Elena Skrynnik รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรรัสเซีย ระบุว่าในช่วงเดือนครึ่งที่ผ่านมานี้ราคาธัญพืชบริเวณสหภาพยุโรปและรัสเซียฝั่งทวีปเอเชียอยู่ในระดับคงที่ แต่การตลาดส่งออกธัญพืชรัสเซียค่อนข้างคึกคัก ตั้งแต่เริ่มฤดูกาลปลูกพืช 2553/2554) ธัญพืชส่งออกทั้งหมด 13.7 ล้านตัน ส่วนในเดือนพฤศจิกายน 2554 รัสเซียวางแผนจะส่งออกธัญพืช 2.5 ล้านตัน และตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 รัสเซียจะเริ่มทำการค้าแลกเปลี่ยนกับคู่สัญญาที่มีโอกาสที่จะซื้อธัญพืชที่มาจากผู้ผลิตสินค้าเกษตรอีกครั้งในราคาที่ได้ส่วนลดและได้ค่าชดเชยค่าเก็บรักษาและประกันธัญพืช
ที่มา : Elena Skrynnik (30/11/54
วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ข้อกำหนดของออสเตรเลียในการตรวจสอบสาร Metalaxyl นำเข้าในใบพลูแห้ง
หน่วยงาน AQIS ของออสเตรเลียจะตรวจสอบใบพลูแห้งที่มาจากบริษัทที่สินค้าดังกล่าวมีสาร Metalaxyl เกินกำหนดทั้ง 100% อย่างต่อเนื่องใน 5 consignments หากตรวจไม่พบปัญหาใดๆ จะลดมาตรการตรวจสอบเป็นการสุ่มตรวจ 5% เช่นเดิม
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ
ประจำกรุงแคนเบอร์รา(30/11/54)
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ
ประจำกรุงแคนเบอร์รา(30/11/54)
วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
อียูกังวลสัตว์น้ำจืดหลายชนิดเสี่ยงสูญพันธุ์
จากการศึกษาของสหภาพยุโรประบุว่าขณะนี้สัตว์น้ำจืดหลายชนิดถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ โดยสภายุโรปได้เรียกร้องให้ดำเนินการอย่างทันท่วงทีเพื่อคงความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในสหภาพยุโรปเอาไว้ ต้นเหตุที่ทำให้สัตว์น้ำมีปริมาณลดลงคือมลภาวะ การจับปลามากเกินไป สัตว์น้ำไร้ที่อยู่ และสัตว์ต่างถิ่น
การค้นพบล่าสุดนี้อ้างอิงจากการศึกษาสัตว์ประมาณ 6,000 สายพันธุ์ใน European Red List ซึ่งเป็นการประเมินสัตว์ป่าเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ ประกอบด้วย สัตว์จำพวกหอยและปลาหมึกน้ำจืดทั้งหมด 44% ปลาน้ำจืด 37% สัตว์ครึ่งบกครึ่ง! น้ำ 23% สัตว์เลยคลาน 19% สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและแมลงปอ 15% และนก 13%
ที่มา : FIS (28/11/54)
การค้นพบล่าสุดนี้อ้างอิงจากการศึกษาสัตว์ประมาณ 6,000 สายพันธุ์ใน European Red List ซึ่งเป็นการประเมินสัตว์ป่าเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ ประกอบด้วย สัตว์จำพวกหอยและปลาหมึกน้ำจืดทั้งหมด 44% ปลาน้ำจืด 37% สัตว์ครึ่งบกครึ่ง! น้ำ 23% สัตว์เลยคลาน 19% สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและแมลงปอ 15% และนก 13%
ที่มา : FIS (28/11/54)
วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
วิกฤตผักกาดขาวจีนล้นตลาด ส่งออกหด
ปี 2553 เกิดวิกฤตผักกาดขาวขาดตลาดในเกาหลีใต้ ส่งผลให้พ่อค้ากะหล่ำในจีนสร้างรายได้จากการส่งออกผักกาดไปยังเกาหลีใต้ แต่ในปี 2554 ถึงแม้ราคาผักกาดขาวในจีนจะถูกลงมาก แต่พ่อค้าก็ไม่ส่งออกผักกาดขาวไม่ได้ จนทำให้ขณะนี้เหลือผู้ส่งออกผักกาดขาวที่มณฑลซานตงอยู่เพียงรายเดียว
เมื่อเข้าสู่กลางเดือนตุลาคม 2554 เกษตรกรเก็บเกี่ยวผักกาดขาวได้มากแต่ขายไม่ได้ไม่มาก ผิดกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2553 ที่ราคาผักกาดขาวอยู่ที่ตันละ 2,000 หยวน และในเดือนธันวาคม 2553 ที่ขายได้ถึงตันละ 2,500 หยวน โดยพ่อค้าส่งออกผักกาดขาวรายหนึ่งกล่าวว่า เมื่อปี 2553 ต้องไปหาซื้อผักกาดขาวจากที่ต่างๆ ทุกวัน แต่ในปี 2554 ได้มีการปลูกผักกาดขาวทั้งภาคเหนือและภาคใต้ในจีนมากขึ้น สามารถเก็บเกี่ยวผักกาดขาวได้เป็นจำนวนมาก แต่ราคาผักกาดขาวกลับตกต่ำจนน่าตกใจ
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าราคาผักกาดขาวในท้องตลาดจะมีราคาต่ำ แต่ก็ไม่เป็นที่น่ายินดีสำหรับผู้ส่งออกผักการขาวเท่าใดนัก เนื่องจากผู้ประกอบการกล่าวว่าปี 2554 เกาหลีใต้ก็มีการเก็บเกี่ยวผักกาดขาวจำนวนมากเช่นกัน และไม่ได้เกิดวิกฤตผักกาดขาวขาดตลาดเหมือนเมื่อปี 2553ประกอบกับราคาผักกาดขาวในตลาดถูกควบคุมโดยผู้ประกอบการเกาหลีใต้ และมีผู้ประกอบการเกาหลีใต้บางส่วนเข้ามาทำธุรกิจส่งออกผักกาดขาวในจีน โดยอาศัยความได้เปรียบเชี่ยวชาญในตลาดเกาหลีใต้มากกว่า กดดันราคาส่งออกผักกาดขาวในจีน จึงทำให้ผู้ประกอบการจีนไม่ได้กำไรจากการค้าขาย และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ถึงกับเลิกกิจการไป โดยปี 2553 สามารถออกจีนสามารถส่งออผักกาดขาวมากกว่า 1 ล้านตัน แต่ในปี 2554 กลับส่งออกได้ไม่ถึง 1 ใน 10 ของปี 2553
ที่มา : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ กรุงปักกิ่ง ( 25 พฤศจิกายน 2554 )
เมื่อเข้าสู่กลางเดือนตุลาคม 2554 เกษตรกรเก็บเกี่ยวผักกาดขาวได้มากแต่ขายไม่ได้ไม่มาก ผิดกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2553 ที่ราคาผักกาดขาวอยู่ที่ตันละ 2,000 หยวน และในเดือนธันวาคม 2553 ที่ขายได้ถึงตันละ 2,500 หยวน โดยพ่อค้าส่งออกผักกาดขาวรายหนึ่งกล่าวว่า เมื่อปี 2553 ต้องไปหาซื้อผักกาดขาวจากที่ต่างๆ ทุกวัน แต่ในปี 2554 ได้มีการปลูกผักกาดขาวทั้งภาคเหนือและภาคใต้ในจีนมากขึ้น สามารถเก็บเกี่ยวผักกาดขาวได้เป็นจำนวนมาก แต่ราคาผักกาดขาวกลับตกต่ำจนน่าตกใจ
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าราคาผักกาดขาวในท้องตลาดจะมีราคาต่ำ แต่ก็ไม่เป็นที่น่ายินดีสำหรับผู้ส่งออกผักการขาวเท่าใดนัก เนื่องจากผู้ประกอบการกล่าวว่าปี 2554 เกาหลีใต้ก็มีการเก็บเกี่ยวผักกาดขาวจำนวนมากเช่นกัน และไม่ได้เกิดวิกฤตผักกาดขาวขาดตลาดเหมือนเมื่อปี 2553ประกอบกับราคาผักกาดขาวในตลาดถูกควบคุมโดยผู้ประกอบการเกาหลีใต้ และมีผู้ประกอบการเกาหลีใต้บางส่วนเข้ามาทำธุรกิจส่งออกผักกาดขาวในจีน โดยอาศัยความได้เปรียบเชี่ยวชาญในตลาดเกาหลีใต้มากกว่า กดดันราคาส่งออกผักกาดขาวในจีน จึงทำให้ผู้ประกอบการจีนไม่ได้กำไรจากการค้าขาย และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ถึงกับเลิกกิจการไป โดยปี 2553 สามารถออกจีนสามารถส่งออผักกาดขาวมากกว่า 1 ล้านตัน แต่ในปี 2554 กลับส่งออกได้ไม่ถึง 1 ใน 10 ของปี 2553
ที่มา : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ กรุงปักกิ่ง ( 25 พฤศจิกายน 2554 )
ราแม่น้ำในแคนาดาเป็นพิษ แซลมอนตายเกลื่อน
พบปลาแซลมอนตายและกำลังตายในแม่น้ำ Restigouche ในแคนาดาเนื่องจากรา Saprolegnia เข้าไปทำลายปลาแซลมอนที่มีความเครียด
Steve Hachey เจ้าหน้าที่สื่อสารของกรมประมงและทะเลของแคนาดาระบุว่า ราชนิดดังกล่าวเกิดขึ้นตามธรรมชาติทุกๆปี นับว่า Saprolegnia เป็นผู้บุกรุกชั้นทุติยภูมิ โดยจะเกาะตามรอยถลอกหรือบาดแผลบริเวณเมือกป้องกันผิวปลาแซลมอน และเจริญเติบโตในส่วนดังกล่าว ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าการจับปลาแล้วปล่อย (Catch-and-release) จะเป็นปัจจัยที่ทำให้เชื้อราดังกล่าวขยายพันธุ์
ที่มา : FIS ( 24 พฤศจิกายน 2554 )
Steve Hachey เจ้าหน้าที่สื่อสารของกรมประมงและทะเลของแคนาดาระบุว่า ราชนิดดังกล่าวเกิดขึ้นตามธรรมชาติทุกๆปี นับว่า Saprolegnia เป็นผู้บุกรุกชั้นทุติยภูมิ โดยจะเกาะตามรอยถลอกหรือบาดแผลบริเวณเมือกป้องกันผิวปลาแซลมอน และเจริญเติบโตในส่วนดังกล่าว ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าการจับปลาแล้วปล่อย (Catch-and-release) จะเป็นปัจจัยที่ทำให้เชื้อราดังกล่าวขยายพันธุ์
ที่มา : FIS ( 24 พฤศจิกายน 2554 )
วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
อียูแก้ไขระเบียบ MRLs สาร PAHs ในอาหาร
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2554 สหภาพยุโรปออกระเบียบ Commission Regulation (EU) No 835/2011 แก้ไข MRLs ของสาร Polycyclic aromatic hydrocarbons (PAHs) เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย และผลการประเมินความเสี่ยงในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการยกระดับการควบคุมความปลอดภัยห่วงโซ่อาหารและสุขอนามัยของผู้บริโภคสหภาพยุโรปให้มีความรัดกุมกว่าเดิม การปรับค่า MRLs ครั้งนี้ครอบคลุมสินค้า 12 รายการ ได้แก่
· สาร Benzo(a)pyrene, Benz(a)anthracene, benzo(b)fluoranthene และ chrysene
&! nbsp; · น้ำมันและไขมัน ยกเว้นเนยโกโก้และน้ำมันมะพร้าว สำหรับมนุษย์บริโภคโดยหรือเป็น ส่วนประกอบอาหาร
· เมล็ดโกโก้และสินค้าทำจากเมล็ดโกโก้
· น้ำมันมะพร้าวสำหรับมนุษย์บริโภคโดยตรงหรือเป็นส่วนประกอบอาหาร
· เนื้อสัตว์รมควันและสินค้าเนื้อสัตว์รมควัน
· เนื้อส่วนกล้ามเนื้อของปลารมควันและสิน! ค้าปลารมควัน ยกเว้นสินค้าประมงที่ระบุในข้อ 6.1.6 และ 6.1.7 ค่า! MRLs สำ หรับอาหารทะเลรมควันปรับใช้กับเนื้อส่วนกล้ามเนื้อจากส่วนก้ามและขาและส่วนท้อง สำหรับในกรณีปูรมควันและสินค้าอาหารทะเลประเภทปู (Brachyura และAnomura) ปรับใช้กับเนื้อส่วนกล้ามเนื้อจากส่วนก้ามและขา
ทั้งนี้ PAHs สามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติจากระบวนการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของสารอินทรีย์ พบได้ทั้งในน้ำ ดิน ดินตะกอน อากาศ น้ำใต้ดิน และบริเวณริมถนน ไอเสียจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ การปนเปื้อนของน้ำมัน กระบวนการแปรรูปและปรุงอาหาร โดยการอบ ปิ้ง ย่าง ทำให้มี PAHs ปนเปื้อนในอาหารได้ โดยทั่วไปเป็นสารเคมีที่มีความเป็นพิษเฉียบพลันต่ำ ความเป็นพิษเรื้อรังสามารถก่อมะเร็งในอวัยวะ PAHs เข้าสู่ร่างกายหลายวิธี ทั้งโดยการกินอาหารปนเปื้อน PAHs สูดดมไอระเหยหรือเขม่าควันไฟที่มี PAHs ผสมอยู่ หรือสัมผัสทางผิวหนัง
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป (22/11/54
จีนพบขนมจีบปนเปื้อนแบคทีเรีย golden staph
จากเหตุการณ์กรณีอื้อฉาวด้านอาหาร ล่าสุดจีนตรวจพบผลิตภัณฑ์ขนมจีบแช่แข็งผลิตโดยบริษัท Wanchai Ferry ปนเปื้อนแบคทีเรีย golden staph ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และก่อนหน้านี้ จีนพบว่าผลิตภัณฑ์ขนมจีบแช่แข็งที่จำหน่ายโดยบริษัท Sanquan และ Hai Pa Wang ในมลฑลกวางตุ้งปนเปื้อนแบคทีเรียชนิดเดียวกัน
ฝ่ายบริหารอุตสาหกรรมและพาณิชย์เมืองนานจิงได้สั่งให้เรียกคืนผลิตภัณฑ์ขนมจีบแช่แข็งดังกล่าว ด้านนาย Ding Feng รองผู้จัดการซุเปอร์มาร์เก็ต Jin Runfa เมืองนานจิง กล่าวว่า ได้เก็บผลิตภัณฑ์ทั้งหมดออกจากชั้นวางจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว
&! nbsp; ยอดจำหน่ายอาหารแช่แข็งลดลงอย่างมาก เนื่องจากเหตุการณ์อื้อฉาวดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม
ร่างระเบียบใหม่ที่กำลังอยู่ในช่วงหารือในกระทรวงสาธารณสุข อนุญาตให้มีแบคทีเรียปนเปื้อนอาหารในระดับเล็กน้อยได้ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าสามารถทำลายเชื้อ golden staph ได้ด้วยการปรุงอาหาร ดังนั้นจริงไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป
ที่มา : Xinhua News (22/11/54)
วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ญี่ปุ่น ระงับขายข้าวจากเขตโอนามิ ฟุกุชิมะ
รัฐบาลญี่ปุ่นมีคำสั่งระงับการขายข้าวที่มาจากเขตโอนามิ จังหวัดฟุกุชิมะ หลังจากพบว่าข้าวจากฟาร์มแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่นอกเขตปนเปื้อน ห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ ราว 60 กิโลเมตร ปนเปื้อนซีเซียมเกินมาตรฐาน
นายโอซามุ ฟูจิมูระ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่าพบซีเซียมปนเปื้อนในระหว่างการตรวจสอบก่อนการขนส่งข้าว โดยตรวจพบระดับซีเซียมมากถึง 630 เบคเคอเรลต่อ 1 กิโลกรัม เกินกว่าระดับปลอดภัยที่ 500 เบคเคอเรลต่อ 1 กิโลกรัม แต่ไม่มีการจำหน่ายข้าวดังกล่าวออกสู่ตลาด นอกจากนี้ยังระบุว่า ได้สั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวั! ดฟุกุชิมะห้ามจำหน่ายข้าวที่เก็บเกี่ยวในเขตโอนามิ จังหวัดฟุกุชิมะ
ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลได้ระงับการจำหน่ายข้าวจากบริเวณนี้
ที่มา : BBC (21/11/54)
นายโอซามุ ฟูจิมูระ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่าพบซีเซียมปนเปื้อนในระหว่างการตรวจสอบก่อนการขนส่งข้าว โดยตรวจพบระดับซีเซียมมากถึง 630 เบคเคอเรลต่อ 1 กิโลกรัม เกินกว่าระดับปลอดภัยที่ 500 เบคเคอเรลต่อ 1 กิโลกรัม แต่ไม่มีการจำหน่ายข้าวดังกล่าวออกสู่ตลาด นอกจากนี้ยังระบุว่า ได้สั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวั! ดฟุกุชิมะห้ามจำหน่ายข้าวที่เก็บเกี่ยวในเขตโอนามิ จังหวัดฟุกุชิมะ
ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลได้ระงับการจำหน่ายข้าวจากบริเวณนี้
ที่มา : BBC (21/11/54)
ยันข่าวเหตุน้ำท่วมทำอียูและสหรัฐฯ เข้มงวดสินค้าอาหารจากไทยโคมลอย
ตามที่มีข่าวสอบถามว่าได้รับทราบจากกระทรวงการต่างประเทศว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้รับข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ว่าสหภาพยุโรปจะห้ามนำเข้าอาหารไทยอันเนื่องมาจากสาเหตุน้ำท่วม ทำให้ไม่มั่นใจในคุณภาพที่น้ำประปาไทยที่นำไปผลิตอาหารเพื่อการส่งออกนั้น ในนการประชุมทีมประเทศไทย อันประกอบด้วยหน่วยราชการไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ต่างๆ เช่น สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรฯ สำนักงานที่ปรึกษาการพาณิชย์ฯ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 สรุปได้ว่าไม่พบว่าสหภาพยุโรปแสดงความกังวลในเรื่องนี้
อนึ่ง มีข่าวจ! ากหนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 ว่า USFDA ขอเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบอาหารจากไทยเป็น 100% เพราะอาจปนเปื้อนจากเหตุปัญหาน้ำเน่าเสียนั้น จากข้อเท็จจริงปรากฎว่า การเพิ่มการสุ่มตรวจสอบสินค้าประมงที่นำเข้าสหรัฐฯ นั้น เป็นการดำเนินการตามกฎหมายความปลอดภัยอาหารฉบับใหม่จากสหรัฐฯ และดำเนินการกับประเทศคู่ค้าทุกประเทศ
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ประจำกรุงวอชิงตัน
! ; สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ประจำกรุงบรัสเซลส์ (21/11/54)
อนึ่ง มีข่าวจ! ากหนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 ว่า USFDA ขอเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบอาหารจากไทยเป็น 100% เพราะอาจปนเปื้อนจากเหตุปัญหาน้ำเน่าเสียนั้น จากข้อเท็จจริงปรากฎว่า การเพิ่มการสุ่มตรวจสอบสินค้าประมงที่นำเข้าสหรัฐฯ นั้น เป็นการดำเนินการตามกฎหมายความปลอดภัยอาหารฉบับใหม่จากสหรัฐฯ และดำเนินการกับประเทศคู่ค้าทุกประเทศ
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ประจำกรุงวอชิงตัน
! ; สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ประจำกรุงบรัสเซลส์ (21/11/54)
ยันข่าวเหตุน้ำท่วมทำอียูและสหรัฐฯ เข้มงวดสินค้าอาหารจากไทยโคมลอย
ตามที่มีข่าวสอบถามว่าได้รับทราบจากกระทรวงการต่างประเทศว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้รับข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ว่าสหภาพยุโรปจะห้ามนำเข้าอาหารไทยอันเนื่องมาจากสาเหตุน้ำท่วม ทำให้ไม่มั่นใจในคุณภาพที่น้ำประปาไทยที่นำไปผลิตอาหารเพื่อการส่งออกนั้น ในนการประชุมทีมประเทศไทย อันประกอบด้วยหน่วยราชการไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ต่างๆ เช่น สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรฯ สำนักงานที่ปรึกษาการพาณิชย์ฯ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 สรุปได้ว่าไม่พบว่าสหภาพยุโรปแสดงความกังวลในเรื่องนี้
อนึ่ง มีข่าวจ! ากหนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 ว่า USFDA ขอเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบอาหารจากไทยเป็น 100% เพราะอาจปนเปื้อนจากเหตุปัญหาน้ำเน่าเสียนั้น จากข้อเท็จจริงปรากฎว่า การเพิ่มการสุ่มตรวจสอบสินค้าประมงที่นำเข้าสหรัฐฯ นั้น เป็นการดำเนินการตามกฎหมายความปลอดภัยอาหารฉบับใหม่จากสหรัฐฯ และดำเนินการกับประเทศคู่ค้าทุกประเทศ
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ประจำกรุงวอชิงตัน
! ; สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ประจำกรุงบรัสเซลส์ (21/11/54)
อนึ่ง มีข่าวจ! ากหนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 ว่า USFDA ขอเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบอาหารจากไทยเป็น 100% เพราะอาจปนเปื้อนจากเหตุปัญหาน้ำเน่าเสียนั้น จากข้อเท็จจริงปรากฎว่า การเพิ่มการสุ่มตรวจสอบสินค้าประมงที่นำเข้าสหรัฐฯ นั้น เป็นการดำเนินการตามกฎหมายความปลอดภัยอาหารฉบับใหม่จากสหรัฐฯ และดำเนินการกับประเทศคู่ค้าทุกประเทศ
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ประจำกรุงวอชิงตัน
! ; สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ประจำกรุงบรัสเซลส์ (21/11/54)
บริษัทชามาเลเซียถูกปรับเนื่องจากใช้สีผสมอาหารต้องห้าม
บริษัท Gold Leaf Manufacturing Company ถูกปรับย้อนหลัง 4 ปีเป็นจำนวนเงิน 20,000 ริงกิตมาเลเซีย (ประมาณ 6,376 ดอลลาร์สหรัฐ) เนื่องจากพบว่ามีการใช้สีผสมอาหารที่ถูกห้ามใช้ในกฎหมาย Food Regulation Act ปี 1985
ซึ่งผลการตรวจวิเคราะห์จาก Malaysia’s Department of Chemistry พบว่ามีสีผสมอาหาร Yellow Sunset FCF และ Tartrazine ซึ่งบริษัทนี้ถูกตรวจพบว่ามีการกระทำผิดในข้อหาดังกล่าวถึง 3 ครั้ง ในปี 2550 2551 และ 2552 Samuil-Ashton Satu เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกล่าวว่าการใช้สีผสมอาหารดังกล่าวนั้นนอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายอ่อนแอแล้วยั! งสามารถบ่อนทำลายสุขภาพของผู้บริโภคด้วย
ที่มา : Meatpoultry(21/11/54
ซึ่งผลการตรวจวิเคราะห์จาก Malaysia’s Department of Chemistry พบว่ามีสีผสมอาหาร Yellow Sunset FCF และ Tartrazine ซึ่งบริษัทนี้ถูกตรวจพบว่ามีการกระทำผิดในข้อหาดังกล่าวถึง 3 ครั้ง ในปี 2550 2551 และ 2552 Samuil-Ashton Satu เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกล่าวว่าการใช้สีผสมอาหารดังกล่าวนั้นนอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายอ่อนแอแล้วยั! งสามารถบ่อนทำลายสุขภาพของผู้บริโภคด้วย
ที่มา : Meatpoultry(21/11/54
เอเชียมีความต้องการผลิตภัณฑ์เนื้อฮาลาลสูงขึ้น
US Meat Export Federation (USMEF) เผยว่าส่วนที่เจริญเติบโตเร็วที่สุดในการส่งออกเนื้อวัวของสหรัฐฯ คือผลิตภัณฑ์ฮาลาล ซึ่งปัจจุบันได้มีการส่งออกไปยังตลาดในตะวันออกกลาง ประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียเป็นจำนวนมาก ความนิยมเนื้อวัวฮาลาลนั้นยังมีการเจริญเติบโตในบางพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ใบรับรองฮาลาลในการนำเข้า
Sabrina Yin ผู้อำนวยการ USMEF ประจำเอเชียตะวันตกเฉียงใต้กล่าววว่า ใบรับรองฮาลาลเป็นสิ่งที่จำเป็นในอินโดนีเซียและมาเลเซีย แม้แต่ในสิงคโปร์ซึ่งมีจำนวนประชากรมุสลิมเพิ่มมากขึ้นและยังเป็นประเทศที่นักท่องเที! ่ยวตะวันออกกลางนิยม นอกจากนี้ทางภาคใต้ของไทยที่ติดกับมาเลเซีย และทางตะวันตกเฉียงใต้ของฟิลิปปินส์เองก็มีความต้องการเนื้อวัวฮาลาลสูงมากเช่นกัน
Joel Haggard รองประธานUSMEF ประจำทวีปเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่าในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ไม่ได้นำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐฯ นั้นก็ยังนิยมเนื้อฮาลาลมากแม้ว่าการนำเข้าจะไม่ต้องใช้ใบรับรองฮาลาลก็ตาม
ที่มา : Meatpoultry (21/11/54)
Sabrina Yin ผู้อำนวยการ USMEF ประจำเอเชียตะวันตกเฉียงใต้กล่าววว่า ใบรับรองฮาลาลเป็นสิ่งที่จำเป็นในอินโดนีเซียและมาเลเซีย แม้แต่ในสิงคโปร์ซึ่งมีจำนวนประชากรมุสลิมเพิ่มมากขึ้นและยังเป็นประเทศที่นักท่องเที! ่ยวตะวันออกกลางนิยม นอกจากนี้ทางภาคใต้ของไทยที่ติดกับมาเลเซีย และทางตะวันตกเฉียงใต้ของฟิลิปปินส์เองก็มีความต้องการเนื้อวัวฮาลาลสูงมากเช่นกัน
Joel Haggard รองประธานUSMEF ประจำทวีปเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่าในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ไม่ได้นำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐฯ นั้นก็ยังนิยมเนื้อฮาลาลมากแม้ว่าการนำเข้าจะไม่ต้องใช้ใบรับรองฮาลาลก็ตาม
ที่มา : Meatpoultry (21/11/54)
คาด ผลผลิตข้าวฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น 5.7 % ในปี 2554
สำนักงานสถิติการเกษตรฟิลิปปินส์ (BAS) คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวเปลือกของฟิลิปปินส์จะเพิ่มขึ้น
5.7 % เป็น 16.68 ล้านตันในปี 2554 เนื่องจากฟิลิปปินส์ฟื้นฟูจากภาวะแห้งแล้งที่ยาวนานเมื่อปี 2553
นอกจากนี้ พื้นที่เก็บเกี่ยวอาจเพิ่มขึ้นอีก 4.2 % เป็น 4.54 ล้านเฮ็คตาร์ และคาดว่าปริมาณผลผลิตอาจแตะที่ระดับ 3.68 ตันต่อเฮ็คตาร์ เพิ่มขึ้น 1.5 %จากปี 2553
อย่างไรก็ตาม ผลการคาดการณ์ในครั้งนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้นซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ 17.4 ล้านตัน BAS ระบุว่าไต้ฝุ่นเนสาตและนาล! แก ทำให้พื้นที่การเพาะปลูกเสียหายและลดปริมาณผลการเก็บเกี่ยวในไตรมาสที่ 4 ด้านฤดูการเก็บเกี่ยวสำคัญในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม ปี 2554 BAS คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวอาจลดลง 8.8 % เหลือ 5.93 ล้านตัน โดยคิดจากผลผลิตต่อพื้นที่ ขณะที่คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวโพดจะอยู่ที่เกือบ 7 ล้านตันในปี 2554 ซึ่งเพิ่มขึ้น 10 % จากปี 2553 ซึ่งอยู่ที่ 6.38 ล้านตัน นอกจากนี้ ผลผลิตข้าวโพดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม อาจลดลง 7.1 % เหลือ 3.68 ล้านตัน ในปี 2554
ที่มา : Xinhua News (21/11/54
5.7 % เป็น 16.68 ล้านตันในปี 2554 เนื่องจากฟิลิปปินส์ฟื้นฟูจากภาวะแห้งแล้งที่ยาวนานเมื่อปี 2553
นอกจากนี้ พื้นที่เก็บเกี่ยวอาจเพิ่มขึ้นอีก 4.2 % เป็น 4.54 ล้านเฮ็คตาร์ และคาดว่าปริมาณผลผลิตอาจแตะที่ระดับ 3.68 ตันต่อเฮ็คตาร์ เพิ่มขึ้น 1.5 %จากปี 2553
อย่างไรก็ตาม ผลการคาดการณ์ในครั้งนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้นซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ 17.4 ล้านตัน BAS ระบุว่าไต้ฝุ่นเนสาตและนาล! แก ทำให้พื้นที่การเพาะปลูกเสียหายและลดปริมาณผลการเก็บเกี่ยวในไตรมาสที่ 4 ด้านฤดูการเก็บเกี่ยวสำคัญในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม ปี 2554 BAS คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวอาจลดลง 8.8 % เหลือ 5.93 ล้านตัน โดยคิดจากผลผลิตต่อพื้นที่ ขณะที่คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวโพดจะอยู่ที่เกือบ 7 ล้านตันในปี 2554 ซึ่งเพิ่มขึ้น 10 % จากปี 2553 ซึ่งอยู่ที่ 6.38 ล้านตัน นอกจากนี้ ผลผลิตข้าวโพดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม อาจลดลง 7.1 % เหลือ 3.68 ล้านตัน ในปี 2554
ที่มา : Xinhua News (21/11/54
วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
แนวโน้มการส่งออกอาหารทะเลเวียดนามปี 2554
แนวโน้มการส่งออกอาหารทะเลเวียดนามปี 2554 สรุปประเด็นสำคัญได้ ดังนี้
1. สมาคมผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลของเวียดนาม (The Vietnam Association of Seafood Exporters and Producers: VASEP ) คาดการณ์ตัวเลขการส่งอาหารทะเลปี 2554 ไว้ว่าอาจมีแนวโน้มสูงถึง 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับปี 2553 ซึ่งเป็นผลมาจากราคาส่งออกเพิ่มขึ้นและความต้องการซื้อสูงจากต่างประเทศ สำหรับตัวเลขการส่งออกในช่วงมกราคม – สิงหาคม 2554 มียอดส่งออกรวมทั้งหมดเกือบ 3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ เพิ่มขึ้น 24.4 % เมื่อเท! ียบกับปีที่ผ่านมา โดยส่งออกไปยังตลาดที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และอิตาลี เพิ่มขึ้น 42.7, 57.3 และ 45.1 ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมอาหารทะเลของเวียดนามกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนวัตถุดิบในเขตที่ราบลุ่มปากแม่น้ำโขง (ปลา Tra) ประกอบกับความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นจากผู้แปรรูปอาหารทะเลภายในประเทศ น่าจะส่งผลให้ราคาวัตถุดิบ (ปลา) ในปีนี้คงอยู่ในระดับสูงต่อไปหรืออาจมีผลต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2555 การที่ราคาสูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการส่งออกปลาของเวียดนาม
2. จากการที่การเพาะเลี้ยงกุ้งของเวียดนามที่ต้องเผชิญปัญหาโรคระบาดนานหลายปี ทำให้ผลผลิตกุ้งกุลาดำของประเทศลดลง ฟาร์มเลี้ยงกุ้งจำนวนมากจึงได้หันมาเพาะเลี้ยงกุ้งขาว (white shrimp) แทน เนื่องจากแข็งแรง เลี้ยงง่ายและมีระยะเวลาเพาะเลี้ยงสั้นกว่ากุ้งกุลาดำ ทำให้สัดส่วนการส่งออกกุ้งเปลี่ยนแปลง โดยคาดการณ์ว่าการส! ่งออกุ้งขาวอาจเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 มาอยู่ที่ 200,000 ตัน ส่วนการ! ส่งออกกุ ้งกุลาดำมีแนวโน้มลดลงจาก 350,000 ตันในปี 2553 มาอยู่ที่ 300,000 ตันในปี 2554
จากการที่ราคากุ้งอยู่ในระดับสูง ประกอบกับความต้องการซื้อที่รุนแรงจากตลาดต่างประเทศ และการเพาะเลี้ยงกุ้งในประเทศผู้ผลิตที่สำคัญหลายแห่งได้รับความเสียหาย ส่งผลให้การส่งออกกุ้งของเวียดนามในช่วงครึ่งปีแรกมีอัตราเติบโตสูง นอกจากนี้ การส่งออกกุ้งของเวียดนามอาจมีแนวโน้มดีขึ้นอีก เนื่องจากเมื่อต้นเดือนกันยายน 2554 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (DOC) ประกาศผลการทบทวนภาษีทุ่มตลาด (AD) ครั้งที่ 5 ขั้นสุดท้ายสำหรับกุ้งที่สหรัฐฯ นำเข้าจากเวียดนาม โดยจะปรับอัตราภาษี AD จากบริษัทผู้ส่งออกของเวียดนามได้แก่ Minh Phu, Nha Trang Seafood และ Camimex ลดลง และ ผู้ส่งออกอีก 28 รายของเวียดนามจะลดลงจาก 3.92 % เหลือ 1.04 โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 12 กันยายน 2554 เป็นต้นไป (อัตราภาษี AD ดังกล่าวคำนวณจากกุ้งที่นำเข้าระหว่างวันที่ 1 ก.พ. 52 – 31 ม.ค. 53) การปรับลดภาษี AD น่าจะส่งผลให้เวียดนามส่งออกกุ้งไปยังสหรัฐ! ฯ ได้เพิ่มขึ้น
คาดปริมาณผลิตน้ำตาลจีนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
สำนักข่าวซินหัว-เขตฯ กว่างซีจ้วงรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ฤดูกาลผลิต ปี 2554-2555ปริมาณการผลิตน้ำตาลในจีนจะเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ฤดูกาลผลิต
ปัจจัยจากสภาพภูมิอากาศแปรปรวนส่งผลให้สถานการณ์ผลผลิตน้ำตาลภายในประเทศลดลงต่อเนื่องนับตั้งแต่ฤดูกาลผลิต 2551-2552 เป็นต้นมา
ฤดูกาลผลิต 2553-2554 จีนมีปริมาณการผลิตน้ำตาล 10.4542 ล้านตัน ทำให้น้ำตาลขาดตลาด 2.5 – 3 ล้านตัน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำตาลภายในประเทศพุ่งสูงเป็นปร! ะวัติการณ์ โดยราคาเสนอขายในพื้นที่ผลิตจากตันละ 2,800 หยวนในเดือน ตุลาคม 2551 ไต่ระดับสูงถึงตันละ 7,800 หยวนเมื่อเดือนสิงหาคม 2554 (ปัจจุบัน ราคาเสนอขายในพื้นที่ผลิตผันผวนอยู่ที่ตันละ 7,200 – 7,300 หยวน) ส่วนราคานอกพื้นที่ผลิตทะลุตันละ 8,000 หยวนไปแล้ว
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงน้ำตาลคาดการณ์ว่า ในฤดูกาลผลิตปี 2554-2555 ปริมาณการผลิตน้ำตาลในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
เจ้าหน้าที่จากสมาคมน้ำตาลในพื้นที่ผลิตหลักของประเทศได้ร่วมรายงานผลการคาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำตาลในฤดูกาลผลิตนี้ (2554-2555) พบว่า แต่ละพื้นที่ได้ประมาณการณ์ปริมาณการผลิตในพื้นที่ตนเองเพิ่มขึ้นในระดับที่แตกต่างกัน
อาทิ เขตฯ กว่างซีจ้วง คาดการณ์เพิ่มขึ้นมากกว่า 7 ล้านตัน มณฑลยูนนาน เพิ่มขึ้นมากกว่า 2.1 ! ล้านตัน มณฑลกว่างตง เพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านตัน และมณฑลไห่หนานมี! หวังเพิ่ มขึ้น 3 แสนตัน ทำให้ปีนี้ จีนน่าจะมีปริมาณการผลิตน้ำตาลเพิ่มขึ้น 12 ล้านตัน บวกลบไม่เกิน 1 ล้านตัน
นายหวัง เจ๋อ นักวิเคราะห์ตลาดสินค้าล่วงหน้าจากมณฑลเจ้อเจียง แสดงความเห็นว่า แนวโน้มการผลิตน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น และการปล่อยน้ำตาลสำรองของรัฐบาลกลาง (9 ครั้ง ปริมาณกว่า 1.86 ล้านตัน) จะช่วยลดช่องว่างของตลาดบริโภคภายในประเทศได้เป็นอย่างดี
“ในฤดูกาลผลิตใหม่ ปริมาณอุปสงค์อุปทานน้ำตาลในตลาดจะเกิดภาวะสมดุล และตลาดน้ำตาลภายในประเทศจะมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น “ นายหวัง กล่าว
ที่มา : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง(17/11/54
วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
จีนขอความเห็นร่างกฎหมายห้ามโฆษณานมผงใหม่
หนังสือพิมพ์ Beijing Daily รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขจีนขอความคิดเห็นจากประชาชนเรื่องร่างกฎระเบียบห้ามการโฆษณานมผงเด็ก หากระเบียบดังกล่าวได้รับการอนุมัติ จะมีผลให้ห้ามโฆษณาและส่งเสริมการขายรูปแบบต่างๆ เช่น ลดราคา ให้ของกำนัล แจกตัวอย่างสินค้า หรือแม้กระทั่งแจกโบรชัวร์
ร่างดังกล่าวมีความเข้มงวดกว่ากฎหมายปัจจุบันซึ่งห้ามเพียงแค่การส่งเสริมการขายโดยการให้ของกำนัลและลดราคาสินค้า
นอกจากจะควบคุมผู้ผลิตและผู้จำหน่ายแล้ว จะมีการควบคุมผู้โ! ฆษณาเช่นกัน โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะห้ามกระทำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณา แม้กระทั่ง การออกแบบ การผลิต การตีพิมพ์ และดิสเพลย์
นอกจากนี้ โรงพยาบาลและแพทย์จะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการขายหรือการจำหน่ายนมผงเด็ก
ทั้งนี้ ร่างกฎระเบียบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการให้นมบุตรด้วยนมมารดา
ที่มา : Xinhua News (16/11/54)
ไฟเขียวสารให้ความหวาน stevia
สหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้สาร steviol glycosides ในอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นสารให้ความหวานธรรมชาติที่มาจากต้น stevia คาดว่าจะมีผลบังคับใช้วันที่ 3 ธันวาคม 2554
Steviol glycosidesได้รับการพิจารณาว่าเป็นกลุ่มสารให้ความหวานที่มีความเข้มข้นสูง (250-300 เท่าของซูโครส) มีการใช้สารให้ความหวานดังกล่าวในอาหารในหลายประเทศ เช่นออสเตรเลีย และมีความสำคัญต่อผู้บริโภคที่สนใจอาหารเพื่อสุขภาพเนื่องจากมีปริมาณแคลอรี่ต่ำและมีค่าดัชนีน้ำตาล (glycemic load) เป็น 0
&n! bsp; มติของสภายุโรปซึ่งผลักดันจากหน่วยงานความปลอดภัยอาหารของสหภาพยุโรป (EFSA) ยืนยันจุดยืนอันยาวนานของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสารปรุงแต่งอาหารขององค์การอนามัยโลก (JECFA) ที่ระบุว่า steviol glycocides ปลอดภัยทุกคนสามารถบริโภคได้ และเหมาะสำหรับเป็นทางเลือกของผู้เป็นเบาหวาน นอกจากนี้สหภาพยุโรปยังมีข้อสรุปว่าสารให้ความหวานชนิดนี้ไม่เป็นสารก่อมะเร็ง และไม่เป็นสารก่อพิษในระดับพันธุกรรม การสืบพันธุ์ และการเจริญเติบโต
ในปี 2552 สหภาพยุโรปอนุญาตชั่วคราวให้ฝรั่งเศสจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ stevia เป็นเวลา 2 ปี
ทั้งนี้ในปี 2551 steviol glycosides สามารถใช้ได้ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และในปีเดียวกับสารให้ความหวานดังกล่าวได้รับการยอมรับว่าปลอดภัย (GRAS) ในสหรัฐฯ นับแต่นั้นเป็นต้นมาอาหารและเครื่องดื่มในหลายป! ระเทศเริ่มปรับปรุงสูตรให้มีส่วนประกอบของสารให้ความหวานดังกล่าว! โดยมีปริ มาณแครอลี่เป็น 0 หรือลดลงกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีการใช้ steviol glycoside ในบริษัทผู้นำน้ำอัดลมที่จำหน่ายทั่วโลกได้แก่ Coca-cola และ PepsiCo ซึ่งยิ่งทำให้สารให้ความหวานดังกล่าวเป็นที่ยอมรับ
ที่มา : Australian Food News(16/11/54)
มะกันยกเลิกกำหนดค่า MRL ของสาร Psuedomonas fluorescens Strain CL145A
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2554 สหรัฐฯ ประกาศยกเลิกกำหนดค่า MRL ของสาร Psuedomonas fluorescens Strain CL145A ในอาหารทุกชนิด เมื่อใช้เป็นสารเคมีกำจัดหอย (molluscicide)
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2554
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก
http://www.gpo.gov/fdsys/pkg/FR-2011-08-24/html/2011-21249.htm
ที่มา : มกอช.(15/11/54)
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2554
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก
http://www.gpo.gov/fdsys/pkg/FR-2011-08-24/html/2011-21249.htm
ที่มา : มกอช.(15/11/54)
อียูกำหนดค่า MRL
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2554 สหภาพยุโรปประกาศใช้ค่า MRL ตามระเบียบ Commission Regulation No.508/2011 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 โดยแก้ไขภาคผนวก 2 และ 3 ของ Regulation No. 396/2005 ของค่าสารต่อไปนี้ abamectin, acetamiprid, cyprodinil, difenoconazole, dimethomorph, fenhexamid, proquinazid, prothioconazole, pyraclostrobin, spirotetramat, thiacloprid, thiamethoxam และ trifloxystrobin ในผลิตภัณฑ์บางรายการ
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2554
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก
http://members.wto.org/crnattachments/2011/sps/EEC/11_3047_00_e.pdf
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2554
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก
http://members.wto.org/crnattachments/2011/sps/EEC/11_3047_00_e.pdf
EFSA ชี้ พบสารฆ่าแมลงผิดกฎหมายในอาหารอียูน้อยลง
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 สำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารประจำสหภาพยุโรป (EFSA) ระบุว่า พบอาหารที่มีสารฆ่าแมลงเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ในของปี 2552 ลดน้อยลงเมื่อเทียบกับปี 2549 โดยในปี 2549 ลดลงจาก 4.4% เหลือเพียง 1.4% ในปี 2552
EFSA ใช้ตัวอย่างอาหารในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ในไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์ จำนวน 67,000 ตัวอย่าง เกือบ 300 ชนิด เพื่อตรวจสอบอาหารที่มีปริมาณค่า MRL เกินกว่าที่กำหนดในปี 2552
รายงานระบุว่าจำนวนสารฆ่าแมลงที่เกินกว่ามาตรฐานลดลงโดยสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายในสหภาพยุโรปในปี 2! 551 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงการอนุญาตการใช้และวิธีการใช้สารฆ่าแมลง การปรับปรุงระบบรายงานข้อมูล และการบังคับใช้บทบัญญัติทั่วไปของกฎหมายอาหารสหภาพยุโรป
อาหารที่มีเปอร์เซ็นต์ค่า MRL เกินมาตรฐานสูงสุดคือ ผักและผลไม้ เช่น องุ่นทานสด (2.8 %) พริกไทย (1.8 %) มะเขือม่วง (aubergine) ข้าวสาลี (0.8 %) โดยรวม จำนวนสารฆ่าแมลงที่พบในผลไม้ ถั่ว และผัก มีมากกว่าที่พบในธัญพืช
ทั้งนี้ สารที่พบมากที่สุดคือ HCH alpha และ dimethoate และ ปริมาณสารฆ่าแมลงที่พบในพริกไทยอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคมากที่สุด
ที่มา : Food Production Daily (15/11/54)
EFSA ใช้ตัวอย่างอาหารในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ในไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์ จำนวน 67,000 ตัวอย่าง เกือบ 300 ชนิด เพื่อตรวจสอบอาหารที่มีปริมาณค่า MRL เกินกว่าที่กำหนดในปี 2552
รายงานระบุว่าจำนวนสารฆ่าแมลงที่เกินกว่ามาตรฐานลดลงโดยสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายในสหภาพยุโรปในปี 2! 551 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงการอนุญาตการใช้และวิธีการใช้สารฆ่าแมลง การปรับปรุงระบบรายงานข้อมูล และการบังคับใช้บทบัญญัติทั่วไปของกฎหมายอาหารสหภาพยุโรป
อาหารที่มีเปอร์เซ็นต์ค่า MRL เกินมาตรฐานสูงสุดคือ ผักและผลไม้ เช่น องุ่นทานสด (2.8 %) พริกไทย (1.8 %) มะเขือม่วง (aubergine) ข้าวสาลี (0.8 %) โดยรวม จำนวนสารฆ่าแมลงที่พบในผลไม้ ถั่ว และผัก มีมากกว่าที่พบในธัญพืช
ทั้งนี้ สารที่พบมากที่สุดคือ HCH alpha และ dimethoate และ ปริมาณสารฆ่าแมลงที่พบในพริกไทยอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคมากที่สุด
ที่มา : Food Production Daily (15/11/54)
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)