หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารสัตว์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารสัตว์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554

อียูไฟเขียวนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ปนเปื้อน GM ที่ไม่ได้การรับรองไม่เกิน 0.1%

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2554 คณะกรรมาธิการยุโรปผ่านร่างกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับการอนุญาตให้นำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบดัดแปลงพันธุกรรม (GM material) ที่ไม่ได้รับการรับรอง ไม่เกิน 0.1% โดยอนุญาตให้ปนเปื้อนได้เฉพาะอาหารสัตว์เท่านั้น ไม่รวมถึงอาหารมนุษย์

ขณะที่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสมาคมเพื่อผู้บริโภคกล่าวว่า สหภาพยุโรปเปลี่ยนแปลงนโยบาย zero tolerance คือไม่อนุญาตให้มีสาร GM ที่ไม่ได้รับการรับรองปนเปื้อนอยู่เลย เป็นอนุญาตให้มีได้ไม่เกิน 0.1% เพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มอุตสาหกร! รม และกล่าวเสริมว่า ยังไม่ทราบผลกระทบที่แน่ชัดของการบริโภคพืช GM และกระบวนการประเมินความปลอดภัยของสหภาพยุโรปของพืช GM หลายพันธุ์ยังไม่สมบูรณ์ ควรให้ประเทศผู้ส่งออกนอกสหภาพยุโรปให้การรับรอง และสหภาพยุโรปควรให้สำนักงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป (EFSA) ประเมินความเสี่ยงอย่างน้อย 3 เดือน และให้ความเห็นว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร GM นี้ปนเปื้อน 0.1 % ไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

กฎระเบียบนี้ยังระบุอีกว่า ให้ใช้ค่าต่ำสุดของการปนเปื้อนสาร GM ที่ไม่ได้รับการรับรอง 0.1% นี้กับอาหารสัตว์เท่านั้น ไม่ครอบคลุมอาหารมนุษย์ แม้ผู้ส่งออกและผู้ค้าจะบอกว่าไม่มีประสิทธิภาพเมื่อนำมาบังคับใช้จริง และมีค่าใช้จ่ายสูงในการแยกแยะวัตถุดิบเหล่านี้ ซึ่งอาจใช้เป็นได้ทั้งอาหารคนและสัตว์

อนึ่ง เมื่อปี 2552 สหภาพยุโรปประสบภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ เนื่องจากถั่วเหลืองนำเข้าจากสหรัฐฯ พบการปนเปื้อนวัตถ! ุดิบ GM ในบางคลังสินค้า จึงถูกระงับการนำเข้า นอกจากนี้ ปัจจุบั! นสหภาพยุ โรปยังนำเข้าสินค้าวัตถุดิบราว 45 ล้านตันต่อปี ถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองส่วนใหญ่มาจากบราซิล อาร์เจนตินา สหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนประกอบด้วยพืชดัดแปลงพันธุกรรมที่พัฒนาโดยบริษัท Monsanto



ที่มา : Reuters

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554

ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ เซอร์เบียไฟเขียวสินค้าเมืองเบียร์

ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และเซอร์เบียเตรียมยกเลิกการจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากเยอรมนีที่ก่อนหน้านี้เคยกำหนดขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์สารไดออกซินปนเปื้อนสัตว์และอาหารสัตว์ในประเทศดังกล่าวเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2553 โดยทั้งสามประเทศได้รับทราบข้อมูลที่จำเป็นซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่ามีการควบคุมสถานการณ์ไดออกซินได้แล้ว และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากสหภาพยุโรปนั้นปลอดภัย
ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 สมาชิกประเทศสหภาพยุโรปให้การรับรองอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์ไดออกซินเยอรมนี ณ การประชุมกรอบข้อตกลงของคณะกรรมาธิการด้านห่วงโซอาหารและสุขภาพสัตว์ของสหภาพยุโรป โดยระบุว่าท! างการของเยอรมนีมีการจัดการปัญหาไดออกซินอย่างมีประสิทธิภาพ และมีมาตรการป้องกันที่รัดกุมในการจัดการเพื่อยืนยันความปลอดภัยของอาหารและอาหารสัตว์ในระดับสูง โดยเยอรมนีควบคุมสถานการณ์ไดออกซินได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่มีความเสี่ยงในการวางจำหน่ายอาหารมนุษย์หรืออาหารสัตว์ที่ปนเปื้อนจากไดออกซินในตลาดของสหภาพยุโรปหรือกระจายไปยังประเทศนอกสหภาพยุโรป
อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปก็ยังคงเผชิญกับการจำกัดการนำเข้าจากหลายๆประเทศนอกสหภาพยุโรป โดยส่วนใหญ่จะจำกัดผลิตภัณฑ์จากสุกรในเยอรมนี ในขณะที่ส่วนน้อยจะจำกัดผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศในสหภาพยุโรป เช่น
• เบลารุสและจีนยังคงระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์บางประเภทจากเยอรมนี
• โมลโดวา ซึ่งเป็นประเทศที่ยกเลิกการระงับนำเข้าสัตว์ที่มีชีวิต ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และอาหารสัตว์จากเยอรมนี ได้มีการออกข้อกำหนดการรับรองเพิ่มเติมสำหรับผลิตภัณฑ์และอาหารส! ัตว์เยอรมนี (ในทางปฏิบัติก็คือ การระงับการนำเข้าสินค้าจากเยอรม! นี)
& nbsp; • อาร์เจนตินา ญี่ปุ่น โอมาน รัสเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และยูเครนได้ออกมาตรการพักสินค้าและตรวจสอบหาไดออกซิน ก่อนที่สินค้าจะเข้ามาในประเทศเหล่านี้

ทั้งนี้ในปี 2553 สหภาพยุโรปส่งออกเนื้อสุกรคิดเป็นมูลค่า 3.9 พันล้านยูโร


ที่มา : The Pig Site