วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
EU ขยายการอนุญาตไทยส่งออกปลามีชีวิตทุกชนิดเพื่อเพาะเลี้ยงในฟาร์ม
คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศกฎระเบียบ Commission Implementing Regulation (EU) No 1012/2012 ลงใน Official Journal เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2555 โดยมีเนื้อหาเป็นการแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบ Regulation (EC) No 2074/2005 และ Regulation (EC) No 1251/2008 ดังนี้
1. ขยายการอนุญาตให้ไทยบรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่สามารถส่งออกปลาที่มีชีวิตทุกชนิด (all fish species) เพื่อการเพาะเลี้ยง จากเดิมที่สามารถส่งออกปลาที่มีชีวิตได้เฉพาะวงศ์ปลาหมอ (Cyprinidae)
! ; 2. กำหนดแบบฟอร์มใบรับรองสุขอนามัยสัตว์น้ำใหม่ 3 ฉบับ ได้แก่
2.1 ใบรับรองสุขอนามัยสัตว์น้ำในการนำเข้าเพื่อบริโภค
2.2 ใบรับรองสุขอนามัยสัตว์น้ำในการนำเข้าเพื่อเพาะเลี้ยงและจัดแสดงในพื้นที่เปิด
2.3 ใบรับรองสุขอนามัยสัตว์น้ำสวยงามในการนำเข้าเพื่อจัดแสดงในพื้นที่ปิด
ทั้งนี้ สหภาพยุโรปได้อนุโลมให้สินค้าสัตว์น้ำที่ใช้ใบรับรองสุขอนามัยฉบับเดิม ใน Part A และ B ของภาคผนวก IV ของ Regulation (EC) No 1251/2008 และสินค้าประมงที่ใช้แบบฟอร์มตาม Appendix IV ของภาคผนวก ! VI ของ Regulation (EC) No 2074/2005 สามารถใช้ประกอบการนำเข้าได! ้จนถึงวั นที่ 1 มีนาคม 2556
ศึกษากฎระเบียบ Commission Implementing Regulation (EU) No 1012/2012
ได้ที่ http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2012:306:0001:0018:EN:PDF
ที่มา : มกอช./สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป
ณ กรุงบรัสเซลส์ (19 พ.ย.55)
วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
เกาหลีใต้-เอกวาดอร์ ลงนามความตกลงเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความปลอดภัยสินค้าประมง
เกาหลีใต้และเอกวาดอร์ ได้ลงนามในความตกลงเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความปลอดภัยของสินค้าประมง เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 โดยกำหนดให้สถานที่แปรรูปสินค้าประมงของทั้งสองประเทศต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานรับผิดชอบด้านการกักกัน (Quarantine Authorities) ก่อนการส่งออก
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว (14 พฤศจิกายน 2555)
|
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
เตือนมะม่วงอาจขึ้นรายชื่อ "ผลไม้ความเสี่ยงสูง" ในสหรัฐฯ
หลังจากอุบัติการณ์การปนเปื้อนเชื้อโรคก่ออาหารเป็นพิษ "Salmonella" ในมะม่วงที่สหรัฐฯ นำเข้าจากเม็กซิโก 2 ครั้ง และแม้ศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐฯ (CDC) จะแถลงว่าการระบาดดังกล่าวสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2555 แล้วก็ตาม แต่ National Mango Board ได้แจ้งต่อผู้ผลิตมะม่วง ให้ตรวจสอบสินค้าอย่างรัดกุม และหาแนวทางจัดการปัญหาที่พบโดยด่วน เนื่องจากมีแนวโน้มที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (USFDA) จะประกาศให้มะม่วงเป็นสินค้าเกษตรที่มีความเสี่ยงสูง และอาจเพิ่มมาตรการตรวจสอบที่ใช้ระยะเวลานานขึ้นกับมะม่วงจากทุกประเทศ ณ ด่านนำเข้า ในขณะเดียวกันหน่วยงานด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช Senasica ของ! เม็กซิโก ได้ยืนยันว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอให้สามารถสรุปว่ามะม่วงจากประเทศของตนเป็นสาเหตุการปนเปื้อนของเชื้อ Salmonella ที่ระบาดในอุบัติการณ์ดังกล่าว ที่ส่งผลให้มีผู้ป่วยถึง 143 คน ใน 15 รัฐ
ปัจจุบันสหรัฐฯ นำเข้ามะม่วงจากเม็กซิโก เปรู เอกวาดอร์ บราซิล กัวเตมาลา และไฮติ ถึง 99% ของปริมาณการบริโภคภายในประเทศ
ที่มา : FoodSafetyNews (2พ.ย.55)
วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555
EU ปรับใช้ค่า MRL ของสาร PAH ในสินค้าอาหาร
กฎระเบียบใหม่ Commission Regulation (EU) No 835/2011 ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีกำหนดค่าสารตกค้างสูงสุด (MRL) ของสารกลุ่ม Polycyclic Aromatic Hydrocarbon (PAH) ได้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2555 ส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรป เช่นกรณีของฟิลิปปินส์ที่ส่งออกสินค้ากล้วยทอดด้วยน้ำมันมะพร้าว ต้องยกเลิกการส่งออกไปยังตลาดสหภาพยุโรป เนื่องจากไม่มีห้องปฏิบัติการที่มีศักยภาพเพียงพอในการตรวจ PAH และห้องปฏิบัติการในต่างประเทศที่สามารถตรวจสอบได้ ก็มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 450-500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13,500-15,000 บาท) ต่อตัวอย่าง และใช้เวลาตรวจสอบนานถึง 2-3 สัปดาห์
&! nbsp; สินค้าเกษตรแปรรูปที่มีโอกาสได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ ได้แก่สินค้าที่มีส่วนประกอบของน้ำมันมะพร้าว ซึ่งครอบคลุมถึงเนื้อสัตว์รมควัน ปลารมควัน และหอยสองฝารมควัน ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบหาสาร PAH ตกค้างก่อนส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ศึกษา Commission Regulation (EU) No 835/2011 ได้ที่ http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2011:215:0004:0008:EN:PDF
ที่มา : มกอช. (15 ต.ค.55)
|
วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2555
สหภาพยุโรปรับรองซ้ำ Carnauba wax ในรูปวัตถุเจือปนอาหาร
หน่วยงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป (EFSA) ได้ทำการประเมินซ้ำสาร Carnauba wax ที่ผลิตจากส่วนประกอบของปาล์ม ซึ่งใช้เป็นสารเคลือบหรือเคลือบเงาในขนมหวาน ของขบเคี้ยว ถั่ว และเมล็ดกาแฟ เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้มีความเป็นปัจจุบัน ภายใต้กฎระเบียบวัตถุเจือปนอาหารใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้เดือนธันวาคม 2555
ทั้งนี้ Carnauba wax สามารถใช้ในส่วนประกอบอาหารได้สูงสุด 200 mg/kg สำหรับในขนมหวาน สามารถใช้ได้ 500 mg/kg และในหมากฝรั่งใช้ได้สูงสุด 1,200 mg/kg และกำหนดค่าการบริโภคส! ูงสุดต่อวัน (ADI) ไว้ที่ 7 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
ที่มา : FoodNavigator (12 ต.ค.55)
|
วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ออสเตรเลียยังคงมาตรการติดตามตรวจสอบรังสีสินค้าเกษตรญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
ภายหลังเหตุการณ์โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิมะ-ไดอิจิ รั่วไหลเมื่อเดือนมีนาคม 2554 ออสเตรเลียได้ประเมินความเสี่ยงจากการดำเนินการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารนำเข้าจากญี่ปุ่นหลายร้อยตัวอย่าง และพบเพียงจำนวนน้อยที่มีการปนเปื้อนรังสี รวมทั้งรังสีที่พบก็อยู่ในระดับที่ไม่เกินมาตรฐานความปลอดภัยสากล
เมื่อเดือนสิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา หน่วยงานมาตรฐานอาหารของออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (FSANZ) ได้จัดทำข้อมูลความเสี่ยงอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่นให้แก่กระทรวงเกษตร ประมง และป่าไม้! (DAFF) ของออสเตรเลีย โดยคำนึงถึงข้อแนะนำของหน่วยงาน Australian Radiation Protection และ Nuclear Safety Agency ที่แม้ว่าความเสี่ยงจากอาหารปนเปื้อนรังสีจากญี่ปุ่นต่อสุขภาพมนุษย์จะมีอยู่ต่ำ แต่ยังคงมีความเสี่ยงของอาหารปนเปื้อนรังสีที่นำเข้ามายังออสเตรเลีย และมีการประกาศรายชื่ออาหารที่เคยตรวจสอบซีเซียมกัมมันตรังสีปนเปื้อนจากหน่วยงานกำกับดูแลของญี่ปุ่นหรือออสเตรเลีย เพื่อให้ติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ตามรายการต่อไปนี้
· ใบชา (ทั้งสดและแห้ง)
· เห็ดตากแห้ง
· ปลา (สด, แช่แข็ง และตากแห้ง)
โดยจะมีผลเฉพาะอาหารที่มาจากเขต ชิบะ, ฟุกุชิมะ, อิบารากิ! , มิยางิ, ไซตามะ, โทชิกิ, โตเกียว และยามางาตะ เท่านั้น ซึ่งผลิ! ตภัณฑ์เห ล่านี้ จะถูกตรวจสอบซีเซียมกัมมนตรังสีให้ไม่เกินค่ามาตรฐานจึงจะอนุญาตให้นำเข้าออสเตรเลียได้
ที่มา : FSANZ (5 ต.ค.55)
ลู่ทางสดใส ผลไม้ฉายรังสีไทยไปสหรัฐ
นางวีณา พงศ์พัฒนานนท์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เผยในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับโครงการตรวจรับรองล่วงหน้า (Preclearance) ผลไม้ฉายรังสีไทยไปสหรัฐ จากความร่วมมือของกรมวิชาการเกษตร และสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า ปัจจุบันในไทยมีผู้ส่งออกจดทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร จำนวน 66 ราย โดยมีผลไม้ที่สามารถส่งออกไปสหรัฐฯ 6 ชนิด คือ ลำไย มังคุด มะม่วง เงาะ ลิ้นจี่ และสับปะรด และล่าสุดสหรัฐฯ ได้อนุญาตเพิ่มอีก 1 ชนิด คือ แก้วมังกร แต่ยังไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการนำเข้า
นายอดิศร พร้อมเทพ ผู้อำนวยการสำน! ักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดสหรัฐฯ มีความต้องการผลไม้ไทยสูงมาก โดยคาดว่าในปี 2555 ไทยจะสามารถส่งออกผลไม้ฉายรังสีไปสหรัฐฯ ได้ประมาณ 685 ตัน และตั้งเป้าส่งออกในปี 2556 ไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน
ที่มา : เดลินิวส์ (5 ต.ค.55)
ญี่ปุ่นเพิ่มตรวจเข้ม Ethoxyquin ในสินค้ากุ้งนำเข้า
ญี่ปุ่นเพิ่มมาตรการตรวจเข้ม Ethoxyquin ในสินค้ากุ้งนำเข้าจากอินเดียและเวียดนาม เนื่องจากตรวจพบสาร Ethoxyquin ตกค้างเกินมาตรฐานในสินค้ากุ้งที่นำเข้าจากอินเดียถึง 16 ครั้ง และเวียดนาม 9 ครั้ง ระหว่างเดือนสิงหาคม - กันยายน 2555
Ethoxyquin เป็นสารในกลุ่มควิโนโลน และพบว่ามีความเป็นพิษเล็กน้อยต่อสัตว์น้ำ ญี่ปุ่นอนุญาตให้ใช้ในอาหารสัตว์น้ำในระดับ 70-150 ppm ส่วนในอาหารที่มนุษย์บริโภค กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น (MHLW) กำหนดค่า MRL ไว้ที่ 0.01 ppm
&! nbsp; ปัจจุบันไทยมีห้องปฏิบัติการเอกชนที่สามารถตรวจสาร Ethoxyquin ได้แก่ SGS และ OMIC และแม้ว่ายังไม่มีประวัติการตรวจพบในกุ้ง แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก MHLW ได้แจ้งเตือนไปยังกรมประมงและผู้ประกอบการของไทยให้ระมัดระวังการตกค้างของสารดังกล่าว โดยอาจมีการสุ่มตรวจฟาร์มและตรวจวิเคราะห์การตกค้างในกุ้งเป็นครั้งคราว
ที่มา : มกอช. (5 ต.ค.55)
วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555
นิวซีแลนด์เปิดตัวหน่วยงานด้านอุตสาหกรรมอาหารทะเล
หน่วยงาน Seafood New Zealand ได้เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555 เพื่อเป็นองค์กรระดับประเทศที่รับผิดชอบภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเลทั้งหมดในนิวซีแลนด์ จากที่ก่อนหน้านี้รับผิดชอบโดยสภาอุตสาหกรรมอาหารทะเล (SeaFIC) โดยถือเป็นหน่วยงานด้านอุตสาหกรรมปฐมภูมิ ที่ตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้บรรลุผลประกอบการภายใต้ข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
Seafood New Zealand จะปฏิบัติงานภายใต้ยุทธศาสตร์องค์กรต่อไปนี้
- เป็นหน่วยงานประสานงานกลางของอุตสาหกรรมอาหารทะเลในนิวซีแลนด์ โดยให้บริการแก่เอกชนและองค์กรผู้แทนของภาคอุตสาหกรรม
- เป็นองค์กรหลักที่มีภาพพจน์และความรับผิดชอบชัดเจนในการบริหาร 5 องค์กรผู้แทนภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมงน้ำลึก และสินค้าประมงอื่นๆ เช่น หอยฝาเดียว กุ้งมังกร และการประมงชายฝั่ง
- เป็นผู้ร่วมวางแผนวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม ผ่านทาง Seafood Strategy New Zealand Limited
ที่มา : TheFishSite (4 ต.ค.55)
ไต้หวันลดภาษีนำเข้าแอปเปิล-กีวี-พีช ลง 50%
ไต้หวันเตรียมลดภาษีนำเข้าของแอปเปิล กีวี และพีช ลง 50% ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ (6 ตุลาคม 2555) โดยจะคงภาษีนำเข้าดังกล่าวเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อกระตุ้นการนำเข้าผลไม้นอกฤดูปลูก ซึ่งมีประมาณการว่าจะทำให้ลดต้นทุนของผู้ประกอบการนำเข้าได้ราว 115 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 115 ล้านบาท)
ในปีนี้ไต้หวันประสบปัญหาพายุไต้ฝุ่น ทำให้ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอกับความต้องการของตลาด ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค และราคาเฉลี่ยพืชผลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายผักและผลไม้ในเดือนกันยายนลดลงจากปี 2554 ถึง 16% เหลือเพียง 15,675 เมตริกตัน
ที่มา : ChinaPost (4 ต.ค.55)
วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555
เม็กซิโกพัฒนาระบบการผลิตสัตว์น้ำระดับชุมชน
หน่วยงาน SAGARPA ของเม็กซิโก ได้วางรากฐานระบบการผลิตสัตว์น้ำระดับชุมชน 80 โครงการ เพื่อรองรับการประกอบอาชีพของครอบครัวผู้ยากไร้ 550 ครัวเรือน ในพื้นที่ 14 รัฐ โดยมีการผลิตครบวงจรตั้งแต่การเพาะพันธุ์ การอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน-ลูกปลา ไปจนถึงการพัฒนาระบบรองรับการเลี้ยง โดยมุ่งเป้าหมายไปยังพื้นที่ที่ขาดการดูแลจากภาครัฐ ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 263 ล้านเปโซ (626 ล้านบาท) ทำให้เกิดการพัฒนาภาคการผลิตสู่ชุมชน นอกจากนี้ SAGARPA กำหนดเป้าหมายที่จะเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีความหลากหลายภายใน 20 ปี
ที่มา : TheFishSite (4 ต.ค.55)
วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555
สหภาพยุโรปปรับปรุงกฎระเบียบสารแต่งกลิ่นรส
คณะกรรมาธิการยุโรปได้รับรองกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับรายชื่อสารแต่งกลิ่นรส 2 ฉบับได้แก่
1. Commission Implementing Regulation (EU) No 872/2012 ว่าด้วยรายชื่อสารแต่งกลิ่นรสที่อนุญาตให้ใช้ ตามรายชื่อบนเว็บไซต์ https://webgate.ec.europa.eu/sanco_foods/?sector=FFL ที่ในปัจจุบันมีประมาณ 2,100 รายการ และอยู่ในระหว่างการพิจารณ! าของหน่วยงานความปลอดภัยอาหารของสหภาพยุโรป (EFSA) อีกประมาณ 400 รายการ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 เมษายน 2556
2. Commission Regulation (EU) No 873/2012 ว่าด้วยมาตรการเปลี่ยนผ่านสำหรับสารนอกบัญชีรายชื่อที่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ตุลาคม 2555
ทั้งนี้ เมื่อกฎระเบียบรายชื่อสารแต่งกลิ่นรสที่อนุญาตมีผลบังคับใช้ จะห้ามการใช้สารนอกบัญชีรายชื่อทั้งหมดภายใน 18 เดือน
ที่มา : มกอช. (3ต.ค.55)
วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555
สหภาพยุโรปรับรองความปลอดภัยเรพซีดดัดแปลงพันธุกรรม
หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารสหภาพยุโรป (EFSA) ได้รับรองความปลอดภัยของเรพซีดสำหรับผลิตน้ำมัน เพื่อใช้ในอาหารสัตว์และมนุษย์บริโภคสำหรับตลาดสหภาพยุโรป โดยเรพซีดสายพันธุ์ Ms8 Rf3 และลูกผสม Ms8 x Rf3 ได้ดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อให้มีความต้านทานต่อสารกำจัดศัตรูพืชกลุ่ม glufosinate-ammonium
EFSA ได้ประเมินความปลอดภัยของเรพซีดทั้งสามสายพันธุ์ และพบว่าไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งให้คุณค่าทางโภชนาการเท่ากับสายพันธุ์ปกติจากการวิจัยในไก่เนื้อ ซึ่งผลการรับรองความปลอดภัยในครั้งนี้ ออกภายหลังการเผยผลวิจัยข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม NK603 ว่ามีแนวโน้มก่อให้เกิดเนื้องอกในหนูทดลอง เพียง 1 วัน
ที่มา : FoodNavigator (27 กันยายน 2555)
AFET จ่อเทรดถั่วเหลือง-ข้าวโพดต้นปีหน้า
นายชาตรี สหเวชชภัณฑ์ กรรมการและผู้จัดการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (AFET) เผยว่า AFET เตรียมนำเข้าถั่วเหลืองและข้าวโพดมาซื้อขายล่วงหน้าโดยอ้างอิงราคาตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก (CME) ซึ่งมีราคาซื้อขายล่วงหน้าในทิศทางสัมพันธ์กับราคาซื้อขายของตลาดจริงในไทย โดยทาง AFET พร้อมลงนามในสัญญาขอใช้ราคาอ้างอิงจาก CME
ลักษณะสัญญาของสินค้าถั่วเหลืองและข้าวโพดของ AFET ผู้ลงทุนสามารถเลือกชำระราคาด้วยเงินสด (Cash Settlement) ซึ่งจากการที่เป็นสัญญาขนาดเล็ก ทำให้มีความคล่องตัวในการซื้อขายสูง เทียบเท่าการอ้างอิงราคาตลาดล่วงหน้าในต่างประเทศสำหรับการซื้อขายน้ำมันและทองคำของตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) หรือ TFEX
ปัจจุบันถั่วเหลืองมีมูลค่าการนำเข้าสูงถึง 95% ของความต้องการใช้ทั้งหมดในประเทศ คิดเป็นมูลค่านำเข้าถึงราวปีละ 34,300 ล้านบาท ในขณะที่ข้าวโพด ไทยมีมูลค่าการผลิตค่อนข้างสูงถึงกว่าปีละ 35,000 ล้านบาท แต่ยังคงต้องนำเข้าอีกประมาณปีละ 750 ล้านบาท การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า จะช่วยลดความเสี่ยงจากการผันผวนของราคา จากปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนในปีนี้ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ( 28 กันยายน 2555 )
ฮ่องกง-เวทีแจ้งเกิดผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก
ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (BIC) เผย จากงาน Thai Fruit Tasting ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2555 พบว่าผู้บริโภคให้ความสนใจในผลไม้ไทยหลายชนิด เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ ชมพู่ และมังคุด และยังมีความคิดเห็นจากผู้ประกอบการว่า ฮ่องกงเป็นพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยจำนวนมาก การที่สินค้าเกษตรไทยมีวางจำหน่ายในร้านค้าและร้านอาหาร เท่ากับเป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของสินค้าไทย
ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการค้า การเงิน ลอจิสติกส์ และการจัดแสดงสินค้า ทั้งยังคุ้นเคยกับกฎระเบียบมากกว่าจีน หากไทยใช้ฮ่องกงเป็นสะพานนำสินค้าเข้าสู่จีน ซึ่งมีทั้งความต้องการและกำลังซื้อสูงนั้น จะทำได้ง่ายกว่า ดังเช่นที่บริษัทแห่งหนึ่งนำผลไม้เข้าเซินเจิ้นผ่านทางฮ่องกง เนื่องจากสามารถผ่านขั้นตอนเอกสารได้รวดเร็ว ทั้งนี้ ไทยต้องให้ความสำคัญกับการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาจเพิ่มในส่วนของการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ง่าย เนื่องจากในหลายประเทศมีค่าแรงและค่ากำจัดขยะค่อนข้างสูง เช่น สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา
ที่มา : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (ThaiBizChina) ( 28 กันยายน 2555 )
วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555
เอเชียแปซิฟิกตั้งเป้าแผนประมงยั่งยืน
ตัวแทนประเทศสมาชิกในคณะกรรมาธิการด้านการประมงแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APFIC) เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือด้านความร่วมมือและพัฒนาการประมงยั่งยืนระดับภูมิภาค ระหว่างวันที่ 27-28 กันยายน 2555 ณ เมืองดานัง เวียดนาม โดยมุ่งประเด็นเกี่ยวกับการประเมินทรัพยากรด้านการประมง มาตรการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของหมู่บ้านประมง
ทั้งนี้ เวียดนามได้ก้าวกระโดดมาเป็นประเทศผู้นำ 20 อันดับแรกด้านอุตสาหกรรมประมงของโลก ซึ่งทำให้เกิดการจ้างงานภายในประเทศถึง 5 ล้านคน โดยปัจจุบันเป็นผู้ส่งออกสินค้าอาหารทะเลอันดับที่ 6 เฉพาะเมืองดานังที่มีเขตชายฝั่งกว่า 90 กิโลเมตร มีพื้นที่ทำการประมงถึง 15,000 ตารางกิโลเมตร และมีเรือประมงกว่า 2,300 ลำ
สำหรับ APFIC ปัจจุบันมีสมาชิก 20 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น ไทย สหรัฐฯ จีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยสำนักงานใหญ่ของ APFIC อยู่ในประเทศไทย 20 ประเทศสมาชิกใน APFIC มีผลผลิตสินค้าประมงปีละกว่า 53.1 ล้านตัน ครอบครองส่วนแบ่งในตลาดโลกถึง 89.1% ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 95.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.95 ล้านล้านบาท)
ที่มา : TheFishSite ( 27 กันยายน 2555 )
|
วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
สหรัฐฯ เพิ่มเติมขั้นตอนการจดทะเบียนโรงงานแบบออนไลน์
ตามที่ มกอช. ได้นำเสนอข่าวสหรัฐฯ แจ้งผู้ประกอบการจดทะเบียนโรงงานใหม่ ตามกฎหมายความปลอดภัยสินค้าอาหารฉบับใหม่ (Food Safety Modernization Act: FSMA) ช่วงทุกปีเลขคู่ช่วงไตรมาส 4 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น
สหรัฐฯ ได้เพิ่มเติมขั้นตอนสำหรับการจดทะเบียนโรงงานสำหรับผู้ประกอบการ ทั้ง 13 หัวข้อ โดยผู้ประกอบการสามารถจดทะเบียนได้ 2 วิธี คือ จดทะเบียนทางโทรสารหรือไปรษณีย์ และจดทะเบียนแบบออนไลน์ ซึ่งสามารถเข้าไปดูรายละเอียดทีละขั้นตอน (Step-by-step) ได้ที่http://www.fda.gov/Food/GuidanceComplianceRegulatoryInformation/RegistrationofFoodFacilities/OnlineRegistration/ucm073706.htm และสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม FDA3537 สำหรับการจดทะเบียนโรงงานใหม่ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2555 ได้ที่www.fda.gov/downloads/AboutFDA/ReportsManualsForms/Forms/UCM071977.pdf ข่าวจดทะเบียนโรงงานฯ http://www.acfs.go.th/news_detail.php?ntype=07&id=105! 10
ที่มา : มกอช.(16 ก.ค.55)
|
ฟิล์มห่ออาหารจากข้าวโพด ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาของผักตระกูลกะหล่ำ
บริษัท Sirane ของสหรัฐฯ คิดค้นฟิล์มห่ออาหาร Sira-Flex ที่มีส่วนประกอบหลักของข้าวโพด มีคุณสมบัติช่วยรักษาสมดุลของแก็สออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในพืชผักที่บรรจุให้มีปริมาณเท่ากันที่ 15% ทำให้เชื้อปนเปื้อนหลายชนิดไม่สามารถเจริญเติบโต อีกทั้งไม่เกิดภาวะเป็นกรดที่ส่งผลต่อเนื้อสัมผัสและรสชาติ ควบคุมความชื้นของผลิตภัณฑ์ ทั้งยังยอมให้แก็สและความชื้นผ่านเข้า-ออกอย่างเหมาะสมในอุณหภูมิการเก็บรักษาที่แตกต่างกันอีกด้วย ซึ่งเมื่อทดลองใช้กับบร็อกโคลีและกะหล่ำดอก พบว่าผักสองชนิดนี้ที่มักเสื่อมสภาพภายในหนึ่งวันนั้น ยังคงสภาพที่ดีหลังจากผ่านไปห้าวันเมื่อห่อด้วยฟิล์มดังกล่าว ! ;
ปัจจุบันขยะจากอาหารมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก เฉพาะในสหภาพยุโรปมีปริมาณถึง 89 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 179 กิโลกรัมต่อประชากร โดยคณะกรรมาธิการยุโรปได้แจ้งเตือนทางสหภาพฯ ว่าหากไม่มีการจัดการที่ดี ขยะดังกล่าวอาจเพิ่มปริมาณทับถมขึ้นถึง 126 ล้านตัน ภายในปี 2020 อนึ่ง ฟิล์มห่ออาหาร Sira-Flex ได้วางตลาดแล้ว โดยผู้ผลิตมีความคาดหวังว่าจะได้รับความนิยมจากประเทศเขตร้อนและพื้นที่ที่ต้องขนส่งอาหารทางบกที่ใช้ระยะเวลานาน
ที่มา : FoodProductionDaily (16 ก.ค.55)
|
วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
อียูเตรียมผ่อนปรนการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น
สหภาพยุโรปอาจเตรียมผ่อนปรนข้อกำหนดการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ หลังจากก่อนหน้านี้มีการควบคุมอย่างเข้มงวดเพราะเกรงผลกระทบของสารกัมมันตรังสี จากวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะ-ไดอิจิช่วงเดือนมีนาคม 2554
ข้อมูลที่ได้รับจากญี่ปุ่นในการประชุมของคณะกรรมาธิการยุโรปด้านกิจการทางทะเลและการประมง และกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น ณ กรุงโตเกียว บ่งชี้ความเสี่ยงในการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในระดับต่ำมาก ซึ่งสมาชิกคณะกรรมาธิการยุโรปจะขอให้ทางสหภาพยุโรปทบทวนระบบตรวจสอบสารกัมมันตรังสีที่ใช้ในปัจจุบัน
ที่มา : Infoquest (13 ก.ค.55)
วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ญี่ปุ่นเพิ่มมาตรการตรวจเข้มกุ้งเวียดนาม-ไทยหวั่นเสียเจ้าตลาด
ญี่ปุ่นได้เพิ่มมาตรการสุ่มตรวจกุ้งที่นำเข้าจากเวียดนาม จากปกติ 5% เพิ่มเป็น 30% หลังจากตรวจพบสารเคมีและสารปฏิชีวนะต้องห้าม โดยอาจมีพิจารณาห้ามนำเข้าในกรณีตรวจพบสารปนเปื้อนเพิ่มเติม ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2554 ญี่ปุ่นตีกลับสินค้ากุ้งเวียดนามจำนวน 56 ล็อต เนื่องจากตรวจพบสารปฏิชีวนะ Endofloxacin
ปัจจุบันเวียดนามมีปริมาณการส่งออกกุ้งเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกของปี ทั้งที่เป็นช่วงหน้าหนาวที่ไม่ค่อยมีผลผลิต เนื่องจากผู้ประกอบการเวียดนามสบช่องที่กุ้งไทยราคาตกต่ำ นำเข้ากุ้งไทยไปแปรรูป! ส่งออก ซึ่งนายบรรจง นิสภวาณิชย์ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย แสดงความวิตกกังวลในสถานการณ์ราคากุ้ง โดยเฉพาะกุ้งคุณภาพสูง ทั้งที่ไทยสามารถผลิตกุ้งที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยทางอาหารระดับสูง และสามารถตรวจสอบย้อนกลับในกระบวนการผลิตได้ ทั้งนี้นายกสมาคมฯ คาดหวังให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นมือช่วยเหลือก่อนที่ไทยจะเสียตลาดให้แก่เวียดนาม และไม่สามารถขายกุ้งในราคาที่สูงได้อีก
ที่มา : ไทยรัฐ/TheFishSite (11 ก.ค.55
วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
FAO เรียกร้องทั่วโลกตระหนักการทำประมงอย่างยั่งยืน
องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมประมงแบบยั่งยืน จากรายงาน "สถานการณ์การประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโลก" เดือนมิถุนายน 2555 ระบุความต้องการผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำและประมงที่เพิ่มสูงขึ้น เฉพาะการบริโภคปลาทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มจาก 128 ล้านตันในปี 2553 เป็น 172 ล้านตันในปี 2564 นอกจากนี้ ปัจจุบันอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นหนึ่งในภาคการผลิตวัตถุดิบอาหารที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด
FAO ชี้ให้เห็นความสำคัญที่รัฐบาลของแต่ละปร! ะเทศควรดำเนินนโยบายการประมงอย่างยั่งยืน โดยประเด็นเร่งด่วนอยู่ที่การคุ้มครองถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ใช้วิธีการจับสัตว์น้ำที่ประหยัดพลังงานและส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมต่ำ ควบคุมการประมงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
อุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและประมง เป็นแหล่งอาหารสำหรับผู้คนนับพันล้านคน อีกทั้งสร้างรายได้หล่อเลี้ยงประชากรมากกว่า 1 ใน 10 ของโลก FAO ประมาณการว่ามูลค่าการส่งออกของผลิตภัณฑ์ปลาและผลิตภัณฑ์จากการประมงสูงถึงกว่า 125,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4 ล้านล้านบาท) ในปี 2554
ที่มา : มกอช.(10 ก.ค.55)
วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
อินโดนีเซียขยายผลมาตรการ
ด้วยเหตุปริมาณการนำเข้าข้าวเพื่อบริโภคภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นมาก รัฐบาลอินโดนีเซียได้ตัดสินใจนำนโยบายรณรงค์งดทานข้าววันอังคารที่ได้ใช้ในเขตเทศบาลเมือง Depok นอกกรุงจาการ์ตาเมื่อช่วงต้นปี มาปรับใช้กับเมืองอื่นๆ ภายในประเทศ โดยมาตรการดังกล่าวเป็นความพยายามที่จะทำให้มีปริมาณข้าวเหลือพอเพียงต่อประชาชนทั้งประเทศ โดยไม่ต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศ ซึ่งมาตรการดังกล่าว รวมถึงการให้ร้านขายอาหารในสถานที่ราชการ งดการขายข้าวทุกวันอังคาร เพื่อให้คนหันไปรับประทานอย่างอื่นแทน
ปัจจุบันปริมาณการบริโภคข้าวในอินโดนีเซียสูงถึง 139 กิโลกรัมต่อคนต่อปี เมื! ่อคิดเป็นปริมาณรวมต่อปี ประชากรราว 240 ล้านคนของอินโดนีเซียจะบริโภคข้าวถึงปีละกว่า 33 ล้านตัน ซึ่งด้วยปัญหาการสูญเสียพื้นที่ปลูก ทำให้อินโดนีเซียต้องนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้นทุกปี
ที่มา : Oryza/กรุงเทพธุรกิจ (5 ก.ค.55)
วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
อียู ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีกับเปรู-โคลัมเบีย
กรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรป ลงนามใน FTA ร่วมกับผู้แทนคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป รัฐมนตรีกระทรวงการค้าโคลัมเบีย และรัฐมนตรีกระทรวงการค้าต่างประเทศเปรู ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปประเมินว่าข้อตกลงทางการค้าจะลดภาระทางภาษีอากรให้กับผู้ส่งออกของสหภาพยุโรปได้ถึงประมาณปีละ 270 ล้านยูโร (ประมาณ 11,000 ล้านบาท) นอกจากนี้ ยังจะเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับทั้งสองฝ่าย รวมทั้งเพิ่มเสถียรภาพและสภาวการณ์ตลาดที่คาดการณ์ได้
เมื่อข้อตกลง FTA มีผลบังคับใช้ จะทำให้มีการยกเลิกภาษีศุลกากรในสินค้าอุตสาหกรรมและประมง ปรับปรุงการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การให้บริการ และตลา! ดการลงทุน รวมทั้งการลดอุปสรรคทางเทคนิคในทางการค้า และกำหนดกฎระเบียบด้านสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การดำเนินการอย่างโปร่งใส และการแข่งขัน ซึ่งทางสหภาพยุโรปจะเปิดโอกาสให้กับผู้ส่งออกจากเปรูและโคลัมเบียในผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและประมงทันที และการลดหย่อนภาษีสินค้าเกษตร ซึ่งจะเป็นผลให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานของประเทศคู่ค้า
ข้อตกลงดังกล่าวได้กำหนดกฎระเบียบครอบคลุมมากกว่าข้อตกลงในกรอบเจรจาพหุภาคีในส่วนของอุปสรรคที่มิใช่ภาษีในการเปิดตลาด การแข่งขัน ความโปร่งใส และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกป้องสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์กว่า 100 รายการของสหภาพยุโรปในตลาดโคลัมเบียและเปรู
นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังเปิดโอกาสแก่สมาชิกในกลุ่มประเทศเขตเทือกเขาแอนดีส เช่น โบลิเวีย และเอกวาดอร์ ที่จะสามารถเข้าร่วมข้อตกลงการค้าเสรีได้ในอนาคต
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.thepigsite.com/swi! nenews/3 0160/eu-signs-trade-agreement-with-colombia-peru
ที่มา : ThePigSite (4 ก.ค.55)
วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
นิวซีแลนด์เตรียมออกมาตรการควบคุมการลากอวนเพื่ออนุรักษ์โลมา
กระทรวงอุตสาหกรรมขั้นปฐมภูมิ (MPI) ของนิวซีแลนด์ ได้เตรียมประกาศใช้มาตรการควบคุมการลากอวนในระยะ 2 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง Taranaki ไปจนถึงบริเวณ Pariokariwa Point ทางทิศใต้ของเมืองท่า Hawera ของเกาะเหนือ นอกจากนี้ยังกำหนดให้การลากอวนในระยะ 2-7 ไมล์ทะเล ของพื้นที่ดังกล่าวต้องมีผู้สังเกตการณ์ควบคุมด้วย จึงจะให้มีการลากอวนได้
ปัจจุบัน Maui’s dolphin (Cephalorhynchus hectori maui) ซึ่งเป็นโลมาสายพันธุ์เล็กและหายาก พบได้เฉพาะที่ชายฝั่งตะวันตกของเกาะเหนือ นิวซีแลนด์ โดยมีประชากรเต็มวัยเหลือเพียงประมาณ 55 ตัว ท! าง MPI อยู่ระหว่างทบทวนแผนบริหารจัดการเพื่อลดภัยคุกคาม คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ทั้งนี้จะคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนประมงชายฝั่งด้วย
ที่มา : TheFishSite (3 ก.ค.55)
วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ญี่ปุ่นเริ่มขายสินค้าสัตว์ทะเลจับนอกฝั่งฟุกุชิมะ
หลังจากเหตุการณ์สึนามิและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิระเบิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ได้มีการเฝ้าตรวจสอบการปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีในสัตว์ทะเล 163 ชนิด จากสมาคมสหกรณ์สหพันธ์ประมงจังหวัดฟุกุชิมะ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2554 และขณะนี้เริ่มมีการวางจำหน่ายหมึกยักษ์และหอยทะเล (whelk) ที่จับในน่านน้ำนอกชายฝั่งโซมะราว 50 กิโลเมตร ที่ความลึกกว่า 150 เมตร ซึ่งผ่านการตรวจสอบการปนเปื้อนซีเซียม โดยจำหน่ายที่ราคาต่ำกว่าปกติ 40% แต่จากผลการตรวจสอบดังกล่าว ก็ยังมีปลาอีกหลายชนิดที่ไม่สามารถวางจำหน่ายได้เนื่องจากยังมีระดับการปนเปื้อนสูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัยของรัฐบาล
ที่มา : สำนักข่าวเอพี (3 ก.ค.55)
วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555
จีนระงับนำเข้าชมพู่ทับทิมจันทร์จากไทย
สำนักงานควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (AQSIQ) ออกประกาศระงับการนำเข้าชมพู่ทับทิมจันทร์จากประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 จากสาเหตุการตรวจพบแมลงวันผลไม้ ซึ่งหากฝ่ายไทยมีมาตรการที่เหมาะสม อาจจะพิจารณาให้ส่งออกชมพู่ทับทิมจันทร์ได้อีกครั้ง
นอกจากนี้ AQSIQ ยังขอให้ไทยตรวจสอบและกักกันโรคพืชอย่างเข้มงวดสำหรับผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่ส่งมายังจีนด้วย ได้แก่ เพลี้ยแป้งในทุเรียน ลำไย และน้อยหน่า สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในลำไย และมดดำในมังคุด เป็นต้น ทั้งขอความร่วมมือให้ไทยป้องกันไม่ให้มีการส่งผ่านกล้วยไข่จากฟิลิปปินส์ที่ตรวจพบแมลงศัตรูพืชกักกันซึ่งจีนสั่งห้ามนำเข้า เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกกล้วยไข่ของไทย
ที่มา : ThaiBizChina (15 มิถุนายน 2555)
วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555
อียูศึกษาทบทวนความเสี่ยงสาร Bisphenol A ในบรรจุภัณฑ์พลาสติก
หน่วยงานความปลอดภัยอาหารแห่งยุโรป (EFSA) กำลังศึกษาวิเคราะห์เพื่อประเมินความเสี่ยงสาร Bisphenol A (BPA) เพื่อประกอบการพิจารณากำหนดค่ามาตรฐานปนเปื้อนที่ร่างกายมนุษย์สามารถรับได้โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ (TDI) ขึ้นใหม่ หลังจากเมื่อปี 2554 ได้ระงับการใช้ส่วนผสมดังกล่าวในพลาสติกสำหรับโรงงานทำขวดนมเด็กเนื่องจากยังไม่สามารถวิเคราะห์ค่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับทารกได้ แม้ว่า EFSA จะยังไม่ได้กำหนดค่า TDI ของสาร BPA แต่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปบางประเทศ เช่น เดนมาร์ก และฝรั่งเศส ได้ระงับการใช้สารดังกล่าวในบรรจุภัณฑ์อาหารที่ทำจากพลาสติกแล้ว นอกเหนือจากการระงับใช้ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารทารก
BPA เป็นสารเคมีที่พบในบรรจุภัณฑ์อาหารที่ทำมาจากพลาสติก ซึ่ง EFSA ได้กำหนดค่า TDI ตั้งแต่ปี 2549 ไว้ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน
ที่มา : มกอช.(13มิ.ย.55)
วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555
อ้อย-น้ำตาล ตั้งเป้าผลิต 100 ล้านตัน พร้อมรับ AEC
คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เผยข้อมูลไทยผลิตน้ำตาลทรายปี 2555 ได้ถึง 10.2 ล้านตัน จากอ้อย 97.98 ล้านตัน คิดเป็นประสิทธิภาพการผลิต 104.59 กก./ตันอ้อย ทั้งส่งออกได้มากถึง 7.8 ล้านตัน ทำรายได้ทั้งในประเทศและส่งออกร่วม 2 แสนล้านบาท และแม้สถานการณ์ราคาน้ำตาลทั่วโลกจะตกลงมาที่ 19 เซนต์/ปอนด์ แต่ไทยขายน้ำตาลดิบล่วงหน้าที่ราคา 24 เซนต์/ปอนด์ และรอประเมินราคาขายในปี 2556 หลังตัดยอดน้ำตาลคงเหลือในตลาดวันที่ 30 กันยายนนี้
ในปี 2558 ที่จะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) กอน. ประเมินว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยจะมีศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเต็มที่ เนื่องจากไทยมีทั้งกลไกของรัฐ ชาวไร่อ้อย และโรงงานน้ำตาล ร่วมกันตัดสินใจกำหนดทิศทางการขาย ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากบราซิล โดยปี 2556 การผลิตอ้อยของไทยน่าจะได้รับแรงกระตุ้นจากการเปิดโรงงานเพิ่ม 4 แห่ง ใน 3 จังหวัดได้แก่ อุทัยธานี เลย และอุดรธานี ทำให้อาจมีแนวโน้มผลิตได้เกินกว่าเป้าหมาย 100 ล้านตัน
ที่มา : มกอช. (12 มิ.ย.55)
FAO ประเมินสถานการณ์ตลาดปลาน้ำจืดของโลกปี 2012
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประเมินสถานการณ์ตลาดปลาน้ำจืดทั่วโลกในปีนี้ ว่าจะมีการขยายตัวภายใต้กรอบด้านความปลอดภัยและการเพิ่มคุณภาพในการผลิต
ตระกูลปลานิล (Tilapia) มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยตลาดใหญ่อยู่ในเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้
- จีนเน้นการส่งออกไปยังแอฟริกามากกว่าตลาดสหรัฐ ถึงแม้ปริมาณการส่งออกเนื้อปลาแล่จะลดลงถึง 15% แต่ก็มีการส่งออกปลานิลแช่แข็งทั้งตัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งราคาต่อกิโลกรัมก็เพ! ิ่มขึ้น 13% มาอยู่ที่ 1.88 ดอลลาร์สหรัฐ (56 บาท)
- สหรัฐอเมริกา พบว่าในปี 2554 มีปริมาณนำเข้าลดลง 10% เหลือเพียง 192,900 ตัน และมูลค่าการนำเข้าลดลง 0.5% อยู่ที่ 838 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 25,000 ล้านบาท) เนื่องจากถูกเนื้อปลาสวายที่ราคาต่ำกว่าเข้ามาแข่งขันในตลาด
- ตลาดสหภาพยุโรป ปี 2554 มีปริมาณการนำเข้าเพิ่มขึ้น 1% อยู่ที่ 20,700 ตัน โดยเริ่มนำเข้าจากประเทศในกลุ่มเอเชียได้แก่ เวียดนาม ไต้หวัน และอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น 160%, 13% และ 9% ตามลำดับ ส่วนจีนซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่พบว่ามีปริมาณส่งออกสู่สหภาพยุโรปลดลง
- ประเทศอื่นๆ ได้แก่ บราซิล กัวเตมาลา ฮอนดูรัส และเม็กซิโก กำลังเพิ่มปริมาณการผลิตสำหรับทั้งบริโภคภายในประเทศและตลาดส่งออก
ตระก! ูลปลาสวาย (Catfish) คาดว่าปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นในปีนี้ หลัง! จากพบปัญ หาทั้งด้านโรค การทำตลาด และปัจจัยส่วนทุนในการผลิตในปีที่แล้ว
- สหภาพยุโรปจะมีการนำเข้าประมาณ 209,000 ตัน ลดลง 11% จากปี 2554
- ผู้ผลิตรายใหญ่ได้แก่ เวียดนาม ซึ่งกำลังเพิ่มมาตรฐานในการผลิตไปสู่ SQF 1000, Global GAP และมาตรฐานของ ASC ทั้งยังมีประเทศต้องการนำเข้าจากเวียดนามเพิ่มขึ้นทั้ง สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และไทย ประมาณ 39%, 86% และ 37% ตามลำดับ ทั้งนี้เวียดนามยังมีการวางแผนเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศเม็กซิโก บราซิล และซาอุดิอาระเบียอีกด้วย
- ตลาดสหรัฐมีนำเข้าเพิ่มจากปี 2554 ถึง 59% และมูลค่าการนำเข้ารวม 350 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 11,000 ล้าน บาท) สูงขึ้นถึง 78% เนื่องจากเนื้อปลากลุ่มปลาสวายเป็นที่นิยมของผู้บริโภคและอุตสาหกรรมร้านอาหาร
&! nbsp; ปลากะพงแม่น้ำไนล์ (Nile Perch) มีปริมาณการนำเข้าสู่สหภาพยุโรปลดลงอย่างมากในปี 2554 เนื่องจากประเทศผู้ผลิตได้แก่ เคนยา แทนซาเนีย และอูกันดา จับปลาได้ปริมาณลดลง ซึ่งปัจจุบันเหล่าประเทศผู้ผลิตกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณากฎหมายประมงเชิงอนุรักษ์
ปลากะพงและปลาตะเพียนทะเล (Sea Bass and Sea Bream) มีปริมาณการผลิตทั่วโลกลดลง 4% ในปี 2554 และมีแนวโน้มจะลดลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ซึ่งทำให้สินค้ามีราคาสูงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2555 โดยเฉพาะปลากะพง จากการคาดการณ์นั้น ราคาสินค้าจะเริ่มลดลงในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เพราะผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้ ปลาทั้งสองชนิดกำลังเดินหน้าทำตลาดในประเทศผู้ซื้อรายใหม่ที่มีศักยภาพได้แก่ สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย อนึ่ง ความต้องการภายในประเทศของตุรกีที่เป็นผู้ผลิตอันดับสองของโลกกำลังเพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อการขยายตลาดของเนื้อปลากลุ่มดังกล่าว
ที่มา : TheFishSite (12 มิ.ย.55)
วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ไทยเร่งออกมาตรฐานฟักทอง-แตงโม
นายสัตวแพทย์ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ปัจจุบันอาเซียนได้จัดทำมาตรฐานสำหรับฟักทองและแตงโมแล้ว ในขณะที่ไทยยังไม่มีมาตรฐานคุณภาพของพืชผลดังกล่าว จึงเห็นควรกำหนดมาตรฐานเพื่อเป็นการคุ้มครองทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค และเตรียมก้าวสู่การเปิดตลาดเสรีนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศสมาชิกอาเซียน
สำหรับฟักทองและแตงโม จัดเป็นพืชผลที่มีศักยภาพในการขยายการส่งออก เนื่องจากปัจจุบันไทยกำลังดำเนินการขอเปิดตลาดสินค้าเกษตร 5 ชนิด ต่อกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ได้แก่ แก้วมังกร มันสำปะหลัง ฝรั่ง ส้มโอ ! และฟักทอง ส่วนแตงโมปัจจุบันผลผลิตจากพื้นที่ 17,060 ไร่ ร้อยละ 90 ใช้บริโภคภายในประเทศ และส่งออกไปยังประเทศแถบอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย และสิงคโปร์ มีมูลค่าประมาณปีละ 3-5 ล้านบาท
ประชาชาติธุรกิจ
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ (6 มิ.ย.55)
วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
สถานการณ์ข้าวสาลีกับวิกฤติฝนแล้ง
ภาวะฝนแล้งในเขตประเทศผู้ผลิตข้าวสาลีรายใหญ่ของโลก ได้แก่ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ทำให้แนวโน้มผลผลิตข้าวสาลีจะมีปริมาณต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2003 ทั้งอาจส่งผลกระทบให้ราคาในท้องตลาดเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ประเทศยูเครนและรัสเซียที่เป็นผู้ผลิตข้าวสาลีถึง 11% ของโลก ประสบภาวะฝนแล้งติดต่อกันเป็นระยะเวลาถึงสามเดือน ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่ราคาข้าวสาลีอาจจะเพิ่มสูงขึ้นถึงระดับ 9.17 ดอลลาร์สหรัฐต่อบุชเชล (11.32 บาท/กิโลกรัม) ดังที่เคยเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ที่ดัชนีราคาอาหารทั่วโลกขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากสาเหตุภาวะฝนแล้งเมื่อปี 2553
! นอกจากรัสเซียและยูเครน มลรัฐแคนซัสของสหรัฐอเมริกา และมลรัฐออสเตรเลียตะวันตก ก็พบภาวะฝนแล้งเช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ผลผลิตทั่วโลกลดลงประมาณ 2.5% เหลือ 677.56 ล้านตัน และปริมาณสำรองทั่วโลก 188.1 ล้านตัน และหากสถานการณ์ภัยแล้งยังคุกคามต่อเนื่อง ทางกระทรวงเกษตรของสหรัฐ (USDA) อาจประกาศลดค่าคาดการณ์ทั้งผลผลิตและปริมาณสำรองเหลือเพียง 669.15 และ 183.3 ล้านตันตามลำดับ อนึ่ง ขณะนี้ราคากลางซื้อขายข้าวสาลี ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2555 อยู่ที่ 7.715 ดอลลาร์สหรัฐต่อบุชเชล (9.53 บาท/กิโลกรัม) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 7.51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบุชเชล (9.28 บาท/กิโลกรัม) ในเดือนกรกฎาคมแล้ว Bloomberg
ที่มา : Bloomberg (25/05/55)
มติ กนป. เลิกนำเข้าปาล์ม 3 หมื่น
ตันที่ประชุมคณะกรรมการน้ำมันปาล์มแห่งชาติ (กนป.) เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2555 มีมติไม่นำเข้าปาล์ม 30,000 ตัน เนื่องจากผลผลิตในประเทศกำลังทยอยออกสู่ตลาด อีกทั้งสถานการณ์ราคาในต่างประเทศที่อ่อนตัวลง และไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการส่งออกน้ำมันปาล์มในอัตรา 10 บาท/กิโลกรัม
นอกจากนี้ ที่ประชุม กนป. ยังเห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานในการดำเนินการเรื่องน้ำมันปาล์ม ตั้งแต่กระบวนการผลิต ขนส่ง และการสกัด อย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งระบบ ให้พร้อมต่อการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้า
ที่มา : โพสต์ทูเดย์ (25/05/55)
วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ไอซ์แลนด์ขยายปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางทะเล
ไอซ์แลนด์ - ในปี 2011 การส่งออกผลิตภัณฑ์ทางทะเลมีมูลค่าสูงถึง ISK 256,000,000,000 และเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 7.8 จากปีก่อน
ปริมาณการส่งออกจำนวน 672,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม ISK 252 พันล้าน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 ในเชิงปริมาณ และร้อยละ 14.1 ในเชิงมูลค่า โดยผลิตภัณฑ์แช่แข็งคิดเป็นร้อยละ 57 ของมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางทะเลทั้งหมด แต่รายได้การส่งออกสูงสุดมาจากปลาแม็คเคอเรลแช่แข็ง เขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) เป็นตลาดที่สำคัญที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์ทางทะเลของไอซ์แลนด์ และในปี 2011 มูลค่าการส่งออกสำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปยัง ! EEA มีมูลค่า ISK 181,000,000,000 หรือคิดเป็นร้อยละ 72 ของมูลค่าการส่งออก
ที่มา : TheFishSite News (22/05/55)
วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ญี่ปุ่นปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีตกค้าง และวัตถุปรุงแต่งอาหาร
กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น (MHLW) ได้เสนอการปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีตกค้าง และสารปรุงแต่ง ตามพระราชบัญญัติสุขอนามัยอาหารญี่ปุ่น ครั้งที่ 157 ในวันที่ 17 เมษายน 2555
สาระสำคัญสรุปดังนี้
1) กำหนดมาตรฐานสารเคมีทางการเกษตรและยาสัตว์ 3 รายการ ได้แก่ Dimethametryn, Furametpyr และ Thiamphenicol
2) ยกเลิกมาตรฐานสินค้าเกษตร จำนวน 24 รายการ
3) กำหนดมาตรฐานตับโค
4) พิจารณาการขึ้นทะเบียนสารปรุงแต่ง 2 ชนิด ได้แก่ trans-2-Petenal และ Magnesium Monohydrogen Phosphate
5) แจ้งความก้าวหน้าในการประเมินสารปรุงแต่งอาหารที! ่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพสิ่งมีชีวิตและมีการใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก รวมทั้งความคืบหน้าในการเตรียมการประกาศใช้กฎหมายในประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถส่งข้อคิดเห็นผ่าน enquiry point ว่าด้วยมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO/SPS Agreement)
ที่มา : มกอช. (2-05-55)
ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ มีแนวโน้มผ่อนปรนการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนยแข็ง
องค์กรมาตรฐานอาหารออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (FSANZ) ได้ยอมรับในข้อเสนอการนำเข้าผลิตภัณฑ์กลุ่มเนยแข็งที่ยังไม่ได้ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ แต่ยังต้องพิจารณามาตรฐานความปลอดภัยต่อผู้บริโภคให้รัดกุม ตั้งแต่กระบวนการผลิตและลักษณะของผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าว
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.foodstandards.gov.au/foodstandards/proposals/proposalp1007primary3953.cfm
ที่มา :FSANZ (2-05-55)
วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555
ผลผลิตประมงอินเดียถีบราคาสูงเหตุห้ามเรืออวนลากน้ำลึก
เรืออวนลากน้ำลึกในรัฐทมิฬนาฑุของอินเดีย ถูกห้ามหาปลาในอ่าวเบงกอลจนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม โดยผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษระงับใบอนุญาต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในตลาด เนื่องจากพ่อค้าเปลี่ยนไปรับซื้อจากเรือประมงทะเลอาหรับบริเวณชายฝั่งกันยากุมารี และเคราลาที่ทำให้ระยะขนส่งเพิ่มขึ้น และยังต้องเตรียมหาแหล่งรับซื้อใหม่หลังจากวันที่ 29 พฤษภาคม ที่รัฐบาลจะสั่งห้ามทำประมงในทะเลอาหรับเป็นเวลา 45 วัน ตามนโยบายฟื้นฟูสภาพทะเลน้ำลึกของอินเดีย โดยชาวประมงจะได้รับเงินชดเชย 2,000 รูปีต่อครอบครัวในช่วงดังกล่าว
ทั้งนี้ เรือประมงชายฝั่งและเร! ือคาตามารันขนาดเล็ก ได้รับอนุญาตให้ทำประมงในพื้นที่และช่วงเวลาดังกล่าวได้
ที่มา : TheFishSite (23/04/55)
วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2555
สิงคโปร์ประกาศแก้ไขกฎระเบียบด้านอาหารปี 2012
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 สิงคโปร์ได้ออกประกาศร่างแก้ไขกฎระเบียบด้านอาหารปี 2012 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
- กำหนดให้มีปริมาณไขมันทรานส์ (trans-fat) ไม่เกิน 2 กรัม ต่อ 100 กรัมของผลิตภัณฑ์ไขมันและน้ำมันที่ใช้รับประทาน
! ; - กำหนดฉลากโภชนาการอาหาร (ในรูปแบบของข้อมูลทางโภชนาการ, NIP) สำหรับสินค้าขายปลีกไขมันและน้ำมันที่ใช้รับประทาน (ต้องระบุองค์ประกอบของไขมันทรานส์ใน NIP) ทั้งนี้ ร่างแก้ไขดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ วันที่ 2 พ.ค. 55
ที่มา : มกอช. (14/03/55)
ไต้หวันประกาศร่างแก้ไขมาตรฐานวัตถุเจือปนอาหาร
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 ไต้หวันได้ออกประกาศร่างแก้ไขมาตรฐานสำหรับคุณสมบัติ ขอบเขต การใช้และข้อจำกัดวัตถุเจือปนอาหาร ดังนี้
1. แก้ไขมาตรฐานสำหรับคุณสมบัติของสาร sodium L-ascorbate, riboflavin, pyridoxine hydrochloride และ folid acid
&n! bsp; 2. กำหนดมาตรฐานคุณสมบัติ ขอบเขต การใช้ และข้อจำกัด ammonium phosphatide
โดยวันสุดท้ายของการแสดงความคิดเห็นต่อประกาศดังกล่าว คือ วันที่ 28 เมษายน 2555
เอกสารเพิ่มเติม
1. http://members.wto.org/crnattachments/2012/sps/TPKM/12_0783_00_e.pdf
2. http://members.wto.org/crnattachments/2012/sps/TPKM/12_0783_01_e.pdf
ที่มา : มกอช. (14/03/55)
การขึ้นทะเบียนการใช้ผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืช
EPA ประกาศขึ้นทะเบียนการใช้ผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืชที่มีส่วนผสมของสารออกฤทธิ์ active ingredients ได้แก่ Propiconazole, Fludioxonil, Cyprodinil, Acibenzolar, Azoxystrobin, Difenoconazole, Pyrimethanil, Fluthiacet-methyl, Bifenazate, Fomesafen, Fluroxypyr, Dinotefuran และ Pyriproxifen ในผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.gpo.gov/fdsys/pkg/FR-2012-01-31/html/2012-2039.htm
ที่มา : มกอช. (14/03/55)
อินเดียห้ามส่งออกฝ้ายดิบ
อินเดียได้ประกาศห้ามส่งออกฝ้ายดิบ ทั้งนี้จะอนุญาตเฉพาะจำนวนที่ได้ขึ้นทะเบียบไว้แล้วแต่ยังไม่ได้มีการขนส่ง
กระทรวงการค้าได้ประกาศห้ามส่งออกฝ้ายเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2555 และได้ประกาศยกเลิกการห้ามเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เนื่องมาจากแรงกดดันจากรัฐมนตรีเกษตรที่ไม่เห็นด้วยกับประกาศดังกล่าวและเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียกเลิกประกาศ
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นาย Rahul Khullar ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังการยกเลิกประกาศห้ามส่งออกฝ้าย ว่าจะไม่มีการออกใบรับรองการขึ้นทะ! เบียบใหม่ ในขณะที่สินค้าล้นตลาดโลก และยังกล่าวอีกว่า คณะรัฐมนตรีได้มีการทบทวนการห้ามส่งออกซึ่งมีปริมาณสูงถึง 9.5 ล้านเบล เพียงระยะเวลาสองสัปดาห์ นักวิเคราะห์และผู้ค้าได้แสดงความเห็นว่าความสับสนจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของอินเดียในด้านความน่าเชื่อถือและการเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าในระยะยาว
สัญญาซื้อขายเดือนพฤษภาคมกับ ICE Futures US ได้ตกลงมาที่ 88 เซ็นต์/ ปอนด์ ซึ่งถือเป็นราคาต่ำสุดตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม เนื่องมาจากการคาดว่าผลผลิตในตลาดโลกที่จะสูงมากขึ้น และความสับสนเกี่ยวกับการตัดสินใจห้ามส่งออกของอินเดีย ซึ่งถ้าอินเดียยังคงประกาศห้ามการส่งออก ประเทศออสเตรเลียที่เป็นประเทศผู้ส่งออกฝ้ายรายหลัก ก็จะได้รับประโยชน์มากสุด
ที่มา : Bangkok Post (13/03/55)
วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555
จับตา...สถานการณ์การตรวจ carbendazim ในน้ำส้มนำเข้าในสหรัฐฯ (เพิ่มเติม)
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (USFDA) ยืนยันว่าผลการตรวจสาร carbendazim ในน้ำส้มเกือบ 3 ใน 4 ของล็อตน้ำส้มและน้ำส้มเข้มข้นที่นำเข้ามายังสหรัฐฯไม่พบการปนเปื้อนของสารดังกล่าว โดย USFDA ตรวจตัวอย่างน้ำส้มหรือน้ำส้มเข้มข้นจำนวน 106 ล็อต ซึ่งพบว่า 77 ตัวอย่างจากตัวอย่างทั้งหมดไม่มีสารฆ่าเชื้อราต้องห้ามดังกล่าวปนเปื้อน
ขณะนี้ มีน้ำส้ม 58 ล็อตได้รับอนุญาตให้นำเข้าได้ โดยเป็นน้ำส้มจากแคนาดา 22 ล็อต เม็กซิโก 18 ล็อต สาธารณรัฐโดมินิกัน อิตาลี อาร์เจนติน! า คอสตาริกา ฮอนดูรัส และตินิแดดและโทบาโกประเทศละ 2 ล็อต ส่วน 5 ล็อตที่เหลือได้แก่ บราซิล เลบานอน เลลิซ ไทย และตุรกี ประเทศละ 1 ล็อต นอกจากนี้ USFDA กักกันหรือปฏิเสธการนำเข้าน้ำส้มจำนวน 24 ล็อตจากแคนาดาและบราซิล ประเทศละ 12 ล็อต หลังจากตรวจพบสาร carbendazim ปนเปื้อน ในตัวอย่างน้ำส้มจากทั้งสองประเทศ
ทั้งนี้ USFDA มีมาตรการตรวจ carbendazim ในน้ำส้มหลังจากที่ได้รับแจ้งจากบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งตรวจพบว่าผลิตภัณฑ์น้ำส้มของบริษัทมีสารดังกล่าวปนเปื้อน
ที่มา : Food Production Daily (2/03/55)
วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ญี่ปุ่นซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯเพิ่ม
ญี่ปุ่นซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่ม โดยซื้อข้าวโพดจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวโพดรายใหญ่ของโลก สำหรับเดือนเมษายน – มิถุนายน 2555 จำนวน 1.8 ล้านตัน หลังจากการขนส่งข้าวโพดจากยูเครนในไตรมาสนี้ล่าช้า
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้นำเข้าข้าวโพดรายใหญ่ของโลกนำเข้าเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 3.3 ล้านตันทุกๆไตรมาส
ที่มา : All About Feed (1-03-55)
วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ญี่ปุ่นปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีทางการเกษตร
กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการญี่ปุ่น (MHLW) พิจารณาปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีทางการเกษตร ๔ ชนิด ดังนี้
• Aldicarb และ Aldoxycarb (insecticide) เป็นสารเคมีที่ไม่อนุญาตการใช้ในญี่ปุ่น
MHLW พิจารณาปรับปรุงโดยการกำหนดมาตรฐานรวมสำหรับการใช้สารเคมีทั้ง ๒ ชนิดเป็นมาตรฐานเดียวกัน แทนการใช้มาตรฐานสำหรับสารเคมีแต่ละชนิดในปัจจุบัน ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้มีความเข้มงวดต่อพืชผลเกษตรส่งออกสำคัญของไทยเกือบทุกชนิด
&! nbsp; • Benfulralin (herbicide) เป็นสารเคมีที่ไม่อนุญาตการใช้ในญี่ปุ่น
• Chlorantraniliprole (insecticide) เป็นสารเคมีที่อนุญาตให้ใช้ในญี่ปุ่น พิจารณาปรับปรุง
มาตรฐานใหม่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่บังคับใช้ในต่างประเทศตามที่ได้มีผู้ยื่นคำขอพิจารณา ซึ่งมาตรฐานที่กำหนดใหม่ส่วนใหญ่จะลดความเข้มงวดต่อผลผลิตเกษตรส่งออกของไทย
ที่มา : มกอช. (28/02/55)
ไต้หวันตรวจเข้มหน่อไม้ฝรั่งนำเข้าจากไทย
ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2555 หน่อไม้ฝรั่งที่ส่งออกจากไทยจะต้องแนบใบตรวจวิเคราะห์ปลอดสารตกค้างและสินค้าทุกล็อตจะต้องผ่านการตรวจสอบจากไต้หวันก่อน จึงจะอนุญาตให้นำเข้าไต้หวันได้ (ตรวจสอบ 100 %)
ทั้งนี้ รายละเอียดในใบรายงานผลวิเคราะห์ ประกอบด้วย ชื่อผู้ส่งออก ชื่อสินค้า จำนวนสินค้า วันที่ตรวจวิเคราะห์ ผลการตรวจวิเคราะห์ ค่าต่ำสุดที่ตรวจสอบได้ (MRPL) และอุปกรณ์ตรวจสอบที่ใช้ ลายมือชื่อผู้ตรวจสอบและตราประทับห้องปฏิบัติการที่ตรวจสอบ
โดยค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบ! สินค้าจากมาตรการนี้ ซึ่งเรียกเก็บจากผู้นำเข้า แบ่งเป็น 3 ประเภท
• ค่าธรรมเนียมสุ่มตรวจสินค้า
• ค่าธรรมเนียมหนังสืออนุญาตนำเข้า
• ค่าธรรมเนียมตรวจวิเคราะห์สินค้า
ตามที่กรมวิชาการเกษตรเคยเสนอมาตรการขึ้นทะเบียนผู้ส่งออก (Control measure) ให้ไต้หวันพิจารณา นั้น FDA ไต้หวัน ยืนยันว่าไม่ต้องการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรายชื่อที่ฝ่ายไทยเสนอมา แต่ต้องการให้ฝ่ายไทยควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานของทางไต้หวันก่อนการส่งออกเอง
วิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อให้สินค้า! ไทยกลับสู่การตรวจสอบระดับปกติ คือ สินค้าหน่อไม้ฝรั่งต้องผ่านกา! รตรวจสอบ ว่าสอดคล้องกับมาตรฐานติดต่อกัน 5 ล็อตขึ้นไปและมีปริมาณมากกว่า 5 เท่าของสินค้าล็อตที่เคยมีปัญหาจะได้รับการลดระดับเป็นการสุ่มตรวจเพิ่มความระวัง ทั้งนี้ ระดับการตรวจสอบสินค้าหน่อไม้ฝรั่งที่นำเข้าจากไทย แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ
• ระดับปกติ คือ สุ่มตรวจ อัตรา ๒-๕ % ของจำนวนล็อต
• ระดับเพิ่มความระวัง คือ สุ่มตรวจ อัตรา ๒๐-๕๐ % ของจำนวนล็อต
• ระดับเข้มงวด คือ ตรวจสอบสินค้าในอัตรา ๑๐๐ % (ตรวจทุกล็อต)
ที่มา : มกอช. (28/02/55)
วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ญี่ปุ่นกำหนดค่า radioactive cesium ในอาหาร
เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2555 ญี่ปุ่นแจ้งเวียนต่อประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เรื่องการเสนอกำหนดค่า radioactive cesium ในอาหาร ดังนี้
• ชาและใบชาสำหรับดื่ม (ชาเขียว ชาอู่หลง ชาดำ) ที่ 10 Bq ต่อ 1 กิโลกรัม
• นมและผลิตภัณฑ์นมที่ 50 Bq ต่อ 1 กิโลกรัม
• อาหารและเครื่องดื! ่มสำหรับทารก ที่ 50 Bq ต่อ 1 กิโลกรัม
• อาหารทั่วไปที่ไม่ใช่รายการที่กล่าวไปแล้วข้างต้นที่ 100 Bq ต่อ 1 กิโลกรัม
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://members.wto.org/crnattachments/2012/sps/JPN/12_0111_00_e.pdf
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 เมษายน 2555
หากมีข้อคิดเห็นกรุณาแจ้ง spsthailand@gmail.com
ที่มา : มกอช. (27/02/55
แคนาดาให้ใช้ sodium carboxymethyl cellulos ในส้มแมนดารินกระป๋อง
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555 แคนาดาแจ้งเวียนต่อประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เรื่อง การประกาศมาตรการชั่วคราวอนุญาต ให้ใช้ sodium carboxymethyl cellulos ที่ระดับสูงสุดที่ 0.005 % เพื่อป้องกันการก่อตัว ของ hesperidin crystals ในส้มแมนดารินกระป๋อง
ทั้งนี้ เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 29 มีนาคม 2555
หากมีข้อคิดเห็นกรุณาแจ้ง spsthailand@gmail.com
ที่มา : มกอช. (27/02/55)
วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ในไตรมาส 4 สหรัฐฯเรียกคืนแคนตาลูปที่ปนเปื้อน Listeria เพิ่ม
เชื้อ Listeria ที่ปนเปื้อนในแคตาลูปส่งผลให้มีการเรียกคืนแคตาลูปทั่วสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 4(ตุลาคม – ธันวาคม) เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 3 ซึ่งเชื้อ Listeria monocytogen นี้เริ่มระบาดมาตั้งแต่เดือนกันยายนแล้ว โดยไตมาส 4 สหรัฐฯเรียกคืนแคนตาลูปที่ปนเปื้อนทั้งหมด 176 ครั้ง เป็นการเรียกคืนที่ยังอยู่ในอันดับ Class I ซึ่งแสดงว่ามีความเป็นไปได้ที่ผลผลิตอาจสงผลร้ายแรงต่อสุขภาพจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
จากเหตุการณ์แคนตาลูปปนเปื้อนเชื้อ Listeria จาก บริษัท Jensen ในโคโลราโด ทำให้มีผู้ติดเชื้อ 146 คน เสียชีวิต 30 คน
!
ทั้งนี้การที่ FDA ยังคงให้เรียกคืนแคตาลูปและเพิ่มมาตรการตรวจสอบการปนเปื้อนก็เป็นการทำให้ผู้ผลิตต้องตรวจสอบดูแลความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น
ที่มา : Food Quality News (23/02/55)
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)