หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รับมือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รับมือ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พาณิชย์ เตือนผู้ส่งออกรับมือระบบควบคุมการทำประมงผิดกฎหมายของอียู

นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ล่าสุดสหภาพยุโรปได้ออกกฎระเบียบรวมภายใต้ EU’s Fisheries Control Policy กำหนดระบบควบคุมการทำประมงที่ผิดกฎหมายและการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่ตลาดตั้งแต่จับปลาจนถึงผู้บริโภค (from net to plate)

ถึงแม้กฎระเบียบดังกล่าวจะบังคับใช้กับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป แต่ก็มีผลต่อการนำเข้าสินค้าประมงจากไทยด้วยกล่าวคือ จะต้องแนบใบรับรองการจับสัตว์น้ำ (Catch Certificate) ตามระเบียบ IUU Fishing นอกจากนี้สินค้าประมงที่จำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรปมีโอกาสถูกตรวจสอบได้ทุกจุดของห่วงโซ่ตลาด รวมทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งที่มาซึ่งการตรวจสอบจะมีการเก็บข้อมูลและตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ หากผู้ใดละเมิดกฎหมายจะถูกลงโทษตามความผิดและหากกระทำผิดซ้ำซ้อนก็จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตจับปลา

ทั้งนี้ สหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกสินค้าประมงสำคัญลำดับที่ 3 ของไทย รองจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น โดยในปี 2553 ไทยส่งออกสินค้าประมงแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูปไปสหภาพยุโรปมูลค่าประมาณ 37,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารของไทยไปยังสหภาพยุโรป และในปี 2554 (มกราคม-มีนาคม) ไทยส่งออกสินค้าประมงแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูปไปสหภาพยุโรปมูลค่าประมาณ 8,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อยละ 10




ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เตือนรับมือข้าว GMO จากจีน แนะผู้ส่งออกหันเจาะตลาดระดับบน

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครซีอาน จีน ว่าขณะนี้รัฐบาลจีนให้การสนับสนุนการปลูกข้าวดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกของจีนลดน้อยลงจากการขยายตัวของเมืองประกอบกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น คาดว่าข้าว GMO จากจีนจะได้รับอนุญาตให้วางขายได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า หลังจากผ่านการทดลองทางวิทยาศาสตร์ถึงความปลอดภัยในการบริโภค และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าในอนาคตจีนอาจส่งออกข้าวได้มากขึ้น

นางนันทวัลย์ กล่าวเพิ่ม! เติมว่า อยากแนะเอกชนไทยว่า ควรมุ่งไปที่ตลาดจีนระดับบน และใช้ชื่อเสียงความเป็นข้าวไทยมาเป็นจุดขาย เพื่อแยกตัวเองออกจากคู่แข่งในสมาชิกอาเซียนด้วยกัน โดยเฉพาะการไม่มีการปลอมปน อีกวิธีหนึ่งคือ การใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นตัวรับประกันมาตรฐานคุณภาพข้าว ประกอบกับจีนมีข้อผูกพันไว้ในองค์การการค้าโลก (WTO) ที่กำหนดโควตานำเข้าข้าวปีละ 5.32 ล้านตัน ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ทำให้ภาษีข้าวลดลงเหลือ 0% ทำให้ข้าวไทยได้เปรียบมากกว่าสหรัฐฯ




ที่มา : แนวหน้า