หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาเลย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาเลย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

มาเลย์ผ่อนปรนกฎนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 มาเลเซียประกาศผ่อนปรนกฎระเบียบการนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น โดยสินค้าจากพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไม่ต้องทดสอบสารกัมมันตรังสีแล้ว

มาเลเซียต้องการเพียงให้ผู้ส่งออกสินค้าญี่ปุ่นรับรองแหล่งกำเนิดและตรวจสอบสินค้าที่เก็บเกี่ยวและแปรรูปจาก 8 จังหวัด ได้แก่ มิยางิ ฟุกุชิมะ อิบารากิ โตชิงิ กุนมะ ไซตามะ ชิบะ และคานากาวะ ด้วยตนเอง

ทั้งนี้ มาเลเซียยกเลิกการคุมเข้มใน 3 จังหวัด ได้แก่ ยา! มากาตะ นิอิกาตะ และโตเกียว เนื่องจากจังหวัดเหล่านี้มีระดับสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนไม่เกินค่าที่กำหนดไว้เป็นระยะเวลา 3 เดือนแล้ว




ที่มา : Kyodo

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554

มะกันออกกฎนำเข้าเงาะสดจากมาเลย์และเวียดนาม

หน่วยบริการตรวจสอบสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (APHIS) ภายใต้กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ได้ออกกฎระเบียบอนุญาตนำเข้าเงาะสดจากมาเลเซียและเวียดนาม โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1. เงาะที่ส่งออกจากมาเลเซียจะผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานอารักขาพืชของมาเลเซีย (NPPO) ตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในข้อกำหนดของ APHIS/USDA เพื่อรับรองว่าสินค้าทุกเที่ยวสินค้าปลอดจากเชื้อรา Oidium nephelii

2. เงาะที่ส่งออกมาจากทั้งสองประเทศดังกล่าว จะต้องถูกบำบัดโดยก! ารฉายรังสีที่ระดับปริมาณรังสีขั้นต่ำ 400 Gy ดังนี้

2.1 หากการฉายรังสีกระทำนอกสหรัฐฯ เงาะที่ส่งออกจากประเทศทั้งสองต้องเข้าร่วมโครงการตรวจรับรองล่วงหน้า (Preclearance program) เพื่อให้มีการสุ่มตรวจโดยเจ้าหน้าที่จาก APHIS ในประเทศที่ส่งออก และออกใบรับรองด้านสุขอนามัย (PC) โดยองค์กรอารักขาพืช (NPPO) ของประเทศส่งออกนั้นๆ เพื่อยืนยันขั้นตอนการผ่านการฉายรังสี สำหรับมาเลเซียต้องมีการระบุคำยืนยันว่า ปลอดจากเชื้อรา Oidium nephelii

2.2 หากบำบัดด้วยวิธีการฉายรังสีที่ปลายทาง ณ นำเข้า ของสหรัฐฯ เงาะที่ส่งออกจากมาเลเซียจะต้องได้รับการตรวจรับรองจากเจ้าหน้าที่อารักขาพืชจากมาเลเซียก่อนส่งออก และใบรับรองด้านสุขอนามัยพืช (PC) ระบุคำยืนยันว่า ปลอดจากเชื้อรา Oidium nephelii

&nbs! p; ! 3 . เงาะได้รับอนุญาตการนำเข้าสู่สหรัฐฯ เพื่อการพาณิชย์เท่านั้น

ทั้งนี้ กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2554





ที่มา : มกอช.

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

มาเลย์เตรียมส่งทุเรียนบุกจีนแย่งตลาดไทย

มาเลเซียจะส่งออกทุเรียนไปจีนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 ซึ่งเป็นการท้าทายการผูกขาดตลาดส่งออกทุเรียนของไทย หลังจากนายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีนได้เห็นชอบอย่างเป็นทางการให้นำเข้าทุเรียนมาเลเซีย ในการเยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม ไทยครองตลาดการค้าทุเรียนมากกว่า 3 ทศวรรษ สถิติจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า เมื่อปี 2533 ไทยส่งออกทุเรียนประมาณ 138,000 ตันไปยังจีน เป็นมูลค่าเกือบ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นเกือบ 60 % ของการส่งออกทุเรียนไทยไปทั่วโลกIn this picture taken Monday April, 23, 2011, durians are on sale at a bazaar in Kuala Lumpur, Malaysia. Malaysia will start exporting durians to mainland China from July, challenging Thailand's virtual monopoly on shipments of the spiky, stinky delicacy that many Southeast Asians hail as "the king of fruits." (AP Photo) MALAYSIA OUT, NO SALES, NO ARCHIVE Close


นายโนห์ โอมาร์ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรมาเลเซียกล่าวว่า จะส่งออกทุเรียนไปยังจีนในช่วงที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตมากที่สุดระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน แต่ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์การส่งออกทุเรียนไปยังจีน อย่างไรก็ตาม นายอาห์เหม็ด ไอชาค ผู้อำนวยการสำนักงานการตลาดเกษตรของมาเลเซียเปิดเผยกับสำนักข่าวเบอร์นามาว่า มาเลเซียผลิตทุเรียนได้ประมาณ 330,000 ตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการบริโภคภายในประเทศ และจะส่งออกทุเรียนสดแช่แข็ง 2 แบบไปยังจีน ได้แก่ แบบไร้เมล็ดและแบบมีเมล็ด


อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงได้เปรียบมาเลเซียเนื่องจากทุเรียนไทยสามารถเก็บเกี่ยวได้ก่อนที่จะสุกและส่งขายต่างประเทศในขณะที่ผลทุเรียนยังสดอยู่ ส่วนมาเลเซียสามารถส่งออกได้เฉพาะทุเรียนแช่แข็งเท่านั้นเนื่องจากเป็นทุเรียนสายพันธุ์ที่ต้องสุกคาต้น และรสชาติจะเปลี่ยนภายในไม่กี่ชั่วโมงและเน่าเสียภายในไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่มาเลเซียได้กระตุ้นให้เกษตรกรเพิ่มการผลิต โดยระบุว่าความต้องการจากจีนจะช่วยป้องกันปัญหาทุเรียนล้นตลาดภายในประเทศได้




ที่มา : ABC New