เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2554 ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า รัฐบาลท้องถิ่นญี่ปุ่นหลายแห่งจะตรวจสอบว่าข้าวที่ปลูกมีสารกัมมันตรังสีซิเซียมมากเกินไปหรือไม่ เนื่องจากชาวญี่ปุ่นมีความกังวลว่าข้าวที่ปลูกหลังจากเกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้า อาจมีรังสีปนเปื้อนเช่นเดียวกับเนื้อวัว ผัก ชา นม อาหารทะเล และน้ำ
นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังประกาศให้จังหวัดอิวาเตะระงับการขนส่งเนื้อวัว หลังพบการปนเปื้อนรังสีมากเกินกว่าที่กำหนดไว้ ส่วนข้าวซึ่งปลูกในพื้นที่อย่างน้อย 14 จังหวัด ในทางตอนเหนือและตะวันออกของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็น 40% ของผลผลิตข้าวทั้งประเทศ จะต้องถูกตรว! จสอบก่อนการเก็บเกี่ยว เพื่อทดสอบว่ามีปริมาณซิเซียมเกินกว่าที่กำหนดไว้หรือไม่ (ตามกฎหมายระบุไว้ไม่เกิน 500 Bq/KG)
อนึ่งเมื่อปี 2553 ญี่ปุ่นผลิตข้าว 8.3 ล้านตัน ส่วนใหญ่เพื่อบริโภคเองภายในประเทศ ส่งออกเพียง 1,900 ตัน ไปยังฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน
ที่มา : Reuters
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เตรียม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เตรียม แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
อินโดเตรียมนำเข้าข้าว เพื่อความมั่นคงด้านอาหาร
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2554 นาย Suswano Arsyaf รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรอินโดนีเซียกล่าวว่า
ในเดือนกรกฎาคมนี้ อินโดนีเซียจะนำเข้าข้าวเพื่อเพิ่มสต็อกข้าวในประเทศ ส่วนปริมาณการนำเข้า สำนักพลาธิการอินโดนีเซีย (Bulog) จะเป็นผู้กำหนด และจะดำเนินการนำเข้าข้าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน หลังจากการเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนเมษายน สภาพอากาศที่รุนแรงทำให้ปริมาณการผลิตและอุปทานข้าวในอินโดนีเซียลดลงตั้งแต่ช่วงสิ้นปี 2553 จนถึงเดือนมกราคม 2554 เป็นผลให้เงินเฟ้อปรับตัวอยู่ที่ 7.02 % ซึ่งเป็นระดับเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 21 เดือน ในเดือนมกราคม ระดับเงินเฟ้อปรับตัวลดลงในเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากการเริ่มเก็บเกี่ยวข้าว และการ! เก็บเกี่ยวสิ้นสุดในเดือนเมษายน
นาย Suswono กล่าวว่า จะนำเข้าข้าวต่อไปเพื่อความมั่นคงของสต็อกข้าวในประเทศ ส่วนนาย Bayu Krisnamurthi รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตร กล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตข้าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 70.6 ล้านตันในปี 2554 จากปริมาณ 67 ล้านตันในปี 2553
ทั้งนี้อินโดนีเซียตั้งเป้าสต็อกข้าว ปี 2554 ที่ 2 ล้านตัน และ ยอดข้าวเกินดุลที่ 10 ล้านตันภายใน 5- 10 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในประเทศขณะที่เกิดความผันผวนของสภาพอากาศทั่วโลก
ที่มา : Xinhua News
ในเดือนกรกฎาคมนี้ อินโดนีเซียจะนำเข้าข้าวเพื่อเพิ่มสต็อกข้าวในประเทศ ส่วนปริมาณการนำเข้า สำนักพลาธิการอินโดนีเซีย (Bulog) จะเป็นผู้กำหนด และจะดำเนินการนำเข้าข้าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน หลังจากการเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนเมษายน สภาพอากาศที่รุนแรงทำให้ปริมาณการผลิตและอุปทานข้าวในอินโดนีเซียลดลงตั้งแต่ช่วงสิ้นปี 2553 จนถึงเดือนมกราคม 2554 เป็นผลให้เงินเฟ้อปรับตัวอยู่ที่ 7.02 % ซึ่งเป็นระดับเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 21 เดือน ในเดือนมกราคม ระดับเงินเฟ้อปรับตัวลดลงในเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากการเริ่มเก็บเกี่ยวข้าว และการ! เก็บเกี่ยวสิ้นสุดในเดือนเมษายน
นาย Suswono กล่าวว่า จะนำเข้าข้าวต่อไปเพื่อความมั่นคงของสต็อกข้าวในประเทศ ส่วนนาย Bayu Krisnamurthi รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตร กล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตข้าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 70.6 ล้านตันในปี 2554 จากปริมาณ 67 ล้านตันในปี 2553
ทั้งนี้อินโดนีเซียตั้งเป้าสต็อกข้าว ปี 2554 ที่ 2 ล้านตัน และ ยอดข้าวเกินดุลที่ 10 ล้านตันภายใน 5- 10 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในประเทศขณะที่เกิดความผันผวนของสภาพอากาศทั่วโลก
ที่มา : Xinhua News
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)