สหภาพยุโรปได้ประกาศห้ามใช้ขวดนมเด็กที่ปนเปื้อนสารเคมี บิสฟีนอล-เอ (บีพีเอ) (Bisphenol A: BPA) เนื่องจากพบว่าสารเคมีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก
ทั้งปฏิกิริยาตอบสนองเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคและกระตุ้นให้เกิดเนื้องอกในเด็กที่ดื่มนมจากขวดพลาสติกดังกล่าว โดยจะเริ่มห้ามการนำเข้าและจำหน่ายขวดนมพลาสติกปนเปื้อนสารดังกล่าวในวันที่ 1 เดือนมิถุนายน 2554
นายจอห์น ดัลลี คณะกรรมาธิการกิจการนโยบายสาธารณสุขและ! ผู้บริโภคของสหภาพยุโรป กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคเนื่องจากมาตรการนี้ ไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภายุโรปและจะทำให้คำสั่งห้ามผลิตขวดนมทารกด้วยโพลีคาร์บอนเนตที่มีสารประกอบบีพีเอปนเปื้อนเป็นสิ่งผิดกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2554 และห้ามจำหน่าย รวมถึงการนำเข้าขวดนมปนเปื้อนสารบีพีเอในตลาดสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยจะมีผลตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายนปี 2554 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ แคนาดาเป็นประเทศแรกที่ระบุว่าสารบีพีเอเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ขณะที่มีโรงงานผลิตขวดพลาสติก 6 แห่ง ในสหรัฐฯ ยุติการนำสารเคมีดังกล่าวมาใช้ผลิตขวดพลาสติกซึ่งจำหน่ายภายในประเทศเมื่อปีที่แล้ว สำหรับสารบีพีเอมักนำมาใช้เพื่อทำให้ขวดเครื่องดื่มพลาสติกต่าง ๆ มีคุณภาพแข็งแรงและใสสะอาด
ที่มา : มติชน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น