission Implementing Regulation (EU) No 1012/2012
ได้ที่ http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2012:306:0001:0018:EN:PDF



ที่มา : มกอช./สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป
ณ กรุงบรัสเซลส์ (19 พ.ย.55)


วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เกาหลีใต้-เอกวาดอร์ ลงนามความตกลงเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความปลอดภัยสินค้าประมง

เกาหลีใต้และเอกวาดอร์ ได้ลงนามในความตกลงเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความปลอดภัยของสินค้าประมง เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 โดยกำหนดให้สถานที่แปรรูปสินค้าประมงของทั้งสองประเทศต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานรับผิดชอบด้านการกักกัน (Quarantine Authorities) ก่อนการส่งออก
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว (14 พฤศจิกายน 2555)

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เตือนมะม่วงอาจขึ้นรายชื่อ "ผลไม้ความเสี่ยงสูง" ในสหรัฐฯ



หลังจากอุบัติการณ์การปนเปื้อนเชื้อโรคก่ออาหารเป็นพิษ "Salmonella" ในมะม่วงที่สหรัฐฯ นำเข้าจากเม็กซิโก 2 ครั้ง และแม้ศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐฯ (CDC) จะแถลงว่าการระบาดดังกล่าวสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2555 แล้วก็ตาม แต่ National Mango Board ได้แจ้งต่อผู้ผลิตมะม่วง ให้ตรวจสอบสินค้าอย่างรัดกุม และหาแนวทางจัดการปัญหาที่พบโดยด่วน เนื่องจากมีแนวโน้มที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (USFDA) จะประกาศให้มะม่วงเป็นสินค้าเกษตรที่มีความเสี่ยงสูง และอาจเพิ่มมาตรการตรวจสอบที่ใช้ระยะเวลานานขึ้นกับมะม่วงจากทุกประเทศ ณ ด่านนำเข้า ในขณะเดียวกันหน่วยงานด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช Senasica ของ! เม็กซิโก ได้ยืนยันว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอให้สามารถสรุปว่ามะม่วงจากประเทศของตนเป็นสาเหตุการปนเปื้อนของเชื้อ Salmonella ที่ระบาดในอุบัติการณ์ดังกล่าว ที่ส่งผลให้มีผู้ป่วยถึง 143 คน ใน 15 รัฐ

ปัจจุบันสหรัฐฯ นำเข้ามะม่วงจากเม็กซิโก เปรู เอกวาดอร์ บราซิล กัวเตมาลา และไฮติ ถึง 99% ของปริมาณการบริโภคภายในประเทศ




ที่มา : FoodSafetyNews (2พ.ย.55)



วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555

EU ปรับใช้ค่า MRL ของสาร PAH ในสินค้าอาหาร

กฎระเบียบใหม่ Commission Regulation (EU) No 835/2011 ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีกำหนดค่าสารตกค้างสูงสุด (MRL) ของสารกลุ่ม Polycyclic Aromatic Hydrocarbon (PAH) ได้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2555 ส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรป เช่นกรณีของฟิลิปปินส์ที่ส่งออกสินค้ากล้วยทอดด้วยน้ำมันมะพร้าว ต้องยกเลิกการส่งออกไปยังตลาดสหภาพยุโรป เนื่องจากไม่มีห้องปฏิบัติการที่มีศักยภาพเพียงพอในการตรวจ PAH และห้องปฏิบัติการในต่างประเทศที่สามารถตรวจสอบได้ ก็มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 450-500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13,500-15,000 บาท) ต่อตัวอย่าง และใช้เวลาตรวจสอบนานถึง 2-3 สัปดาห์

&! nbsp; สินค้าเกษตรแปรรูปที่มีโอกาสได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ ได้แก่สินค้าที่มีส่วนประกอบของน้ำมันมะพร้าว ซึ่งครอบคลุมถึงเนื้อสัตว์รมควัน ปลารมควัน และหอยสองฝารมควัน ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบหาสาร PAH ตกค้างก่อนส่งออกไปยังสหภาพยุโรป

ศึกษา Commission Regulation (EU) No 835/2011 ได้ที่

http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2011:215:0004:0008:EN:PDF
ที่มา : มกอช. (15 ต.ค.55)

วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สหภาพยุโรปรับรองซ้ำ Carnauba wax ในรูปวัตถุเจือปนอาหาร


หน่วยงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป (EFSA) ได้ทำการประเมินซ้ำสาร Carnauba wax ที่ผลิตจากส่วนประกอบของปาล์ม ซึ่งใช้เป็นสารเคลือบหรือเคลือบเงาในขนมหวาน ของขบเคี้ยว ถั่ว และเมล็ดกาแฟ เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้มีความเป็นปัจจุบัน ภายใต้กฎระเบียบวัตถุเจือปนอาหารใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้เดือนธันวาคม 2555

ทั้งนี้ Carnauba wax สามารถใช้ในส่วนประกอบอาหารได้สูงสุด 200 mg/kg สำหรับในขนมหวาน สามารถใช้ได้ 500 mg/kg และในหมากฝรั่งใช้ได้สูงสุด 1,200 mg/kg และกำหนดค่าการบริโภคส! ูงสุดต่อวัน (ADI) ไว้ที่ 7 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
ที่มา : FoodNavigator (12 ต.ค.55)

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ออสเตรเลียยังคงมาตรการติดตามตรวจสอบรังสีสินค้าเกษตรญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด


ภายหลังเหตุการณ์โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิมะ-ไดอิจิ รั่วไหลเมื่อเดือนมีนาคม 2554 ออสเตรเลียได้ประเมินความเสี่ยงจากการดำเนินการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารนำเข้าจากญี่ปุ่นหลายร้อยตัวอย่าง และพบเพียงจำนวนน้อยที่มีการปนเปื้อนรังสี รวมทั้งรังสีที่พบก็อยู่ในระดับที่ไม่เกินมาตรฐานความปลอดภัยสากล

เมื่อเดือนสิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา หน่วยงานมาตรฐานอาหารของออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (FSANZ) ได้จัดทำข้อมูลความเสี่ยงอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่นให้แก่กระทรวงเกษตร ประมง และป่าไม้! (DAFF) ของออสเตรเลีย โดยคำนึงถึงข้อแนะนำของหน่วยงาน Australian Radiation Protection และ Nuclear Safety Agency ที่แม้ว่าความเสี่ยงจากอาหารปนเปื้อนรังสีจากญี่ปุ่นต่อสุขภาพมนุษย์จะมีอยู่ต่ำ แต่ยังคงมีความเสี่ยงของอาหารปนเปื้อนรังสีที่นำเข้ามายังออสเตรเลีย และมีการประกาศรายชื่ออาหารที่เคยตรวจสอบซีเซียมกัมมันตรังสีปนเปื้อนจากหน่วยงานกำกับดูแลของญี่ปุ่นหรือออสเตรเลีย เพื่อให้ติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ตามรายการต่อไปนี้

· ใบชา (ทั้งสดและแห้ง)
· เห็ดตากแห้ง
· ปลา (สด, แช่แข็ง และตากแห้ง)

โดยจะมีผลเฉพาะอาหารที่มาจากเขต ชิบะ, ฟุกุชิมะ, อิบารากิ! , มิยางิ, ไซตามะ, โทชิกิ, โตเกียว และยามางาตะ เท่านั้น ซึ่งผลิ! ตภัณฑ์เห ล่านี้ จะถูกตรวจสอบซีเซียมกัมมนตรังสีให้ไม่เกินค่ามาตรฐานจึงจะอนุญาตให้นำเข้าออสเตรเลียได้



ที่มา : FSANZ (5 ต.ค.55)

ลู่ทางสดใส ผลไม้ฉายรังสีไทยไปสหรัฐ



นางวีณา พงศ์พัฒนานนท์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เผยในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับโครงการตรวจรับรองล่วงหน้า (Preclearance) ผลไม้ฉายรังสีไทยไปสหรัฐ จากความร่วมมือของกรมวิชาการเกษตร และสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า ปัจจุบันในไทยมีผู้ส่งออกจดทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร จำนวน 66 ราย โดยมีผลไม้ที่สามารถส่งออกไปสหรัฐฯ 6 ชนิด คือ ลำไย มังคุด มะม่วง เงาะ ลิ้นจี่ และสับปะรด และล่าสุดสหรัฐฯ ได้อนุญาตเพิ่มอีก 1 ชนิด คือ แก้วมังกร แต่ยังไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการนำเข้า

นายอดิศร พร้อมเทพ ผู้อำนวยการสำน! ักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดสหรัฐฯ มีความต้องการผลไม้ไทยสูงมาก โดยคาดว่าในปี 2555 ไทยจะสามารถส่งออกผลไม้ฉายรังสีไปสหรัฐฯ ได้ประมาณ 685 ตัน และตั้งเป้าส่งออกในปี 2556 ไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน



ที่มา : เดลินิวส์ (5 ต.ค.55)

ญี่ปุ่นเพิ่มตรวจเข้ม Ethoxyquin ในสินค้ากุ้งนำเข้า




ญี่ปุ่นเพิ่มมาตรการตรวจเข้ม Ethoxyquin ในสินค้ากุ้งนำเข้าจากอินเดียและเวียดนาม เนื่องจากตรวจพบสาร Ethoxyquin ตกค้างเกินมาตรฐานในสินค้ากุ้งที่นำเข้าจากอินเดียถึง 16 ครั้ง และเวียดนาม 9 ครั้ง ระหว่างเดือนสิงหาคม - กันยายน 2555

Ethoxyquin เป็นสารในกลุ่มควิโนโลน และพบว่ามีความเป็นพิษเล็กน้อยต่อสัตว์น้ำ ญี่ปุ่นอนุญาตให้ใช้ในอาหารสัตว์น้ำในระดับ 70-150 ppm ส่วนในอาหารที่มนุษย์บริโภค กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น (MHLW) กำหนดค่า MRL ไว้ที่ 0.01 ppm

&! nbsp; ปัจจุบันไทยมีห้องปฏิบัติการเอกชนที่สามารถตรวจสาร Ethoxyquin ได้แก่ SGS และ OMIC และแม้ว่ายังไม่มีประวัติการตรวจพบในกุ้ง แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก MHLW ได้แจ้งเตือนไปยังกรมประมงและผู้ประกอบการของไทยให้ระมัดระวังการตกค้างของสารดังกล่าว โดยอาจมีการสุ่มตรวจฟาร์มและตรวจวิเคราะห์การตกค้างในกุ้งเป็นครั้งคราว



ที่มา : มกอช. (5 ต.ค.55)



วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555

นิวซีแลนด์เปิดตัวหน่วยงานด้านอุตสาหกรรมอาหารทะเล




หน่วยงาน Seafood New Zealand ได้เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555 เพื่อเป็นองค์กรระดับประเทศที่รับผิดชอบภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเลทั้งหมดในนิวซีแลนด์ จากที่ก่อนหน้านี้รับผิดชอบโดยสภาอุตสาหกรรมอาหารทะเล (SeaFIC) โดยถือเป็นหน่วยงานด้านอุตสาหกรรมปฐมภูมิ ที่ตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้บรรลุผลประกอบการภายใต้ข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

Seafood New Zealand จะปฏิบัติงานภายใต้ยุทธศาสตร์องค์กรต่อไปนี้

- เป็นหน่วยงานประสานงานกลางของอุตสาหกรรมอาหารทะเลในนิวซีแลนด์ โดยให้บริการแก่เอกชนและองค์กรผู้แทนของภาคอุตสาหกรรม
- เป็นองค์กรหลักที่มีภาพพจน์และความรับผิดชอบชัดเจนในการบริหาร 5 องค์กรผู้แทนภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมงน้ำลึก และสินค้าประมงอื่นๆ เช่น หอยฝาเดียว กุ้งมังกร และการประมงชายฝั่ง
- เป็นผู้ร่วมวางแผนวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม ผ่านทาง Seafood Strategy New Zealand Limited



ที่มา : TheFishSite (4 ต.ค.55)

ไต้หวันลดภาษีนำเข้าแอปเปิล-กีวี-พีช ลง 50%



ไต้หวันเตรียมลดภาษีนำเข้าของแอปเปิล กีวี และพีช ลง 50% ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ (6 ตุลาคม 2555) โดยจะคงภาษีนำเข้าดังกล่าวเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อกระตุ้นการนำเข้าผลไม้นอกฤดูปลูก ซึ่งมีประมาณการว่าจะทำให้ลดต้นทุนของผู้ประกอบการนำเข้าได้ราว 115 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 115 ล้านบาท)

ในปีนี้ไต้หวันประสบปัญหาพายุไต้ฝุ่น ทำให้ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอกับความต้องการของตลาด ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค และราคาเฉลี่ยพืชผลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายผักและผลไม้ในเดือนกันยายนลดลงจากปี 2554 ถึง 16% เหลือเพียง 15,675 เมตริกตัน



ที่มา : ChinaPost (4 ต.ค.55)


วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เม็กซิโกพัฒนาระบบการผลิตสัตว์น้ำระดับชุมชน



หน่วยงาน SAGARPA ของเม็กซิโก ได้วางรากฐานระบบการผลิตสัตว์น้ำระดับชุมชน 80 โครงการ เพื่อรองรับการประกอบอาชีพของครอบครัวผู้ยากไร้ 550 ครัวเรือน ในพื้นที่ 14 รัฐ โดยมีการผลิตครบวงจรตั้งแต่การเพาะพันธุ์ การอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน-ลูกปลา ไปจนถึงการพัฒนาระบบรองรับการเลี้ยง โดยมุ่งเป้าหมายไปยังพื้นที่ที่ขาดการดูแลจากภาครัฐ ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 263 ล้านเปโซ (626 ล้านบาท) ทำให้เกิดการพัฒนาภาคการผลิตสู่ชุมชน นอกจากนี้ SAGARPA กำหนดเป้าหมายที่จะเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีความหลากหลายภายใน 20 ปี




ที่มา : TheFishSite (4 ต.ค.55)

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สหภาพยุโรปปรับปรุงกฎระเบียบสารแต่งกลิ่นรส



คณะกรรมาธิการยุโรปได้รับรองกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับรายชื่อสารแต่งกลิ่นรส 2 ฉบับได้แก่

1. Commission Implementing Regulation (EU) No 872/2012 ว่าด้วยรายชื่อสารแต่งกลิ่นรสที่อนุญาตให้ใช้ ตามรายชื่อบนเว็บไซต์ https://webgate.ec.europa.eu/sanco_foods/?sector=FFL ที่ในปัจจุบันมีประมาณ 2,100 รายการ และอยู่ในระหว่างการพิจารณ! าของหน่วยงานความปลอดภัยอาหารของสหภาพยุโรป (EFSA) อีกประมาณ 400 รายการ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 เมษายน 2556

2. Commission Regulation (EU) No 873/2012 ว่าด้วยมาตรการเปลี่ยนผ่านสำหรับสารนอกบัญชีรายชื่อที่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ตุลาคม 2555

ทั้งนี้ เมื่อกฎระเบียบรายชื่อสารแต่งกลิ่นรสที่อนุญาตมีผลบังคับใช้ จะห้ามการใช้สารนอกบัญชีรายชื่อทั้งหมดภายใน 18 เดือน


ที่มา : มกอช. (3ต.ค.55)

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

สหภาพยุโรปรับรองความปลอดภัยเรพซีดดัดแปลงพันธุกรรม





หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารสหภาพยุโรป (EFSA) ได้รับรองความปลอดภัยของเรพซีดสำหรับผลิตน้ำมัน เพื่อใช้ในอาหารสัตว์และมนุษย์บริโภคสำหรับตลาดสหภาพยุโรป โดยเรพซีดสายพันธุ์ Ms8 Rf3 และลูกผสม Ms8 x Rf3 ได้ดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อให้มีความต้านทานต่อสารกำจัดศัตรูพืชกลุ่ม glufosinate-ammonium

EFSA ได้ประเมินความปลอดภัยของเรพซีดทั้งสามสายพันธุ์ และพบว่าไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งให้คุณค่าทางโภชนาการเท่ากับสายพันธุ์ปกติจากการวิจัยในไก่เนื้อ ซึ่งผลการรับรองความปลอดภัยในครั้งนี้ ออกภายหลังการเผยผลวิจัยข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม NK603 ว่ามีแนวโน้มก่อให้เกิดเนื้องอกในหนูทดลอง เพียง 1 วัน



ที่มา : FoodNavigator (27 กันยายน 2555)

AFET จ่อเทรดถั่วเหลือง-ข้าวโพดต้นปีหน้า



นายชาตรี สหเวชชภัณฑ์ กรรมการและผู้จัดการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (AFET) เผยว่า AFET เตรียมนำเข้าถั่วเหลืองและข้าวโพดมาซื้อขายล่วงหน้าโดยอ้างอิงราคาตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก (CME) ซึ่งมีราคาซื้อขายล่วงหน้าในทิศทางสัมพันธ์กับราคาซื้อขายของตลาดจริงในไทย โดยทาง AFET พร้อมลงนามในสัญญาขอใช้ราคาอ้างอิงจาก CME

ลักษณะสัญญาของสินค้าถั่วเหลืองและข้าวโพดของ AFET ผู้ลงทุนสามารถเลือกชำระราคาด้วยเงินสด (Cash Settlement) ซึ่งจากการที่เป็นสัญญาขนาดเล็ก ทำให้มีความคล่องตัวในการซื้อขายสูง เทียบเท่าการอ้างอิงราคาตลาดล่วงหน้าในต่างประเทศสำหรับการซื้อขายน้ำมันและทองคำของตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) หรือ TFEX

ปัจจุบันถั่วเหลืองมีมูลค่าการนำเข้าสูงถึง 95% ของความต้องการใช้ทั้งหมดในประเทศ คิดเป็นมูลค่านำเข้าถึงราวปีละ 34,300 ล้านบาท ในขณะที่ข้าวโพด ไทยมีมูลค่าการผลิตค่อนข้างสูงถึงกว่าปีละ 35,000 ล้านบาท แต่ยังคงต้องนำเข้าอีกประมาณปีละ 750 ล้านบาท การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า จะช่วยลดความเสี่ยงจากการผันผวนของราคา จากปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนในปีนี้ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป




ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ( 28 กันยายน 2555 )

ฮ่องกง-เวทีแจ้งเกิดผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก



ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (BIC) เผย จากงาน Thai Fruit Tasting ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2555 พบว่าผู้บริโภคให้ความสนใจในผลไม้ไทยหลายชนิด เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ ชมพู่ และมังคุด และยังมีความคิดเห็นจากผู้ประกอบการว่า ฮ่องกงเป็นพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยจำนวนมาก การที่สินค้าเกษตรไทยมีวางจำหน่ายในร้านค้าและร้านอาหาร เท่ากับเป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของสินค้าไทย

ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการค้า การเงิน ลอจิสติกส์ และการจัดแสดงสินค้า ทั้งยังคุ้นเคยกับกฎระเบียบมากกว่าจีน หากไทยใช้ฮ่องกงเป็นสะพานนำสินค้าเข้าสู่จีน ซึ่งมีทั้งความต้องการและกำลังซื้อสูงนั้น จะทำได้ง่ายกว่า ดังเช่นที่บริษัทแห่งหนึ่งนำผลไม้เข้าเซินเจิ้นผ่านทางฮ่องกง เนื่องจากสามารถผ่านขั้นตอนเอกสารได้รวดเร็ว ทั้งนี้ ไทยต้องให้ความสำคัญกับการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาจเพิ่มในส่วนของการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ง่าย เนื่องจากในหลายประเทศมีค่าแรงและค่ากำจัดขยะค่อนข้างสูง เช่น สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา



ที่มา : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (ThaiBizChina) ( 28 กันยายน 2555 )

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

เอเชียแปซิฟิกตั้งเป้าแผนประมงยั่งยืน


ตัวแทนประเทศสมาชิกในคณะกรรมาธิการด้านการประมงแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APFIC) เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือด้านความร่วมมือและพัฒนาการประมงยั่งยืนระดับภูมิภาค ระหว่างวันที่ 27-28 กันยายน 2555 ณ เมืองดานัง เวียดนาม โดยมุ่งประเด็นเกี่ยวกับการประเมินทรัพยากรด้านการประมง มาตรการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของหมู่บ้านประมง
ทั้งนี้ เวียดนามได้ก้าวกระโดดมาเป็นประเทศผู้นำ 20 อันดับแรกด้านอุตสาหกรรมประมงของโลก ซึ่งทำให้เกิดการจ้างงานภายในประเทศถึง 5 ล้านคน โดยปัจจุบันเป็นผู้ส่งออกสินค้าอาหารทะเลอันดับที่ 6 เฉพาะเมืองดานังที่มีเขตชายฝั่งกว่า 90 กิโลเมตร มีพื้นที่ทำการประมงถึง 15,000 ตารางกิโลเมตร และมีเรือประมงกว่า 2,300 ลำ
สำหรับ APFIC ปัจจุบันมีสมาชิก 20 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น ไทย สหรัฐฯ จีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยสำนักงานใหญ่ของ APFIC อยู่ในประเทศไทย 20 ประเทศสมาชิกใน APFIC มีผลผลิตสินค้าประมงปีละกว่า 53.1 ล้านตัน ครอบครองส่วนแบ่งในตลาดโลกถึง 89.1% ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 95.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.95 ล้านล้านบาท)

ที่มา : TheFishSite ( 27 กันยายน 2555 )

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สหรัฐฯ เพิ่มเติมขั้นตอนการจดทะเบียนโรงงานแบบออนไลน์


 
                ตามที่ มกอช. ได้นำเสนอข่าวสหรัฐฯ แจ้งผู้ประกอบการจดทะเบียนโรงงานใหม่ ตามกฎหมายความปลอดภัยสินค้าอาหารฉบับใหม่ (Food Safety Modernization Act: FSMA) ช่วงทุกปีเลขคู่ช่วงไตรมาส 4 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น

                สหรัฐฯ ได้เพิ่มเติมขั้นตอนสำหรับการจดทะเบียนโรงงานสำหรับผู้ประกอบการ ทั้ง 13 หัวข้อ โดยผู้ประกอบการสามารถจดทะเบียนได้ 2 วิธี คือ จดทะเบียนทางโทรสารหรือไปรษณีย์ และจดทะเบียนแบบออนไลน์ ซึ่งสามารถเข้าไปดูรายละเอียดทีละขั้นตอน (Step-by-step) ได้ที่
http://www.fda.gov/Food/GuidanceComplianceRegulatoryInformation/RegistrationofFoodFacilities/OnlineRegistration/ucm073706.htm

                และสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม FDA3537 สำหรับการจดทะเบียนโรงงานใหม่ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2555 ได้ที่
www.fda.gov/downloads/AboutFDA/ReportsManualsForms/Forms/UCM071977.pdf


ข่าวจดทะเบียนโรงงานฯ
http://www.acfs.go.th/news_detail.php?ntype=07&id=105! 10
 
 
ที่มา : มกอช.(16 ก.ค.55)
 

ฟิล์มห่ออาหารจากข้าวโพด ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาของผักตระกูลกะหล่ำ


                บริษัท Sirane ของสหรัฐฯ คิดค้นฟิล์มห่ออาหาร Sira-Flex ที่มีส่วนประกอบหลักของข้าวโพด มีคุณสมบัติช่วยรักษาสมดุลของแก็สออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในพืชผักที่บรรจุให้มีปริมาณเท่ากันที่ 15% ทำให้เชื้อปนเปื้อนหลายชนิดไม่สามารถเจริญเติบโต อีกทั้งไม่เกิดภาวะเป็นกรดที่ส่งผลต่อเนื้อสัมผัสและรสชาติ ควบคุมความชื้นของผลิตภัณฑ์ ทั้งยังยอมให้แก็สและความชื้นผ่านเข้า-ออกอย่างเหมาะสมในอุณหภูมิการเก็บรักษาที่แตกต่างกันอีกด้วย ซึ่งเมื่อทดลองใช้กับบร็อกโคลีและกะหล่ำดอก พบว่าผักสองชนิดนี้ที่มักเสื่อมสภาพภายในหนึ่งวันนั้น ยังคงสภาพที่ดีหลังจากผ่านไปห้าวันเมื่อห่อด้วยฟิล์มดังกล่าว ! ;

                ปัจจุบันขยะจากอาหารมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก เฉพาะในสหภาพยุโรปมีปริมาณถึง 89 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 179 กิโลกรัมต่อประชากร โดยคณะกรรมาธิการยุโรปได้แจ้งเตือนทางสหภาพฯ ว่าหากไม่มีการจัดการที่ดี ขยะดังกล่าวอาจเพิ่มปริมาณทับถมขึ้นถึง 126 ล้านตัน ภายในปี 2020

                อนึ่ง ฟิล์มห่ออาหาร Sira-Flex ได้วางตลาดแล้ว โดยผู้ผลิตมีความคาดหวังว่าจะได้รับความนิยมจากประเทศเขตร้อนและพื้นที่ที่ต้องขนส่งอาหารทางบกที่ใช้ระยะเวลานาน
 
 
ที่มา : FoodProductionDaily (16 ก.ค.55)

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

อียูเตรียมผ่อนปรนการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น



สหภาพยุโรปอาจเตรียมผ่อนปรนข้อกำหนดการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ หลังจากก่อนหน้านี้มีการควบคุมอย่างเข้มงวดเพราะเกรงผลกระทบของสารกัมมันตรังสี จากวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะ-ไดอิจิช่วงเดือนมีนาคม 2554

ข้อมูลที่ได้รับจากญี่ปุ่นในการประชุมของคณะกรรมาธิการยุโรปด้านกิจการทางทะเลและการประมง และกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น ณ กรุงโตเกียว บ่งชี้ความเสี่ยงในการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในระดับต่ำมาก ซึ่งสมาชิกคณะกรรมาธิการยุโรปจะขอให้ทางสหภาพยุโรปทบทวนระบบตรวจสอบสารกัมมันตรังสีที่ใช้ในปัจจุบัน



ที่มา : Infoquest (13 ก.ค.55)

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ญี่ปุ่นเพิ่มมาตรการตรวจเข้มกุ้งเวียดนาม-ไทยหวั่นเสียเจ้าตลาด



ญี่ปุ่นได้เพิ่มมาตรการสุ่มตรวจกุ้งที่นำเข้าจากเวียดนาม จากปกติ 5% เพิ่มเป็น 30% หลังจากตรวจพบสารเคมีและสารปฏิชีวนะต้องห้าม โดยอาจมีพิจารณาห้ามนำเข้าในกรณีตรวจพบสารปนเปื้อนเพิ่มเติม ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2554 ญี่ปุ่นตีกลับสินค้ากุ้งเวียดนามจำนวน 56 ล็อต เนื่องจากตรวจพบสารปฏิชีวนะ Endofloxacin

ปัจจุบันเวียดนามมีปริมาณการส่งออกกุ้งเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกของปี ทั้งที่เป็นช่วงหน้าหนาวที่ไม่ค่อยมีผลผลิต เนื่องจากผู้ประกอบการเวียดนามสบช่องที่กุ้งไทยราคาตกต่ำ นำเข้ากุ้งไทยไปแปรรูป! ส่งออก ซึ่งนายบรรจง นิสภวาณิชย์ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย แสดงความวิตกกังวลในสถานการณ์ราคากุ้ง โดยเฉพาะกุ้งคุณภาพสูง ทั้งที่ไทยสามารถผลิตกุ้งที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยทางอาหารระดับสูง และสามารถตรวจสอบย้อนกลับในกระบวนการผลิตได้ ทั้งนี้นายกสมาคมฯ คาดหวังให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นมือช่วยเหลือก่อนที่ไทยจะเสียตลาดให้แก่เวียดนาม และไม่สามารถขายกุ้งในราคาที่สูงได้อีก



ที่มา : ไทยรัฐ/TheFishSite (11 ก.ค.55