วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ออสซี่จัดโซนทำประมงใหม่
กรมอุตสาหกรรมและทรัพยากรพื้นฐานแห่งของรัฐ South Australia (PIRSA) ออกร่างแผนการณ์การจัดเขตทำประมงแห่งใหม่ในบริเวณ Tumby Bay ซึ่งอยู่ที่เมือง Port Lincoln ในรัฐ South Australia ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 16,000 เฮกตาร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมปลา หอยและปลาหมึกในบริเวณน้ำท่วมถึง และสาหร่ายทะเล
ทั้งนี้ ในแผนการณ์ดังกล่าวอนุญาตให้เรือท่องเที่ยวและเรือที่ใช้เชิงพาณิชย์สามารถขับผ่านเข้ามาในเขตประมงนี้ได้
ที่มา : FIS
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554
มะกันเรียกคืนแซลมอนรมควัน หวั่น Listeria
บริษัท Vita Food Products ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เรียกคืนเนื้อปลาแอตแลนติกโนวาแซลมอนรมควันจำนวน 8,088 ห่อขนาด 4 ออนส์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอาจปนเปื้อนเชื้อ Listeria monocytogenes
ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากการบริโภคสินค้าดังกล่าวหรือมีการร้องเรียนจากผู้บริโภค แม้ว่า บริษัทระบุว่าได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
บริษัท Vita Food Products รายงานว่า แซลมอนรมควันจำนวน 7,260 ห่อมีวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2! 5 กรกฎาคม 2554 ในร้านค้าดังต่อไปนี้
• ร้าน Publix ในรัฐ Florida, Georgia, South Carolina, Tennessee และ Alabama
• ร้าน Safeway ในรัฐ California, Alaska, Oregon, Washington, Idaho, Colorado,
Maryland, Virginia, Pennsylvania และ District of Columbia
• ร้าน Meijer ในรัฐ Illinois, Michigan, Indiana, Ohio และ Kentucky
! ; • ร้าน Vons ในรัฐ California
! ; & nbsp; • ร้าน Genuardi ในรัฐ Pennsylvania และ New Jersey ร้าน
• Winn Dixie ในรัฐ Florida
• ร้าน Edgewater Produce ในเมือง Chicago
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจำนวน 828 ห่ออาจถูกจำหน่ายหรือวางจำหน่ายในร้านขายของชำหลายแห่งในรัฐ Buffalo New York Pittsburgh เขตมหานครของรัฐ Pennsylvania และ ทางตอนเหนือของรัฐ Ohio
ผลิตภัณฑ์บรรจุในห่อพลาสติกสุญญากาศสีดำ มีตรา Vita อยู่ตรงกลางด้านล่าง แต่ละห่อบรรจุเนื้อปลาแซลมอนรมควันจำนวน 4-5 ชิ้น (น! ้ำหนักรวม 4 ออนส์) ขนาดห่อ กว้าง 7¾" ยาว 7¼" หนา ¼" วันที่จำหน่าย 15 ธันวาคม 2554 รหัส 01961B
ที่มา : Food Safety News
วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554
อินเดียทำลายแหล่งประมงเกิน 80 %
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2554 รัฐบาลอินเดียเปิดเผยว่าทั้งที่อินเดียได้จำกัดการทำประมงของเรือประมงน้ำลึก แต่กลับพบว่าอินเดียมีการทำประมงจนสร้างความเสียหายแหล่งทรัพยากรทางน้ำถึง 82% ของแหล่งน้ำที่ยังสามารถใช้จับปลาได้
นอกจากนี้รัฐบาลอินเดียยังระบุว่าได้ให้ความช่วยเหลือชาวประมงอินเดียในการซื้อเรือประมงและเรือลากอวน
ที่มา : FIS
มะกันเรียกคืนเนื้อวัวบด
บริษัท Lowe’s Foods เรียกคืนเนื้อวัวบดสดจำนวน 1,642 ปอนด์หรือ 744.8 กิโลกรัมเนื่องจากพบชิ้นส่วนพลาสติกสีน้ำเงินปนเปื้อนในเนื้อบดสดบรรจุในถาดขนาด 2 ปอนด์ซึ่งผลิตโดยบริษัท Lenoir-based Vantage Food โดยสินค้าดังกล่าวมีวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกในรัฐ North Carolina South Carolina และ Virginia
หน่วยงานบริการตรวจสอบและความปลอดภัยอาหารของสหรัฐฯ (FSIS) ประกาศว่า ยังไม่ได้รับรายงานการเจ็บป่วยจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม FSIS ยังคงตรวจสอบการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทได้แจ้งเตือนผู้บริโภคและไม่มีสินค้าดังกล่าววางจำหน่ายแล้ว
ที่มา : Food Production Daily
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ราคาพริกไทยของเวียดนามพุ่งสูงสุดในรอบ 15 ปี
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2554 สมาคมพริกไทยเวียดนาม (VPA) รายงานว่า ราคาพริกไทยของเวียดนามแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี ที่ราคา 5,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งเป็นราคาเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2554 เนื่องจากความต้องการเพิ่มขึ้นแต่ผลผลิตในตลาดโลกกลับลดต่ำลง
ราคาพริกไทยในตลาดเวียดนามอยู่ที่ 124 ล้านดอง หรือ 5,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้น 4 ล้านดอง หรือ 190 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2554 ราคาพริกไทยอยู่ที่ 120 ล้านดอง หรือ 5,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน แต่เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2554 ราคาอยู่ที่ 122 ล้านดองต่อตันหรือ 5,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
เนื่องจากราคาพริกไทยเวียดนามสอดคล้องกับราคาในตลาดโลก ราคาจึงสูงขึ้นเพราะในช่วงเดือนรอมฎอน ความต้องการพริกไทยเพิ่มขึ้น ในขณะที่ผลผลิตจากผู้ส่งออกพริกไทยหลัก เช่น อินเดีย ลดลง VPA รายงานว่า ในปีนี้ เวียดนามส่งออกพริกไทย 85,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 465 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทเวียดนาม (MARD) คาดการณ์ว่า เวียดนามอาจมีรายได้จากการส่งออกพริกไทยในปี 2554 กว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่าการส่งออกปี 2553 ประมาณ 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา : Xinhua
จีนปราบปรามผู้ทำผิดกม.ความปลอดภัยอาหาร จับผู้ต้องหา 2,000 คน
รัฐบาลจีนได้จับกุมประชาชน 2,000 คน และปิดธุรกิจเกือบ 5,000 แห่ง ในการปราบปรามธุรกิจอาหารที่ผิดกฎหมายจากความหวั่นเกรงเกี่ยวกับอาหารปนเปื้อนในประเทศจีน
จีนเริ่มรณรงค์ด้านความปลอดภัยอาหารเมื่อเดือนเมษายน 2554 หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการฉีดสีในเนื้อสัตว์เพื่อให้ดูดีเพื่อเพิ่มราคาแพง
มีการสอบสวนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารเกือบ 6 ล้านแห่ง และตำรวจได้ทำลายโรงงานผลิตอาหารใต้ดินที่ผิดกฎหมายหลายแห่ง
มาตรฐานนม (Milk Formula)
หน่วยงานของรัฐที่จีนได้ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานนมโดยผู้ทำผิดกฎหมายจะต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง เนื่องจากเหตุการณ์การพบสารเมลามีนในนมผงสำหรับเลี้ยงเด็กทารก ซึ่งทำให้เด็กเสียชีวิต 6 คน เจ็บป่วยกว่า 300,000 คนในปี 2551 ทำให้รัฐบาลจึงต้องเรียกคืน
ผลิตภัณฑ์นมจากทั่วโลก ซึ่งเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือในเรื่องมาตรฐานและความปลอดภัยอาหารของจีนเป็นอย่างมาก
เมื่อต้นปี 2554 รัฐบาลจีนได้ปิดโรงงานกว่าครึ่งของโรงงาน 1,176 ของจีน เนื่องจากการรณรงค์เพื่อกำจัดสิ่งผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมนม นอกจากนี้ยังมีคำสั่งศาลในการลงโทษประหารชีวิตในกรณีที่ทำให้ประชาชนถึงแก่ความตายจากอาหารที่ไม่ปลอดภัย
อย่างไรก็ตามมักจะมีการละเมิดกฎต่างในจีนและเนื่องจากราคาอาหารที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตยังคงดำเนินการในการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มผลกำไร
ที่มา : มกอช. และ Reuters
วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554
เวียดนามสุ่งออกกุ้งสูงขึ้น 35% ในรอบ 7 เดือน
สมาคมผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลเวียดนาม (VASEP) เปิดเผยว่าตั้งเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2554 เวียดนามส่งออกกุ้งสูงขึ้น 35% คิดเป็นมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนั้นรวมถึงการส่งออกกุ้งแช่แข็ง 115,000 ตัน ซึ่งส่งออกสูงขึ้น 15%
ปริมาณการส่งออกกุ้งเวียดนามสูงขึ้น 15% และมูลค่าสูงขึ้น 30% ขณะที่กุ้งข้าวปริมาณส่งออกสูงขึ้น 37% และมูลค่าสูงขึ้น 72% โดยกุ้งยังคงเป็นสินค้าสำคัญที่มียอดส่งออกเติบโตเร็วที่สุดของภาคประมง
ขณะที่ราคากุ้งเวีย! ดนามส่งออกก็สูงขึ้นเรื่อยๆโดยเพิ่มขึ้น 15.6% คิดเป็นกิโลกรัมละ 9.53 ดอง
ที่มา : FIS
จีนเสนอร่างเปลี่ยนแปลงการกำจัดอาหารหมดอายุและไม่ปลอดภัย
หน่วยงานบริหารด้านอุตสาหกรรมและพาณิชย์จีน เสนอร่างการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการกำจัดอาหารที่หมดอายุหรือไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคว่า บริษัทบางแห่งได้นำผลิตภัณฑ์อาหารที่หมดอายุหรือไม่ปลอดภัยมาบรรจุใหม่
เพื่อให้มั่นใจว่ามีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมการกำจัดอาหารดังกล่าว หน่วยงานบริหารด้านอุตสาหกรรมและพาณิชย์จึงเสนอให้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักอุตสาหกรรมและพาณิชย์ระดับอำเภอ 2 คนเป็นผู้ดูแลและจดบันทึกระหว่างการ กำจัดอาหารเหล่านั้น ซึ่งการกำจัดอาหารสามารถกระทำได้ 3 วิธี ได้แก่
! 1. การเผา
2. ฝังกลบ
3. ผสมลงในปุ๋ยอินทรีย์
ร่างการกำจัดอาหารใหม่ประกาศบนหน้าเว็ปไซต์ของหน่วยงานบริหารด้านอุตสาหกรรมและพาณิชย์จีน เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2554 และเปิดรับความคิดเห็นถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2554
ที่มา : Food Quality
พม่ายกเว้นภาษีส่งออกข้าวและสินค้าเกษตร
รัฐบาลพม่ายกเว้นภาษีส่งออกข้าว ข้าวโพด เมล็ดพืช ถั่ว งา ยาง และอาหารทะเล ซึ่งมีผลระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม 2554 ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555
นาย Sein Win Hlaing รองประธานสมาคมผู้ส่งออกข้าวกล่าวว่า จากการยกเว้นภาษีทำให้พม่าสามารถแข่งขันกับประเทศผู้ส่งออกข้าวอื่นๆในตลาดโลกได้ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลพม่าชุดก่อนเก็บภาษีส่งออกข้าวที่ 8 % เป็นหลายสิบปี และในวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 รัฐบาลชุดใหม่ได้ลดภาษีส่งออกข้าวลงเหลือ 5 %
ในปีงบประมาณ 2553 (1 เ! มษายน 2553 - 31 มีนาคม 2554) พม่าส่งออกข้าวจำนวน 800,000 ตัน ปัจจุบันราคาตลาดข้าวพม่าอยู่ที่ประมาณ 420 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
อนึ่ง ก่อนปี 2505 ซึ่งนายพลเนวินได้ยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ในอดีตพม่าเป็นผู้นำด้านการส่งออกข้าวของโลก
ที่มา : Bangkok Post และ The New Light of Myanmar
วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554
เวียดนามส่งออกข้าวมากขึ้นสนองความต้องการโลก
ในช่วงเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2554 เวียดนามส่งออกข้าวสูงขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 เนื่องจากผู้นำเข้าต้องการแหล่งนำเข้าข้าวแห่งอื่นแทนที่ไทยซึ่งกำลังจะขึ้นราคาข้าว
จากสถิติของสมาคมอาหารเวียดนามระบุว่า เวียดนามส่งออกข้าว 4.61 ล้านตันในช่วงมกราคม – กรกฎาคม 2554 ซึ่งมีปริมาณสูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปี 2553 16.7% คิดเป็นมูลค่า 2.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าเพิ่มขึ้น 26%
ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2554 ผู้ส่งออกข้าวเวียดน! ามทำสัญญาส่งออกข้าวใหม่อย่างต่อเนื่องในปริมาณ 1,000,000 ตัน ซึ่งทางสมาคมเปิดเผยว่าเป็นสถิติใหม่
สมาคมยังระบุอีกว่าสหรัฐฯได้ลดกำลังการผลิตลง 30% ในปี 2554 ขณะที่ความต้องการข้าวยังคงพุ่งสูงในประเทศเอเชียต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
ขณะที่ราคาข้าวเวียดนามในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2554 อยู่ที่ตันละ 473.3 ดอลลาร์สหรัฐ สูงขึ้นกว่าปี 2553 8%
ที่มา : Thanh Nien News (11สิงหาคม2554)
ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีจากกรีนพีซพบอาหารทะเลญี่ปุ่นปนเปื้อนกัมมันตรังสีในระดับสูง
ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีของกรีนพีซ (Greenpeace) เปิดเผยว่า อาหารทะเลที่จับได้โดยชาวประมงญี่ปุ่นนอกชายฝั่งของประเทศปนเปื้อนกัมมันตรังสีในระดับสูง หลังจากผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีของกรีนพีซได้สุ่มเก็บตัวอย่างอาหารทะเลที่ท่าเรือจังหวัดอิวากิ เมื่อวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2554
ACRO และ CRIRAD ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของฝรั่งเศสซึ่งได้วิเคราะห์การปนเปื้อนกัมมันตรังสีพบว่า ตัวอย่างอาหารทะเลจำนวนมากปนเปื้อนกัมมันตรังสีในระดับสูง ซึ่งหมายความว่าการปนเปื้อนกัมมันตรังสีบริเวณชายฝั่งฟูกิชิมะยังอยู่ในระดับที่เ! ป็นอันตราย กลุ่มกรีนพีซจึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นบังคับให้มีการติดฉลากผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ระบุระดับกัมมันตรังสีและเขตการตกปลา เนื่องจากซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่ได้ให้ข้อมูลเพียงพอแก่ลูกค้า และเพิ่มระดับความเข้มงวดในระบบการตรวจสอบกัมมันตรังสีและการกระจายอาหารควรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากฤดูการจับปลาบริเวณจังหวัดฟูกุชิมะและอิบารากิกำลังจะเริ่มขึ้น และอาหารทะเลเป็นอาหารหลักของชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังไม่มีกฎหมายสำหรับการตรวจสอบแหล่งที่มาของปลาและอาหารทะเล ไม่เหมือนเนื้อวัวซึ่งมีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวแล้ว
ที่มา : The Fish Site (11สิงหาคม2554)
วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554
สุดทึ่ง จีนนำเข้าตะเกียบสหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2554 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จีนขาดแคลนตะเกียบต้องนำเข้าจากสหรัฐฯ และการขาดแคลนดังกล่าวทำให้บริษัทสหรัฐบางรายสบโอกาสหารายได้จากการส่งออก"ไม้ตะเกียบ"ไปยังจีน โดยปัจจุบันบริษัท"Georgia Chopsticks"ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐจอร์เจีย สามารถผลิตไม้ตะเกียบได้ 2 ล้านคู่ และได้ส่งออกไปให้จีนภายใต้แบรนด์"เมด อิน ยูเอสเอ"
รายงานระบุว่า บริษัทแห่งนี้ ใช้เวลาผลิตตะเกียบตลอด 24 ชม.และหวังว่าจะสามารถเพิ่มยอดการผลิตให้ได้ 10 ล้านคู่ต่อวันก่อนสิ้นปีนี้ โดยไม้ตะเกียบแต่ละคู่ล้วนมีเครื่องหมาย"เมด อิน ยูเอสเอ"และท่ามกลางสถานการณ์ขาดแคลนไม! ้ Poplar และ Sweet gum ที่ใช้ผลิตตะเกียบ รัฐจอร์เจียถือเป็นเมืองเต็มไปด้วยไม้สองประเภทนี้ ซึ่งกลายเป็นเมืองในฝันที่จะผลิตไม้ตะเกียบส่งออกให้แก่จีนแผ่นดินใหญ่โดยปริยาย
โดยที่ผ่านมา ชาวจีนได้ผลิตไม้ตะเกียบเป็นจำนวน 63,000 ล้านคู่ในแต่ละปี แต่ผู้เชี่ยวชาญประจำสภาพัฒนาเศรษฐกิจสหรัฐระบุว่า ขณะนี้ ภูมิภาคแปซิฟิค โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น กำลังเผชิญสถานการณ์ขาดแคลนไม้
ที่มา : มติชน
รายงานระบุว่า บริษัทแห่งนี้ ใช้เวลาผลิตตะเกียบตลอด 24 ชม.และหวังว่าจะสามารถเพิ่มยอดการผลิตให้ได้ 10 ล้านคู่ต่อวันก่อนสิ้นปีนี้ โดยไม้ตะเกียบแต่ละคู่ล้วนมีเครื่องหมาย"เมด อิน ยูเอสเอ"และท่ามกลางสถานการณ์ขาดแคลนไม! ้ Poplar และ Sweet gum ที่ใช้ผลิตตะเกียบ รัฐจอร์เจียถือเป็นเมืองเต็มไปด้วยไม้สองประเภทนี้ ซึ่งกลายเป็นเมืองในฝันที่จะผลิตไม้ตะเกียบส่งออกให้แก่จีนแผ่นดินใหญ่โดยปริยาย
โดยที่ผ่านมา ชาวจีนได้ผลิตไม้ตะเกียบเป็นจำนวน 63,000 ล้านคู่ในแต่ละปี แต่ผู้เชี่ยวชาญประจำสภาพัฒนาเศรษฐกิจสหรัฐระบุว่า ขณะนี้ ภูมิภาคแปซิฟิค โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น กำลังเผชิญสถานการณ์ขาดแคลนไม้
ที่มา : มติชน
ออสเตรเลียส่งออกเนื้อวัวไปญี่ปุ่นลด 28 %
การส่งออกเนื้อวัวจากออสเตรเลียไปยังญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคม 2554 มีปริมาณการส่งออกประจำเดือนน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2546 ยกเว้นในเดือนมกราคมซึ่งมีปริมาณผลผลิตเนื้อวัวน้อยเป็นประจำ มีสาเหตุดังต่อไปนี้
• มีเนื้อวัวจากสหรัฐฯเข้ามาจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่น เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนลง
• ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งขึ้น
! ; • เศรษฐกิจของญี่ปุ่นซบเซา และ
• ประเด็นเรื่องความปลอดภัยอาหารเนื่องจาก เมื่อเดือนมิถุนายน 2554 มีผู้ป่วยจากอาหารเป็นพิษเนื่องจากบริโภคเนื้อวัวจำนวน 157 ราย และ เมื่อเดือนกรกฎาคม เกิดเหตุการณ์อาหารสัตว์ปนเปื้อนกัมมันตรังสี จึงส่งผลกระทบต่อการบริโภคเนื้อวัวโดยรวม
การส่งออกเนื้อวัวมายังญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคม มีปริมาณทั้งหมด 23,274 ตัน หรือลดลง 28 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 ส่วนเนื้อวัวแช่เย็นมีปริมาณเพียง 9,141 ตันเท่านั้น หรือ ลดลง 37 % จากปี 2553
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าเพิ่มขึ้น 23 % โดยเฉลี่ย เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน 11%
จึงส่งผล! ดีด้านการแข่งขันราคาต่อผู้ส่งออกเนื้อวัวจากสหรัฐฯ
ที่มา : The Cattle Site
• มีเนื้อวัวจากสหรัฐฯเข้ามาจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่น เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนลง
• ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งขึ้น
! ; • เศรษฐกิจของญี่ปุ่นซบเซา และ
• ประเด็นเรื่องความปลอดภัยอาหารเนื่องจาก เมื่อเดือนมิถุนายน 2554 มีผู้ป่วยจากอาหารเป็นพิษเนื่องจากบริโภคเนื้อวัวจำนวน 157 ราย และ เมื่อเดือนกรกฎาคม เกิดเหตุการณ์อาหารสัตว์ปนเปื้อนกัมมันตรังสี จึงส่งผลกระทบต่อการบริโภคเนื้อวัวโดยรวม
การส่งออกเนื้อวัวมายังญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคม มีปริมาณทั้งหมด 23,274 ตัน หรือลดลง 28 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 ส่วนเนื้อวัวแช่เย็นมีปริมาณเพียง 9,141 ตันเท่านั้น หรือ ลดลง 37 % จากปี 2553
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าเพิ่มขึ้น 23 % โดยเฉลี่ย เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน 11%
จึงส่งผล! ดีด้านการแข่งขันราคาต่อผู้ส่งออกเนื้อวัวจากสหรัฐฯ
ที่มา : The Cattle Site
เกาหลีใต้เตรียมยกเว้นภาษีศุลกากรสินค้าบางรายการเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2554 กระทรวงการคลังเกาหลีใต้กล่าวว่า เกาหลีใต้วางแผนเพิ่มรายชื่อสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเพื่อควบคุมเงินเฟ้อซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ฝนตกหนักและโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD)ระบาด
เกาหลีใต้จะยกเว้นภาษีนำเข้ากล้วย สับปะรด หัวไชเท้า ซึ่งมีอัตราภาษีนำเข้าที่ 30 % และกะหล่ำปลี ซึ่งมีอัตราภาษีนำเข้าที่ 27% จนกระทั่งถึงสิ้นเดือนกันยายน 2554
เกาหลีใต้ตัดสินใจยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้! าดังกล่าวเนื่องจากเกิดความกังวลว่าเหตุการณ์ฝนตกหนักในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาจะส่งผลกระทบต่ออุปทานสินค้าเกษตร สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี (KMA) ระบุว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2554 กรุงโซลมีปริมาณน้ำฝน 301.5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นวันที่ฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดใน 1 วันในเดือนกรกฎาคม นับตั้งแต่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาได้เริ่มบันทึกสถิติตั้งแต่ปี 2450
นอกจากนี้กระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในสิ้นเดือนกันยายน 2554 เกาหลีใต้จะเพิ่มโควตาเนื้อสุกรแช่เย็นที่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า โดยจะไม่จำกัดปริมาณการนำเข้า ก่อนหน้านี้ เนื้อสุกรสดและแช่แข็งปริมาณ 130,000 ตันได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า เนื่องจากเกาหลีใต้ต้องการควบคุมราคาที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งมีสาเหตุจากการระบาดของเชื้อ FMD
ราคาผู้บริโภคเกาหลีใต้เพิ่ม 4.7 % ในเดือนกรกฎาคม จากปี 2553 ซึ่งเกินเป้าหมายช่วงเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้ก! ำหนดไว้ที่ 2-4 % เป็นเวลาเจ็ดเดือนติดต่อกัน
ที่มา : Xinhua
เกาหลีใต้จะยกเว้นภาษีนำเข้ากล้วย สับปะรด หัวไชเท้า ซึ่งมีอัตราภาษีนำเข้าที่ 30 % และกะหล่ำปลี ซึ่งมีอัตราภาษีนำเข้าที่ 27% จนกระทั่งถึงสิ้นเดือนกันยายน 2554
เกาหลีใต้ตัดสินใจยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้! าดังกล่าวเนื่องจากเกิดความกังวลว่าเหตุการณ์ฝนตกหนักในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาจะส่งผลกระทบต่ออุปทานสินค้าเกษตร สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี (KMA) ระบุว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2554 กรุงโซลมีปริมาณน้ำฝน 301.5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นวันที่ฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดใน 1 วันในเดือนกรกฎาคม นับตั้งแต่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาได้เริ่มบันทึกสถิติตั้งแต่ปี 2450
นอกจากนี้กระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในสิ้นเดือนกันยายน 2554 เกาหลีใต้จะเพิ่มโควตาเนื้อสุกรแช่เย็นที่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า โดยจะไม่จำกัดปริมาณการนำเข้า ก่อนหน้านี้ เนื้อสุกรสดและแช่แข็งปริมาณ 130,000 ตันได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า เนื่องจากเกาหลีใต้ต้องการควบคุมราคาที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งมีสาเหตุจากการระบาดของเชื้อ FMD
ราคาผู้บริโภคเกาหลีใต้เพิ่ม 4.7 % ในเดือนกรกฎาคม จากปี 2553 ซึ่งเกินเป้าหมายช่วงเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้ก! ำหนดไว้ที่ 2-4 % เป็นเวลาเจ็ดเดือนติดต่อกัน
ที่มา : Xinhua
รัสเซียตั้งเป้าส่งออกธัญพืชไปเอเชียราคาถูกสุด
รัสเซียซึ่งเคยเป็นประเทศส่งออกธัญพืชรายใหญ่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่ปัจจุบันอยู่อันดับ 8 หลังจากที่เมื่อปีก่อนระงับการส่งออก ตั้งเป้าจะลดราคาธัญพืชส่งออกให้มากที่สุดเป็นเวลาอย่างน้อย 4 ปี และตั้งเป้าจะส่งออกธัญพืชไปภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อให้ส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมา
ทั้งนี้ราคาธัญพืชรัสเซียถูกกว่าของประเทศทวีปอเมริกาเหนือ ฝรั่งเศส และออสเตรเลียอย่างน้อย 40 เหรียญต่อเมทริกตัน ซึ่งจะทำให้สามารถส่งออกธัญพืชไปมาเลเซียได้เนื่องจากราคาค่าขนส่งถูกลง 44% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
&! nbsp; ในเดือนกรกฎาคมนี้ รัสเซียอาจส่งออกธัญพืชสูงถึง 2 ล้านตัน ซึ่งถือว่าเป็นเดือนที่ส่งออกสูงสุดเป็นสถิติใหม่ การส่งออกธัญพืชจากรัสเซียไปถึงพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลเช่นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาอาจสูงถึง 1 ล้านตันในระหว่าง 1กรกฎาคม 2554 – 30 มิถุนายน 2555
คาดการณ์ว่าผลผลิตธัญพืชของรัสเซียไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2555 จะสูงขึ้น 2 ล้านตัน เพิ่มเป็น 56 ล้านตัน และคาดว่าจะส่งออกธัญพืช 13 ล้านตัน
ทั้งนี้ ราคาธัญพืชส่งออกของรัสเซียกำลังสูงขึ้นทีละน้อย โดยอียิปต์นำเข้าธัญพืชรัสเซียราคาตันละ 255.25 ดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 จากเดิมตันละ 243.50 ดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 7 กรกฎาคม 2554
ที่มา : Reuters
ทั้งนี้ราคาธัญพืชรัสเซียถูกกว่าของประเทศทวีปอเมริกาเหนือ ฝรั่งเศส และออสเตรเลียอย่างน้อย 40 เหรียญต่อเมทริกตัน ซึ่งจะทำให้สามารถส่งออกธัญพืชไปมาเลเซียได้เนื่องจากราคาค่าขนส่งถูกลง 44% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
&! nbsp; ในเดือนกรกฎาคมนี้ รัสเซียอาจส่งออกธัญพืชสูงถึง 2 ล้านตัน ซึ่งถือว่าเป็นเดือนที่ส่งออกสูงสุดเป็นสถิติใหม่ การส่งออกธัญพืชจากรัสเซียไปถึงพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลเช่นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาอาจสูงถึง 1 ล้านตันในระหว่าง 1กรกฎาคม 2554 – 30 มิถุนายน 2555
คาดการณ์ว่าผลผลิตธัญพืชของรัสเซียไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2555 จะสูงขึ้น 2 ล้านตัน เพิ่มเป็น 56 ล้านตัน และคาดว่าจะส่งออกธัญพืช 13 ล้านตัน
ทั้งนี้ ราคาธัญพืชส่งออกของรัสเซียกำลังสูงขึ้นทีละน้อย โดยอียิปต์นำเข้าธัญพืชรัสเซียราคาตันละ 255.25 ดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 จากเดิมตันละ 243.50 ดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 7 กรกฎาคม 2554
ที่มา : Reuters
วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554
รัฐบาลจีนขยายระบบติดตามเนื้อสัตว์และผักในอีก 10 เมือง
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 เจ้าหน้าที่จากกระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จากเมืองกว่า 10 แห่ง เช่น ฮาร์บิน จี๋หนานและ อูรุมฉี เพื่อเริ่มใช้ระบบนำร่องติดตามเนื้อสัตว์และผักระยะที่ 2 ทั้งนี้ ในเดือนตุลาคม 2553 กระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มใช้ระบบนำร่องดังกล่าวครั้งแรกใน 10 เมือง เช่น เซี่ยงไฮ้ และ ดาเลียน ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งกำเนิดเนื้อสัตว์และผักได้โดยการใส่บาร์โคดผลิตภัณฑ์
นาย Jiang Zengwei รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ระบบจะทำให้การขนส่งเนื้อสัตว์และผักมีมาตรฐ! าน และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเพื่อให้มีมาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่สูงขึ้น นอกจากนี้ระบบตรวจติดตามอาหารจะกระตุ้นการพัฒนาระบบการขนส่งผลิตผลทางการเกษตรสมัยใหม่ด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากระบบการขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาของผลิตภัณฑ์การเกษตร
ภายในสิ้นปี 2554 ระบบติดตามดังกล่าวซึ่งเริ่มนำร่องใช้ใน 10 จังหวัดแรกจะเปิดใช้ระบบเต็มรูปแบบ และเมื่อสิ้นปีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 12 (2554-2558) ระบบติดตามดังกล่าวน่าจะครอบคลุมการขนส่งเนื้อสัตว์และผักทั่วทั้งประเทศ และจะเพิ่มการใช้ระบบดังกล่าวในผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ผลไม้และผลิตภัณฑ์จากทะเลในขั้นต่อไปทั้งนี้ โครงการระบบติดตามเนื้อสัตว์และผักระยะแรกครอบคลุมโรงเชือด 176 แห่ง ตลาดขายส่งขนาดใหญ่ 100 แห่ง ตลาดอาหารกว่า 3,000 แห่ง ซูปเปอร์มาร์เก็ต 1,400 แห่ง และผู้รับซื้อกว่า 4,400 รายในเมืองนำร่อง
ที่มา : Xinhua
นาย Jiang Zengwei รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ระบบจะทำให้การขนส่งเนื้อสัตว์และผักมีมาตรฐ! าน และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเพื่อให้มีมาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่สูงขึ้น นอกจากนี้ระบบตรวจติดตามอาหารจะกระตุ้นการพัฒนาระบบการขนส่งผลิตผลทางการเกษตรสมัยใหม่ด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากระบบการขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาของผลิตภัณฑ์การเกษตร
ภายในสิ้นปี 2554 ระบบติดตามดังกล่าวซึ่งเริ่มนำร่องใช้ใน 10 จังหวัดแรกจะเปิดใช้ระบบเต็มรูปแบบ และเมื่อสิ้นปีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 12 (2554-2558) ระบบติดตามดังกล่าวน่าจะครอบคลุมการขนส่งเนื้อสัตว์และผักทั่วทั้งประเทศ และจะเพิ่มการใช้ระบบดังกล่าวในผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ผลไม้และผลิตภัณฑ์จากทะเลในขั้นต่อไปทั้งนี้ โครงการระบบติดตามเนื้อสัตว์และผักระยะแรกครอบคลุมโรงเชือด 176 แห่ง ตลาดขายส่งขนาดใหญ่ 100 แห่ง ตลาดอาหารกว่า 3,000 แห่ง ซูปเปอร์มาร์เก็ต 1,400 แห่ง และผู้รับซื้อกว่า 4,400 รายในเมืองนำร่อง
ที่มา : Xinhua
คาดส่งออกอาหารครึ่งปีหลังโต 12% มูลค่า 4.21 แสนบ้านบาท รวมทั้งปีขยายตัว 12% มูลค่ารวม 9 แสนล้านบาท
นายเพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า การส่งออกอาหารไทยในช่วงครึ่งปีหลัง คาดจะขยายตัวต่อเนื่องตามความต้องการสินค้าในตลาดโลก โดยจะมีมูลค่าประมาณ 4.21 แสนล้านบาท โดยสินค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวดี เช่น ไก่และสัตว์ปีก น้ำตาลทราย ขณะที่ข้าวจะชะลอตัวลง รวมทั้งกลุ่มอาหารทะเลที่ประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ โดยภาพรวมการส่งออกในไตรมาส 3 คาดจะมีมูลค่า 2.12 แสนล้านบาท ขยายตัว 12% และไตรมาส 4 จะมีมูลค่า 2.09 แสนล้านบาท ขยายตัว 4% รวมทั้งปี คาดมีมูลค่า 9 แสนล้านบาท โต 12% โดยราคาสินค้าส่งออกจะยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง
! ; สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมอาหารในช่วงครึ่งปีหลังและต่อเนื่องไปถึงต้นปีหน้า ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรปยังไม่ดีขึ้น แนวโน้มค่าเงินบาทแข็งค่า และปริมาณวัตถุดิบที่หลายอุตสาหกรรมยังมีปริมาณไม่พอกับความต้องการ รวมทั้งราคาสูงขึ้น
ที่มา : แนวหน้า
! ; สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมอาหารในช่วงครึ่งปีหลังและต่อเนื่องไปถึงต้นปีหน้า ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรปยังไม่ดีขึ้น แนวโน้มค่าเงินบาทแข็งค่า และปริมาณวัตถุดิบที่หลายอุตสาหกรรมยังมีปริมาณไม่พอกับความต้องการ รวมทั้งราคาสูงขึ้น
ที่มา : แนวหน้า
ญี่ปุ่นเตรียมตรวจสารกัมมันตรังสีในข้าว
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2554 ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า รัฐบาลท้องถิ่นญี่ปุ่นหลายแห่งจะตรวจสอบว่าข้าวที่ปลูกมีสารกัมมันตรังสีซิเซียมมากเกินไปหรือไม่ เนื่องจากชาวญี่ปุ่นมีความกังวลว่าข้าวที่ปลูกหลังจากเกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้า อาจมีรังสีปนเปื้อนเช่นเดียวกับเนื้อวัว ผัก ชา นม อาหารทะเล และน้ำ
นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังประกาศให้จังหวัดอิวาเตะระงับการขนส่งเนื้อวัว หลังพบการปนเปื้อนรังสีมากเกินกว่าที่กำหนดไว้ ส่วนข้าวซึ่งปลูกในพื้นที่อย่างน้อย 14 จังหวัด ในทางตอนเหนือและตะวันออกของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็น 40% ของผลผลิตข้าวทั้งประเทศ จะต้องถูกตรว! จสอบก่อนการเก็บเกี่ยว เพื่อทดสอบว่ามีปริมาณซิเซียมเกินกว่าที่กำหนดไว้หรือไม่ (ตามกฎหมายระบุไว้ไม่เกิน 500 Bq/KG)
อนึ่งเมื่อปี 2553 ญี่ปุ่นผลิตข้าว 8.3 ล้านตัน ส่วนใหญ่เพื่อบริโภคเองภายในประเทศ ส่งออกเพียง 1,900 ตัน ไปยังฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน
ที่มา : Reuters
นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังประกาศให้จังหวัดอิวาเตะระงับการขนส่งเนื้อวัว หลังพบการปนเปื้อนรังสีมากเกินกว่าที่กำหนดไว้ ส่วนข้าวซึ่งปลูกในพื้นที่อย่างน้อย 14 จังหวัด ในทางตอนเหนือและตะวันออกของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็น 40% ของผลผลิตข้าวทั้งประเทศ จะต้องถูกตรว! จสอบก่อนการเก็บเกี่ยว เพื่อทดสอบว่ามีปริมาณซิเซียมเกินกว่าที่กำหนดไว้หรือไม่ (ตามกฎหมายระบุไว้ไม่เกิน 500 Bq/KG)
อนึ่งเมื่อปี 2553 ญี่ปุ่นผลิตข้าว 8.3 ล้านตัน ส่วนใหญ่เพื่อบริโภคเองภายในประเทศ ส่งออกเพียง 1,900 ตัน ไปยังฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน
ที่มา : Reuters
ป้ายกำกับ:
ข้าว,
ญี่ปุ่น,
ตรวจ,
เตรียม,
สารกัมมันตรังสี
วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554
EU ประกาศรายชื่อเรือประมงที่ลักลอบการทำประมงที่ผิดกฎหมาย
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2554 สหภาพยุโรปได้ออกกฎระเบียบใหม่เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง คือ Commission Implementing Regulation (EU) No 724/2011 of 25 July 2011 amending Regulation (EU) No 468/2010 establishing the EU list of vessels engaged in illegal, unreported and unregulated fishing โดยเป็นการประกาศรายชื่อเรือประมงที่ลักลอบการทำประมงที่ผิดกฎหมายภายใต้กฎระเบียบ IUU อันเป็นไปตามข้อกำหนดใน Chapter V ของกฎระเบียบ IUU
โดยรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษา ได้จากเว็บไซต์! ดังต่อไปนี้
http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2011:194:0014:0018:EN:PDF
ทั้งนี้ บัญชีรายชื่อเรือประมง IUU ที่ปรากฎในภาคผนวก (Annex) จะมีผลดำเนินการตามกฎหมาย 7 วันภายหลังจากที่มีการประกาศกฎระเบียบดังกล่าวใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 26 กรกฎาคม 2554
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสำนักงานฯ :
ก) การปร! ะกาศบัญชีรายชื่อเรือประมง IUU ในครั้งนี้ นับเป็นการประกาศครั้ง! ที่ 2 ภา ยหลังจากที่ EU ปรับใช้กฎระเบียบ IUU แล้วมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 (ประกาศครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2553 ตามบันทึกสำนักงานฯ ที่ 05008/485) ซึ่งจากการประกาศในครั้งนี้ ไม่ปรากฎชื่อเรือประมงที่ชักธงไทย อยู่ในบัญชีรายชื่อเรือประมง IUU ของ EU อย่างไรก็ดี ไทยควรให้ความระมัดระวังและความสำคัญ กับบัญชีรายชื่อเรือประมง IUU ที่ EU ออกมาในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นกลุ่มเรือที่ผิดกฎหมาย ปลาที่จับ ได้จากเรือดังกล่าวจะไม่สามารถส่งเข้าไปจำหน่ายยัง EU ได้ และหากมีการรับซื้อปลาที่จับได้จากเรือดังกล่าว ก็จะถือว่าผู้นั้นให้การสนับสนุนการทำประมงที่ผิดกฎหมาย IUU ด้วยเช่นกัน
ข) ทั้งนี้ คาดว่า ในคราวต่อๆ ไป EU จะได้มีการ update list ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และหากพบว่า ประเทศใดมีเรือประมง IUU อยู่ในครอบครองเป็นจำนวนมาก อาจถูกประกาศให้เป็น IUU Country ได้ในที่สุด
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป
โดยรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษา ได้จากเว็บไซต์! ดังต่อไปนี้
http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2011:194:0014:0018:EN:PDF
ทั้งนี้ บัญชีรายชื่อเรือประมง IUU ที่ปรากฎในภาคผนวก (Annex) จะมีผลดำเนินการตามกฎหมาย 7 วันภายหลังจากที่มีการประกาศกฎระเบียบดังกล่าวใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 26 กรกฎาคม 2554
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสำนักงานฯ :
ก) การปร! ะกาศบัญชีรายชื่อเรือประมง IUU ในครั้งนี้ นับเป็นการประกาศครั้ง! ที่ 2 ภา ยหลังจากที่ EU ปรับใช้กฎระเบียบ IUU แล้วมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 (ประกาศครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2553 ตามบันทึกสำนักงานฯ ที่ 05008/485) ซึ่งจากการประกาศในครั้งนี้ ไม่ปรากฎชื่อเรือประมงที่ชักธงไทย อยู่ในบัญชีรายชื่อเรือประมง IUU ของ EU อย่างไรก็ดี ไทยควรให้ความระมัดระวังและความสำคัญ กับบัญชีรายชื่อเรือประมง IUU ที่ EU ออกมาในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นกลุ่มเรือที่ผิดกฎหมาย ปลาที่จับ ได้จากเรือดังกล่าวจะไม่สามารถส่งเข้าไปจำหน่ายยัง EU ได้ และหากมีการรับซื้อปลาที่จับได้จากเรือดังกล่าว ก็จะถือว่าผู้นั้นให้การสนับสนุนการทำประมงที่ผิดกฎหมาย IUU ด้วยเช่นกัน
ข) ทั้งนี้ คาดว่า ในคราวต่อๆ ไป EU จะได้มีการ update list ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และหากพบว่า ประเทศใดมีเรือประมง IUU อยู่ในครอบครองเป็นจำนวนมาก อาจถูกประกาศให้เป็น IUU Country ได้ในที่สุด
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป
อินเดียกลายเป็นประเทศส่งออกอาหารทะเลที่สำคัญของอาเซียน
อินเดียซึ่งเป็นผู้ผลิต อาหารทะเลรายใหญ่ 10 อันดับแรกของโลกค่อยๆ มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ส่งออกอาหารทะเลสดเพื่ออุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูปอีกครั้งที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดประเทศกลุ่มอาเซียน
ผู้ส่งออกอาหารทะเลจากอินเดียค่อยๆหันมาสนใจส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย ไทย และเวียดนาม เพื่อตอบสนองความต้องการวัตถุดิบของอุตสาหกรรมแปรรูปในประเทศเหล่านี้ที่เพิ่มมากขึ้น
&! nbsp; Anwar Hashim ประธานสมาคมผู้ส่งออกอาหารทะเลแห่งอินเดียกล่าวว่า อินเดียส่งออกอาหารทะเลเกือบ 85% ไปยังสหภาพยุโรป สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และจีน แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ เริ่มเห็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญโดยหันมาส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชีย โดยอินเดียส่งออกอาหารทะเลไปยังประเทศเหล่านี้เพิ่มขึ้น 20-25%
ทั้งนี้ อินเดียผลิตอาหารทะเลปีละประมาณ 9 ล้านตัน แต่มีเพียงแค่ 9-10% หรือคิดเป็น 880,000 ตันส่งออกไปยังต่างประเทศเพื่อให้มีเหลือเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ
ที่มา : FIS
ผู้ส่งออกอาหารทะเลจากอินเดียค่อยๆหันมาสนใจส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย ไทย และเวียดนาม เพื่อตอบสนองความต้องการวัตถุดิบของอุตสาหกรรมแปรรูปในประเทศเหล่านี้ที่เพิ่มมากขึ้น
&! nbsp; Anwar Hashim ประธานสมาคมผู้ส่งออกอาหารทะเลแห่งอินเดียกล่าวว่า อินเดียส่งออกอาหารทะเลเกือบ 85% ไปยังสหภาพยุโรป สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และจีน แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ เริ่มเห็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญโดยหันมาส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชีย โดยอินเดียส่งออกอาหารทะเลไปยังประเทศเหล่านี้เพิ่มขึ้น 20-25%
ทั้งนี้ อินเดียผลิตอาหารทะเลปีละประมาณ 9 ล้านตัน แต่มีเพียงแค่ 9-10% หรือคิดเป็น 880,000 ตันส่งออกไปยังต่างประเทศเพื่อให้มีเหลือเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ
ที่มา : FIS
เขมรส่งออกมันสำปะหลังเพิ่ม 87% ในครึ่งแรกของปี 54
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2554 กระทรวงพาณิชย์กัมพูชารายงานว่า กัมพูชาส่งออกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น 87% ในครึ่งแรกของปี 2554 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553
ข้อมูลระบุว่าจากเดือนมกราคม ถึง เดือนมิถุนายน ปี 2554 กัมพูชาส่งออกมันสำปะหลังเส้นสดและแห้งจำนวน 212,018 ตันเพิ่มขึ้นจาก 113,068 ตันหรือเพิ่มขึ้น 87 % ในช่วงเดียวกันของปี 2553 ทำให้กัมพูชามีรายได้รวมจากการส่งออกมันสำปะหลังที่ 8.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 6 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 200 % จากรายได้เพียง 2.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดี! ยวกันของปี 2553
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรระบุว่า กัมพูชาปลูกมันสำปะหลัง 194,000 เฮกตาร์ซึ่งให้ผลผลิตที่ 3.78 ล้านตันในช่วงการเก็บเกี่ยวของปี 2553-2554
ที่มา : Xinhua
ข้อมูลระบุว่าจากเดือนมกราคม ถึง เดือนมิถุนายน ปี 2554 กัมพูชาส่งออกมันสำปะหลังเส้นสดและแห้งจำนวน 212,018 ตันเพิ่มขึ้นจาก 113,068 ตันหรือเพิ่มขึ้น 87 % ในช่วงเดียวกันของปี 2553 ทำให้กัมพูชามีรายได้รวมจากการส่งออกมันสำปะหลังที่ 8.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 6 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 200 % จากรายได้เพียง 2.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดี! ยวกันของปี 2553
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรระบุว่า กัมพูชาปลูกมันสำปะหลัง 194,000 เฮกตาร์ซึ่งให้ผลผลิตที่ 3.78 ล้านตันในช่วงการเก็บเกี่ยวของปี 2553-2554
ที่มา : Xinhua
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)