หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ออกซิเจนในอ่าวเม็กซิโกหด ปลาป่วนสับสนเพศ

นักวิจัยพบว่าปลาจวดแอตแลนติก (Atlantic croakers) ในอ่าวเม็กซิโกกำลังได้รับผลกระทบจากการปริมาณที่มีน้อย ทำให้ปลาจวดตัวเมียเริ่มผลิตน้ำอสุจิในรังไข่

Peter Thomas นักศึกษาวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสกล่าวว่า ภาวะพร่องอากาศ (Hypoxia) เกิดเพิ่มขึ้นทั่วโลกอย่างรวดเร็วในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา ซึ่งงานวิจัยปลาจวดแอตแลนติกแสดงให้เห็นถึงผลกระทบทางชีววิทยาที่สำคัญของภาวะพร่องอากาศต่อสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่ได้ ซึ่งอาจทำให้มีผลกระทบต่อประชากรปลาในระยะยาว

ทั้งนี้ มีเขตมรณะ (Dead zone) ในมหาสมุทรทั่วโลก ซึ่งมีปริมาณออกซิเจนน้อยเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตจะดำรงชีพได้ โดยพบ Dead zone มากในบริเวณซีกโลกเหนือ จากจำนวนประชากรมนุษย์ที่สูงขึ้นรอบชายฝั่งทำให้เกิดมลภาวะเพิ่มขึ้นในน่านน้ำ และทำให้สาหร่ายเจริญเติบโตมากขึ้นซึ่งดูดออกซิเจนที่มีอยู่ในน้ำ




ที่มา : FIS

ไต้หวันเรียกคืนอาหารปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง

กระทรวงสาธารณสุขไต้หวันเรียกร้องให้ผู้ผลิตอาหาร 168 ราย เรียกคืนสินค้าทั้งอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า 1 ล้าน รายการ หลังพบว่าสินค้าปนเปื้อนสาร DEHP (diethylhexyl phthalate) สารดังกล่าวใช้เป็น plasticizer โดยสารดังกล่าวเป็นสารก่อมะเร็ง แต่ในใต้หวันสารนี้ถูกใช้ในการเพิ่มความขุ่นในอาหารและเครื่องดื่ม ประเภท เยลลี่ผลไม้ โยเกิร์ตผง น้ำผลไม้ และอาหาร เครื่องดื่มอื่นๆ รวมถึงอาหารเสริมเพื่อโภชนาการบางรายการ ผู้อำนวยการองค์การอาหารและยาได้แจ้งเรื่องไปยัง WHO โดยคาดหวังว่าจะลดความอันตรายที่เป็นไปได้ต่อมนุษย์ในประเทศอื่นๆ เนื่องจากสินค้าบางรายการได้ถูกส่งออกข้ามประเทศไปแล้ว




ที่มา : Deutsche Presse-Agentur

อุณหภูมิเปลี่ยนเร็ว ปลาปินส์ตายกว่า 800 ตัน

พบปลาจำนวนมากถึง 800 ตัน ลอยตายอยู่ในทะเลสาบเลค ทาล ประเทศฟิลิปปินส์ เจ้าหน้าที่กรมประมงเผย สาเหตุมาจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


เกิดเหตุปลานวลจันทร์ (Milkfish) ที่เกษตรกรเลี้ยงไว้ตามกระชังในทะเลสาบ “เลค ทาล” จังหวัดบาตังกาส ไม่ไกลจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ลอยตายส่งกลิ่นเหม็นเน่ามากกว่า 800 ตัน โดย เจ้าหน้าที่กรมประมงของฟิลิปปินส์เผยว่า พบปลาแถบนี้เริ่มตายลงจำนวนมากตั้งแต่สัปดาห์ก่อน สาเหตุเป็นเพราะอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีผลต่อระดับออกซิเจนในทะเลสาบด้วย พร้อมสั่งห้ามขายปลาตายเหล่านี้แล้ว ก่อนจะนำฝังกลบต่อไป



ที่มา : ไทยรัฐ

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เวียดนามส่งออกข้าวลำบาก หลังพม่าตัดสินใจส่งออกอีกครั้ง

ขณะนี้รัฐบาลพม่าได้ยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกข้าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2554 และวางแผนจะส่งออกข้าวคุณภาพต่ำเป็นจำนวน 500,000 ตันในราคาขายที่สามารถแข่งขันกับผู้ส่งออกอื่นๆได้ ขณะที่ไทย ปากีสถาน และ อินเดียก็กำลังเร่งส่งออกข้าวของตัวเอง โดยในปี 2554ไทยได้ใช้มาตรการลดต้นทุนข้าว ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้ส่งออกข้าวเวียดนามได้รับความเดือดร้อน โดยในช่วงไตรมาสที่หนึ่งของปี 2554 ไทยส่งออกข้าวได้มากกว่าเวียดนามเนื่องจากการตกลงทำสัญญาส่งออกข้าวไปยังตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

ตั้งแต่พม่ายกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกข้าว ราคาข้าวในตลาดโลกก็ปรับตัวลดลง โดยราคาข้าว! ผสมข้าวหัก 25% ของไทยปรับลดลง 5% เหลือ 440 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะที่ข้าวของเวียดนามมีราคา 430-435 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะที่ข้าวปากีสถาน มีราคาขายที่ 450 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน

ทั้งนี้สมาคมข้าวพม่าคาดว่าการส่งออกข้าวของพม่าครั้งนี้จะทำให้ประเทศรายได้ต่ำในทวีปแอฟริกา อิรัก และ ฟิลิปปินส์ หันมาซื้อข้าวพม่าแทนการซื้อข้าวเวียดนาม ไทย หรือ ปากีสถาน เช่นที่เคยทำในช่วงต้นปี 2554




ที่มา : ASTV

ตลาดขนมหวานจีนกำลังฟื้นตัว

เนื่องจากเหตุการณ์สารเมลามีนปนเปื้อนในอาหาร ทำให้จีนมีอัตราการเติบโตน้อยกว่าปีที่แล้ว โดย Euromonitor ระบุว่า ปี 2553 ธุรกิจขนมหวานของจีนมีมูลค่าการขายปลีกเพิ่มขึ้น 3% และมีปริมาณการขายปลีกเพิ่ม 4% ขนมหวานที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ยาอม หมากฝรั่ง เยลลี่ ซึ่งมีมูลค่าการขายปลีกเพิ่มขึ้นถึง 8% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความหลากหลายของการออกแบบบรรจุภัณฑ์และกลิ่นรส อาทิ สินค้ายี่ห้อหนึ่งที่มีถึง 8 รส รวมถึงมะม่วงและลิ้นจี่

หมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล เป็นตลาดที่ประสบความสำเร็จสูง เนื่องจากชาวจีนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และมีรายได้สูงขึ้นทำให้รับประทา! นขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เมื่อปี 2553 หมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลมีปริมาณการขายปลีกเพิ่มขึ้น 7% และมูลค่าการขายปลีกเพิ่ม 6 % ผู้ผลิตหลายรายใช้ประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพของ Xylitol เป็นจุดขายแก่ลูกค้าชาวจีน

ช็อกโกแลตดำ (Dark chocolate) มีการเติบโตมากเช่นกัน เนื่องจากประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น มีปริมาณไขมันต่ำกว่า ทำให้ลูกค้าผู้หญิงชื่นชอบ แต่ขณะเดียวกันในปี 2552 และ 2553 ยอดจำหน่ายช็อกโกแลตขาว (plain white chocolate) ลดลง เนื่องจากปริมาณไขมันที่สูงนั่นเอง






ที่มา : Confectionery news

EU ,ขยาย,การควบคุม,นำเข้า,ญี่ปุ่น ,รังสีปนเปื้อน,ใบชา

สหภาพยุโรปเพิ่มการควบคุมนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่นหลังจากการเพิ่มชื่อจังหวัดที่ 13 ในรายชื่อจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากเกรงว่าจะมีการปนเปื้อนกัมมันตรังสี

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปกล่าวว่า จังหวัดคานากาวะ เป็นจังหวัดในญี่ปุ่นล่าสุดที่สหภาพยุโรปดำเนินการใช้มาตรการพิเศษเรื่องการนำเข้าอาหารและอาหารสัตว์หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิซึ่งทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิมะระเบิด

เมื่อเดือนมีนาคม 255! 4 ซึ่งการประกาศใช้มาตรการเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ในประเทศญี่ปุ่นพบ สาร caesium เกินกว่าระดับที่ยอมรับได้ในใบชาเขียวซึ่งมาจากจังหวัดคานากาวะ โดยสาร caesium ที่พบในใบชาเขียวจำนวนหนึ่งอยู่ที่ระดับ 570 ถึง 780 เบคเคอเรลต่อ 1 กิโลกรัม ในขณะที่ระดับสาร caesium สูงสุดที่กำหนดไว้ต้องไม่เกิน 500 เบคเคอเรล ต่อ 1 กิโลกรัม




ที่มา : Food Production Daily

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

สธ. ปลดล็อก 5 จว. นำเข้าอาหารญี่ปุ่น

กระทรวงสาธารณสุขเตรียมปรับลดจำนวนจังหวัดที่ต้องมีการควบคุมอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานอาหารที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี หรืออาหารนำเข้าจากญี่ปุ่น หลังเกิดสึนามิในพื้นที่เสี่ยงจากเดิม 12 จังหวัด เหลือเพียง 7 จังหวัดที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง คือ จังหวัดฟุกูชิมะ กุนมะ อิบารากิ โตชิกิ มิยางิ โตเกียว และ ชิบะ และให้เพิ่มจังหวัด คานากาวะ รวมเป็น 8 จังหวัด ซึ่งจะเร่งออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จใน 1 เดือน


ส่วนอาหารที่ต้องคุมเข้มเป็นพิเศษ คือ อาหารทะเล พืชผัก และผลไม้ โดยอาหารนำเข้าเหล่านี้ ต้องมีใบแสดงแหล่งกำเนิด ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และเมื่อมีการนำเข้าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะทำการตรวจซ้ำก่อนให้นำออกจำหน่ายหรือรับประทานในประเทศ ขณะที่ผลการตรวจอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่นในช่วงที่ผ่านมา 323 รายการ ไม่พบการปนเปื้อน 322 รายการ



ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

เตือนผู้ประกอบการไทยระวังสาร Oxytetracycline ในกุ้งส่งออกไปญี่ปุ่น

กระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่น แจ้งเตือนมายังสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว ว่า ตรวจพบสาร Oxytetracycline ในกุ้งแช่แข็งของไทย (Frozen peeled shrimp) จากบริษัทส่งออกแห่งหนึ่ง เกินค่ามาตรฐาน (MRL 0.2 ppm) ซึ่งนำเข้าในวันที่ 11 พฤษภาคม 2554 ทำให้ญี่ปุ่นแจ้งว่าจะปรับระดับคุมเข้มในการสุ่มตรวจสารดังกล่าวในกุ้งนำเข้าจากไทย และหากตรวจพบสารนี้เกินมาตรฐานอีก จะทำการกักกันกุ้งนำเข้าจากไทยทุกรุ่น



ที่มา : มกอช.

มาเลย์เตรียมส่งทุเรียนบุกจีนแย่งตลาดไทย

มาเลเซียจะส่งออกทุเรียนไปจีนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 ซึ่งเป็นการท้าทายการผูกขาดตลาดส่งออกทุเรียนของไทย หลังจากนายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีนได้เห็นชอบอย่างเป็นทางการให้นำเข้าทุเรียนมาเลเซีย ในการเยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม ไทยครองตลาดการค้าทุเรียนมากกว่า 3 ทศวรรษ สถิติจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า เมื่อปี 2533 ไทยส่งออกทุเรียนประมาณ 138,000 ตันไปยังจีน เป็นมูลค่าเกือบ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นเกือบ 60 % ของการส่งออกทุเรียนไทยไปทั่วโลกIn this picture taken Monday April, 23, 2011, durians are on sale at a bazaar in Kuala Lumpur, Malaysia. Malaysia will start exporting durians to mainland China from July, challenging Thailand's virtual monopoly on shipments of the spiky, stinky delicacy that many Southeast Asians hail as "the king of fruits." (AP Photo) MALAYSIA OUT, NO SALES, NO ARCHIVE Close


นายโนห์ โอมาร์ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรมาเลเซียกล่าวว่า จะส่งออกทุเรียนไปยังจีนในช่วงที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตมากที่สุดระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน แต่ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์การส่งออกทุเรียนไปยังจีน อย่างไรก็ตาม นายอาห์เหม็ด ไอชาค ผู้อำนวยการสำนักงานการตลาดเกษตรของมาเลเซียเปิดเผยกับสำนักข่าวเบอร์นามาว่า มาเลเซียผลิตทุเรียนได้ประมาณ 330,000 ตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการบริโภคภายในประเทศ และจะส่งออกทุเรียนสดแช่แข็ง 2 แบบไปยังจีน ได้แก่ แบบไร้เมล็ดและแบบมีเมล็ด


อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงได้เปรียบมาเลเซียเนื่องจากทุเรียนไทยสามารถเก็บเกี่ยวได้ก่อนที่จะสุกและส่งขายต่างประเทศในขณะที่ผลทุเรียนยังสดอยู่ ส่วนมาเลเซียสามารถส่งออกได้เฉพาะทุเรียนแช่แข็งเท่านั้นเนื่องจากเป็นทุเรียนสายพันธุ์ที่ต้องสุกคาต้น และรสชาติจะเปลี่ยนภายในไม่กี่ชั่วโมงและเน่าเสียภายในไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่มาเลเซียได้กระตุ้นให้เกษตรกรเพิ่มการผลิต โดยระบุว่าความต้องการจากจีนจะช่วยป้องกันปัญหาทุเรียนล้นตลาดภายในประเทศได้




ที่มา : ABC New

คาดยุ่นต้องการทูน่าเมืองออสซี่เพิ่ม

ในปี 2554 ปริมาณความต้องการปลาทูนาแช่แข็งออสเตรเลียมีสูงมากทำให้คาดว่าออสเตรเลียจะส่งออกปลาทูน่าเพิ่มมากขึ้น โดยตลาดต่างประเทศต้องการปลาทูน่าครีบน้ำเงินจากทางใต้ของออสเตรเลียสูงมาก


Brian Jeffriess กรรมการผู้จัดการสมาคมปลาทูนาออสเตรเลียกล่าวว่าออสเตรเลียส่งออกปลาทูนาแช่แข็งไปญี่ปุ่นคิดเป็น 80% ของการส่งออกของออสเตรเลียทั้งหมด แต่ปีนี้อาจมีปริมาณส่งออกไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะออสเตรเลียผลิตปลาทูน่าช้ากว่าปกติในปีนี้ ส่วนหนึ่งอาจเพราะออสเตรเลียผลิตปลาทูน่าแช่แข็งในช่วงปลายปีซึ่งยิ่งเป็นผลดีต่อออสเตรเลียเนื่องจากญี่ปุ่นจะยังคงอยู่ในช่วงฟื้นฟูประเทศไปอีก 4-5เดือน ปลาทูนาแช่แข็งจึงจะยังคงได้รับความนิยมในญี่ปุ่น



ที่มา : FIS

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

แคลิฟอเนียร์รับรองกฎหมาย ห้ามการจำหน่ายและครอบครองหูฉลาม

คณะกรรมการรับรองกฎหมาย (AB376) ว่าด้วยการห้ามจำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือครอบครองหูฉลาม ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมของชาวเอเชีย กฏหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการด้วยคะแนน 63 ต่อ 8 โดยผู้สนับสนุนอ้างว่าการกระทำดังกล่าวจะทำให้ฉลามสูญพันธุ์และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้ระบบนิเวศใต้น้ำเสียหาย

ถึงแม้การตัดหูฉลามผิดกฎหมายในน่านน้ำสหรัฐฯ แต่ไม่สามารถทำอะไรผู้ตัดหูฉลามในน่านน้ำระหว่างประเทศได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎหมายระงับการจำหน่ายในตลาดรัฐแคลิฟอเนียซึ่งมีความต้องการหูฉลามในตลาดมากที่สุดที่อยู่นอกทวีปเอเชีย ผู้สนับสนุนร! ะบุว่า หูฉลามจำหน่ายในราคาสูงถึง 600 ดอลล่าร์สหรัฐต่อปอนด์ และการตัดหูฉลามทำให้ฉลามตายกว่า 73 ล้านตัวต่อปี ในขณะที่ผู้ต่อต้านกฎหมายนี้อ้างว่าเป็นการใช้อำนาจมากเกินไปในการบงการสิ่งที่ชาวแคลิฟอเนียจะสามารถรับประทานได้

ขณะนี้ร่างกฏหมายดังกล่าวรอการพิจารณาจากวุฒิสภาและคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2556 เพื่อให้เวลาผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามได้



ที่มา : AP

ลดภาษี AFTA ไทยผงาด TOP 5 ส่งออก-นำเข้า

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)ในรอบ 1 ปี หลังจากความตกลงเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) กำหนดให้ลดภาษีสินค้าทั้งหมดเป็น 0% ในวันที่ 1 มกราคม 2553 พบว่า ปี 2553 ส่งออกได้ 36,239 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ส่งออกได้ 25,981 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 39.5% ส่งผลให้ไทยมีส่วนแบ่งตลาด 35.8% โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 1.23% ปิโตรเลียมและถ่านหิน 0.85% และกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน 2.69%

&nb! sp; สาเหตุที่การค้าไทยในอาเซียนเพิ่มขึ้นเพราะได้อานิสงค์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาเซียน แต่ในระยะยาวยังไม่อาจสรุปได้ว่าไทยยังได้เปรียบการค้า ดูจากส่วนแบ่งการตลาดในสินค้าแต่ละชนิดพบว่าแต่ละประเทศยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดในสินค้ากลุ่มเดิม โดยสิงคโปร์และเวียดนามที่เน้นทำการค้ามากกว่าเป็นแหล่งผลิตกำลังมีการรุกตลาดอาเซียนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากเทียบมูลค่าการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน ระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2549-2553 ประเทศสิงคโปร์เป็นผู้ส่งออกสินค้ารวมมากที่สุดโดยตลอด ด้วยสัดส่วนเกือบ 50% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดในปี 2553 ที่มีมูลค่า 106,605 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาคือ มาเลเซีย ไทยและอินโดนีเซีย ด้านการนำเข้า ประเทศสิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่นำเข้าสินค้ามากที่สุด คิดเป็นมูลค่า 74,700 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากเป็นประเทศที่เน้นการค้ามากกว่าการผลิต

นายอั! ทธ์ กล่าวว่า จากการสำรวจการส่งออก 18 กลุ่มสินค้าภาคเกษตรและอุต! สาหกรรม ที่มีสัดส่วน 80% ของการส่งออกไทย พบว่า สินที่ไทยได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น มีหลายรายการ ได้แก่ ข้าวสาร มันสำปะหลังสด ปลาสดแช่แข็ง เนื้อสัตว์ น้ำตาล เครื่องดื่ม ยาสูบ สิ่งทอ-เครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง ผลิตภัณฑ์ไม้ ปิโตรเลียม-ถ่านหิน ผลิตภัณฑ์ยาง เหล็ก ยานยนต์ เครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนสินค้าที่มีส่วนแบ่งตลาดลดลง ได้แก่ ยางพารา ผัก-ผลไม้ กระดาษ-สิ่งพิมพ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก

ทั้งนี้ หากพิจารณาการส่งออกสินค้าสำคัญเปรียบเทียบส่วนแบ่งตลาดก่อน-หลัง AEC อย่างเช่น ข้าวสาร เดิมเวียดนามมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 75.72% แต่ลดลง 4.34% เหลือเพียง 71.38% ในขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 มีสัดส่วน 22.37% เพิ่มขึ้นจากเดิม 5.24% ด้านผักและผลไม้ ไทยส่งออกเป็นอันดับ 1 แต่ส่วนแบ่งลดลง คือ มีส่วนแบ่ง 64% ขณะที่น้ำตาล เป็นสินค้าที่ไทยส่งออกมากที่สุดในอาเซียน มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 77.05% ยางพารา ไทยยังครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด ทั้งก่อนและหลังการเป็น AEC โดยส่วนแบ่งลดลงเล็กน้อย จาก 69.35% เป็น 64.02%




ที่มา : โพสต์ทูเดย์

ฟิจิเฮ! อียูไฟเขียวนำเข้าปลา

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟิจิส่งออกปลาแช่แข็งไปสหภาพยุโรปเป็นรอบการส่งออกแรกหลังจากถูกระงับเป็นเวลา 3 ปี โดยส่งออกปลาทูนาครีบยาวแช่แข็ง (albacore tuna) โดยมีบริษัทฟิจิ 2 แห่งที่ได้จดทะเบียนส่งออกปลาไปยังสหภาพยุโรป




ที่มา : FIS

เกาหลีใต้เตรียมขึ้นภาษีนำเข้าข้าวตั้งแต่ปีหน้า

เกาหลีใต้วางแผนที่จะจัดเก็บภาษีการนำเข้าข้าวสูงขึ้นในปีหน้า ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิมที่วางแผนไว้ว่าจะเริ่มขึ้นภาษีนำเข้าข้าวตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เกาหลีใต้เตรียมเก็บภาษีข้าวนำเข้าสูงขึ้น แทนการจำกัดโควต้าภายใต้ระบบ Minimum Market Access (MMA) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ในขณะที่สต๊อกข้าวเพิ่มสูงขึ้น และการบริโภคข้าวภายในประเทศร่วงลง กระทรวงเกษตรเกาหลีใต้ได้จัดทำร่างแผนการดำเนินงานระยะเวลา 5 ปีโดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมข้าวภายในประเทศ เชื่อว่าการจัดเก็บภาษีที่สูงขึ้นจะช่วยควบคุมการไหลเข้าประเทศของข้าว! นำเข้า และจะช่วยปกป้องอุตสาหกรรมข้าวที่ได้รับเงินอุดหนุนสูงอยู่แล้ว

นอกจากนี้ กระทรวงยังตั้งเป้าส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศและเพิ่มการส่งออกข้าวจากระดับปัจจุบันที่ 50,000 ตัน เป็น 100,000 ตันภายในปี 2558 ตามแผนระยะเวลา 5 ปี




ที่มา : Voice TV

ความคืบหน้า...ญี่ปุ่นแก้ไขค่า MRLs สารเคมีทางการเกษตรและสารปรุงแต่งอาหาร

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2554 กระทรวงสาธารณสุข แรงงงานและสวัสดิการญี่ปุ่น (MHLW) ได้จัดประชุมชี้แจงรายละเอียดการปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีตกค้าง และสารปรุงแต่งครั้งที่ 149 (the 149th Conference for Promotion of Food Import Facilitation) สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1. กำหนดมาตรฐานสารเคมีทางการเกษตรและยาที่ใช้กับสัตว์ 7 ชนิด ได้แก่ Acifluorfen, Dithianon, Lactofen, Pendimethalin, Picolinafen, Levamisole, Mebendazole

2! .พิจารณาขึ้นทะเบียนสารปรุงแต่ง 2 ชนิด ที่อนุญาตให้ใช้เป็นสารปรุงแต่งกลิ่น รสเท่านั้น ได้แก่ Isoquinoline และ Pyrrole

ทั้งนี้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายแก้ไขมาตรฐานสารเคมีตกค้างและสารปรุงแต่งอาหาร รวมทั้งระดับ MRL ที่กำหนดใหม่ ต่อ MHLW โดยตรง จนถึงวันที่ 27 พฤษภาคม 2554 หากพ้นกำหนดนี้ให้แจ้งผ่านทางระบบ SPS รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ acfspol@acfs.go.th



ที่มา : มกอช.

พบซัลเฟอร์ไดออกไซด์ปนเปื้อนตัวอย่างเนื้อในฮ่องกง

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2554 ศูนย์ความปลอดภัยอาหารฮ่องกงรายงานว่า พบซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสารถนอมอาหารต้องห้ามในตัวอย่างเนื้อสด 4 ตัวอย่าง จากทั้งหมด 167 ตัวอย่าง ได้แก่ เนื้อวัวสด 3 ตัวอย่างและ เนื้อหมูสด 1 ตัวอย่าง ซึ่งระดับสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ปนเปื้อนคือ ตั้งแต่ 22 ppm ถึง 470 ppm ศูนย์ความปลอดภัยอาหารฮ่องกงระบุว่า ระดับความน่าพอใจโดยรวมอยู่ที่ 97.6 % และยังได้ดำเนินการติดตามผลต่อไป ได้แก่ การเก็บตัวอย่างเพื่อติดตามผลและส่งจดหมายเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านที่เกี่ยวข้อง




ที่มา : 19 พฤษภาคม 2554

จีนผ่อนผันคุมรังสีอาหารยุ่น

นาย เวินเจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีน ให้คำมั่นในการเจรจาไตรภาคี เรื่องเตรียมผ่อนผันการนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่น รวมทั้งเห็นด้วยว่าเกาหลีเหนือต้องแสดงความจริงใจก่อนการเจรจา 6 ฝ่ายจึงเริ่มขึ้นได้

ญี่ปุ่นอาศัยการเจรจาไตรภาคีในการให้ความมั่นใจแก่เพื่อนบ้านเรื่องการแก้ไขวิกฤตินิวเคลียร์และต่อรองการผ่อนผันการควบคุมสินค้าอาหารญี่ปุ่น ซึ่งนายเวินเจีย เป่า และนายลี มุงบัก ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ พร้อม นายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกันสร้างระบบรักษาความปลอดภัยและมาตรการับมือวิกฤตินิวเคลียร์

&! nbsp; การหารือครั้งนี้มีประเด็นหลักคือ การวางกรอบความร่วมมือในการสร้างระบบรักษาความปลอดภัยและรับมือวิกฤตินิวเคลียร์ รวมทั้งพิจารณามาตรการความปลอดภัยทางอาหารและสินค้า นายเวินเจีย เป่าให้คำมั่นแก่นายนาโอโตะ คังว่าจีนจะผ่อนผันการควบคุมสินค้าญี่ปุ่น โดยตัดรายการสินค้าอาหารที่นำเข้าจาก 12 จังหวัด และจะยุติการตรวจสอบอาหารที่ไม่ช่ผลิตภัณฑ์ประเภทนมสด ผัก และอาหารทะเล นอกจากนี้ ทั้งสามประเทศจะร่วมกันศึกษาหาแนวทางที่เป็นไปได้เรื่องการสร้างเขตการค้าเสรีไตรภาคี





ที่มา : ไทยโพสต์

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ธุรกิจแปรรูปผักผลไม้อบแห้งมาแรง ออเดอร์ยุโรป-ญี่ปุ่นกระฉูด

นายอำนาจ อึ้งเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ เค ไทยฟู้ด จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงปี 2554 การพัฒนาธุรกิจส่งออกสินค้าแปรรูปอาหาร กิจการห้องเย็น และปุ๋ยอินทรีย์ ทั้งหมด 14 บริษัท

มีอัตราการเติบโตดีต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสแรกเฉลี่ย 15 – 20 % โดยมีโรงงานแปรรูปผลไม้อบแห้งอยู่ในสระบุรี นำพืชเศรษฐกิจ เช่น กล้วย ขนุน สับปะรด มะม่วง ทุเรียน เผือก มัน และโปรดักต์ใหม่ ข้าวโพดอ่อนกับหอมหัวใหญ่ แบรนด์เอโกะ (AKO) เพิ่มมูลค่าได้ 5- 10 เท่า ตลาดหลักอยู่ในญี่ปุ่น เยอรมนี รัสเซีย สหภาพยุโรป พร้อมกับทำแฟรนไชส์น้ำผลไม้สดแบรนด์มิสเตอร์ฟรุต เพิ่! มช่องทางการขายใหม่ผ่านออนไลน์เข้าถึงผู้บริโภคในประเทศและทั่วโลก

ทั้งนี้นายอำนาจกล่าวว่า ขณะนี้กำลังผลักดันการขยายพื้นที่ปลูกหอมหัวใหญ่ในไทยยังกระจุกอยู่ไม่กี่จังหวัด เนื่องจากรัฐบาลควบคุมการนำเข้าเมล็ดพันธุ์ไว้ปีละไม่เกิน 7,000 ปอนด์ (1 ปอนด์ ปลูกได้ 1 ไร่) ขณะนี้ปลูกใน 3 จังหวัดหลักคือ เชียงใหม่ กาญจนบุรี นครสวรรค์

เหตุที่ลุ่มผู้ประกอบการการแปรรูปผลไม้อบแห้งต้องการผลักดันให้เพิ่มโควต้านำเข้าเมล็ดพันธุ์ หรือปลดล็อกหอมหัวใหญ่ เพราะความต้องการนำไปแปรรูปมีสูงมาก เฉลี่ยการบริโภคเฉพาะในประเทศเกินวันละ 1.5 แสนกิโลกรัมแล้ว และไทยเป็นพื้นที่เพาะปลูกแห่งเดียวในเอเชียที่หอมหัวใหญ่มีรสชาติดีกว่านำเข้ามาจากจีนทุกวันนี้



ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

ญี่ปุ่นเพิ่มการตรวจสาร Sulfadiazin ในกุ้งไทย

ด้วยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้รับแจ้งจากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว ว่าพบสาร Sulfadiazin ในสินค้ากุ้งแช่แข็ง (Frozen sushi shrimp, cooked headless peeled tail-on) ของกุ้งที่นำเข้าจากประเทศไทย จากบริษัทแห่งหนึ่ง ทำให้ญี่ปุ่นดำเนินการเพิ่มการตรวจสอบสารดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 30 % ในสินค้ากุ้งสดและผลิตภัณฑ์กุ้งแปรรูปของไทยก่อนการนำเข้า ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นไป

สาร Sulfadiazin ไม่ได้กำหนดค่า MRL สำหรับกุ้งไว้ในญี่ปุ่น ดังนั้นจึงใช้ค่าอนุญาตให้ตรวจพบได้ 0.01! ppm. มกอช. จึงขอเตือนผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปยังญี่ปุ่นให้โปรดระมัดระวัง หรือตรวจสอบก่อนส่งออก เพื่อป้องกันการกักกันหรือปฎิเสธการนำเข้าสินค้าต่อไป





ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว

อย. เตรียมออกประกาศห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่ายอาหารปนเปื้อนเมลามีน

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย มีใจความสำคัญดังนี้

1. ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2551 เรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2551

2. ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารที่ตรวจพบสารเมลามีน และสารในกลุ่มเมลามีน (กรดซัยยานูริก(cyanuric acid)) ดังต่อไปนี้

! ; 2.1 นมดัดแปลงและอาหารทารกและเด็กเล็กที่มีสารเมลามีนเกิน 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

2.2 อาหารอื่นๆที่มีสารเมลามีนเกิน 2.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม


ทั้งนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป โดยอยู่ระหว่างประกาศแจ้งเวียนให้ประเทศสมาชิกองค์กรการค้าโลกให้ข้อคิดเห็น




ที่มา : มกอช. (12/05/54)

กุ้งกุลาดำในเวียดนามราคาพุ่งทำสถิติ

ราคากุ้งที่เวียดนามปรับตัวขึ้นสูงหลังจากที่เกษตรกรเลี้ยงกุ้งทำความสะอาดและจัดการพื้นที่เลี้ยงกุ้งเพื่อรองรับการเลี้ยงกุ้งรอบใหม่ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนกุ้ง นอกจากนั้นความต้องการสินค้าอาหารทะเลพุ่งสูงในตลาดโลก และผู้ผลิตทำสัญญาส่งออกกับคู่ค้ามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่ค้าชาวญี่ปุ่น

สมาคมผู้ส่งออกและเลี้ยงกุ้งที่จังหวัด Ca Mau กล่าวว่าราคากุ้งกุลาดำทำลายสถิติสูงสุดในรอบสิบปี โดยกุ้งขนาด 20 ตัวต่อกิโลกรัม ราคา 260,000 ด่องต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 380 บาทต่อกิโลกรัม ขนาด 30 ตัวต่อกิโลกรัม ราคา 190,000 ด่องต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 280 บาทต่อ! กิโลกรัม ขนาด 40 ตัว ต่อกิโลกรัม ราคา 155,000 ด่องต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 225 บาทต่อกิโลกรัม และกุ้งขาวขนาด 100 ตัวต่อกิโลกรัม ราคา 85,000 ด่องต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 125 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ขณะนี้เกษตรกรหันมาลงทุนเลี้ยงกุ้งมากขึ้น

นอกจากนั้น เกษตรกรยังพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตโดยมีพื้นที่ทำฟาร์มกุ้งกว่า 3,500 เฮกเตอร์ หรือประมาณ 21,000 ไร่ และคาดการณ์ว่าในอนาคตจะมีการเพิ่มพื้นที่การเลี้ยงกุ้งมากขึ้น




ที่มา : The Fish Site (12/05/54)

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

แบงค์ ANZ คาด จีนนำเข้าน้ำตาลพุ่ง 35% ดึงราคาตลาดโลกสูง

Paul Deane นักเศรษฐศาสตร์เกษตรอาวุโสประจำธนาคาร Australia and New Zealand Banking Group เปิดเผยว่าจีนอาจนำเข้าน้ำตาลเพิ่มขึ้น 35% ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำตาลโลกพุ่งสูงขึ้น โดยคาดว่าจีนอาจมียอดนำเข้าสูงถึง 2.7 ล้านตันในปีงบประมาณที่เริ่มเดือนตุลาคม 2554 จากเดิมที่ปีก่อนนำเข้าประมาณ 2 ล้านตัน โดยจีนอาจผลิตน้ำตาลได้ 12.5 ล้านตันในปีงบประมาณที่จะถึง ขณะที่ความต้องการบริโภคในประเทศอาจสูงถึง 15 ตัน สาเหตุที่คาดว่าจีนจะนำเข้าน้ำตาลเพิ่มขึ้นเนื่องจากจีนไม่มีน้ำตาลเหลืออยู่ในสต็อก


ที่มา : Bloomberg (12/05/54)

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เกาหลีใต้ยินดีที่สภาให้สัตยาบันเอฟทีเอกับอียูแล้ว

เกาหลีใต้แสดงความยินดีที่รัฐสภาให้สัตยาบันข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรปแล้ว โดยระบุว่าจะเอื้อให้บริษัทเกาหลีใต้เข้าถึงตลาดใหญ่ที่สุดในโลกได้มากขึ้น

พรรคฝ่ายค้านเกาหลีใต้ขอให้เลื่อนการให้สัตยาบันโดยอ้างว่า จะต้องมีมาตรการพิเศษปกป้องอุตสาหกรรมท้องถิ่นและเกษตรกร แต่พรรคแกรนด์เนชันปาร์ตี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลสามารถผลักดันให้ผ่านสภาได้เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2554

กระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ แถลงว่า FTA ที่จะมีผลตั้งแต่ ! 1 กรกฎาคม 2554 จะช่วยให้เกาหลีใต้มีฐานะได้เปรียบในสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นคู่ค้าสำคัญของเกาหลีใต้ อีกทั้งจะเอื้อต่อการกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน

ด้านนายคาเรล เดอ กุชท์ กรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรป กล่าวว่า FTA นี้จะสร้างการเติบโต สร้างงาน เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ส่งเสริมการส่งออก ความสามารถในการแข่งขันและการลงทุนของทั้งสองฝ่าย เป็น FTA มาตรฐานที่สหภาพยุโรปหวังจะบรรลุกับคู่ค้าสำคัญอื่น ๆ

สถาบันเกาหลีเพื่อนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศเคยประเมินไว้ว่า ในระยะยาว FTA นี้จะทำให้การส่งออกของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 330,000 ล้านบาท) ต่อปี ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 และสร้างงานใหม่ 253,000 ตำแหน่ง ทั้งสองฝ่ายตกลงจะลดภาษีศุลกากรลง 98% ภายใน 5 ปี ในจำนวนนี้ครอบคลุมสินค้าเกษตรเกาหลีใต้เพียงจำนวนหนึ่ง ! ขณะที่สหภาพยุโรปสามารถระงับการลดภาษีศุลกากรหากสินค้าจากเกาหลีใ! ต้ทะลักเ ข้าตลาด



ที่มา : สำนักข่าวไทย

เตือนรับมือข้าว GMO จากจีน แนะผู้ส่งออกหันเจาะตลาดระดับบน

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครซีอาน จีน ว่าขณะนี้รัฐบาลจีนให้การสนับสนุนการปลูกข้าวดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกของจีนลดน้อยลงจากการขยายตัวของเมืองประกอบกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น คาดว่าข้าว GMO จากจีนจะได้รับอนุญาตให้วางขายได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า หลังจากผ่านการทดลองทางวิทยาศาสตร์ถึงความปลอดภัยในการบริโภค และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าในอนาคตจีนอาจส่งออกข้าวได้มากขึ้น

นางนันทวัลย์ กล่าวเพิ่ม! เติมว่า อยากแนะเอกชนไทยว่า ควรมุ่งไปที่ตลาดจีนระดับบน และใช้ชื่อเสียงความเป็นข้าวไทยมาเป็นจุดขาย เพื่อแยกตัวเองออกจากคู่แข่งในสมาชิกอาเซียนด้วยกัน โดยเฉพาะการไม่มีการปลอมปน อีกวิธีหนึ่งคือ การใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นตัวรับประกันมาตรฐานคุณภาพข้าว ประกอบกับจีนมีข้อผูกพันไว้ในองค์การการค้าโลก (WTO) ที่กำหนดโควตานำเข้าข้าวปีละ 5.32 ล้านตัน ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ทำให้ภาษีข้าวลดลงเหลือ 0% ทำให้ข้าวไทยได้เปรียบมากกว่าสหรัฐฯ




ที่มา : แนวหน้า

ฮ่องกงเตือน ไม่ควรบริโภคหอยหลอดจากเมืองผู้ดี

ศูนย์กลางความปลอดภัยด้านอาหาร (Centre for Food Safety หรือ CFS) ฮ่องกงเปิดเผย เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 54 ว่าไม่ควรบริโภคหอยหลอดนำเข้าจากสหราชอาณาจักรที่อาจปนเปื้อนสาร Phycotoxins สารพิษในอาหารทะเล และหยุดการจำหน่ายสินค้าดังกล่าวกว่า 900 กิโลกรัม จากบริษัทแห่งหนึ่ง ในสกอตแลนด์

ตัวแทน CFS กล่าวว่าได้รับข่าวจาก ระบบเตือนภัยเร่งด่วนด้านอาหารและอาหารสัตว์ ภายใต้คณะกรรมาธิการยุโรป (RASFF) เรื่องการพบสาร Phycotoxins ในหอยหลอดที่เก็บมาจากอ่าว Largo สกอตแลนด์ที่อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียจากสารพิษในอาหารทะเล และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการบริ! โภค และควรปรึกษาแพทย์หากบริโภคไปแล้ว

สาร Phycotoxins ก่อให้เกิดอาการท้องเสียจากสารพิษในอาหารทะเล ผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียน อาเจียน และปวดกระเพาะรุนแรง 30 นาทีจนอาจถึงหลายชั่วโมง โดยปกติอาการจะหายภายใน 1-2 วัน




ที่มา : CFS

ตรวจพบสารตะกั่วปนเปื้อนอาหารที่กรุงฮานอย

จากการตรวจสอบอาหารจากตลาดหลัก 4 แห่งในกรุงฮานอยได้แก่ Hao Nam, Hom, Hang Be, และ Thanh Cong พบว่ามีการปนเปื้อนสารตะกั่วในอาหารหลายชนิด โดยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันโภชนาการแห่งชาติได้ทำการวิจัยตั้งแต่ มีนาคม 2552 ถึง มีนาคม 2553 ครอบคลุมอาหารทั่วไป 12 รายการโดยเก็บตัวอย่างแต่ละชนิด 4 ตัวอย่างจากตลาดทั้ง 4 แห่ง


จากการทดสอบพบว่า ผักบุ้งน้ำและเนื้อหมูมีค่าตะกั่วปนเปื้อนมากกว่าอาหารชนิดอื่นๆคือ 5 ใน 8 ตัวอย่าง รองลงมาคือข้าวและ พบสารตะกั่วในกุ้งและส้มในปริมาณใกล้เคียงกัน กระทรวงสาธารณสุขกำหนดค่าปลอดภัยสูงสุดสำหรับการบริโภคของสารตะกั่วในพืชผล คือน้อยกว่า 0.1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และน้อยกว่า 0.2 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมสำหรับอาหารจำพวกข้าวและธัญญาหาร

ผู้ใหญ่ที่บริโภคสารตะกั่วปนเปื้อนสารตะกั่วจะดูดซึมสารพิษใว้ในกระดูกมากกว่า 90% และกรณีของเด็กจะดูดซึมสาระตะกั่วในกระดูกมากถึง 64% ส่วนสารตะกั่วที่เหลือจะถูกดูดซึมใว้ที่สมอง เลือด และไต

หนึ่งในสมาชิกทีมวิจัยกล่าวว่าจะยื่นขอให้กระทรวงเกษตร การพัฒนาชนบท และ กระทรวงสาธารณสุข เข้มงวดในการจัดการกระบวนการผลิตของฟาร์ม




ที่มา : Vietnam News/ Asia News Network

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

มะกันเรียกคืนมะเขือเทศหลังพบเชื้อซัลโมเนลลา

บริษัทแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดาเรียกคืนมะเขือเทศราชินีอย่างสมัครใจหลังกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ (USDA) ตรวจพบการปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลาจากผู้กระจายสินค้ารายหนึ่งในรัฐนิวยอร์ก บริษัทกล่าวว่า ไม่มีรายงานการเจ็บป่วยซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียกคืนสินค้าเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2554

บริษัทกล่าวอีกว่า มะเขือเทศซึ่งถูกเรียกคืนบรรจุในหีบห่อเมื่อวันที่ 11 เมษายน ล็อต Cherry Berry รหัส DW-H ใน clam shell หรือบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็งขนาด 20 ปอนด์ บริษัทได้กระจายสินค้าไปที่รัฐ California, North Carolina, South Carolina, Alabama, Florida, New Jersey New ! York, Michigan, Pennsylvania, Georgia ในสหรัฐและแคนาดา




ที่มา : ABC News (06/05/54

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อียูค้านสารโพลีฟอสเฟต ไม่ใช่สารช่วยในการแปรรูปปลา

สหภาพยุโรปประกาศว่าสารโพลีฟอสเฟตเป็นสารปรุงแต่ง และไม่สามารถใช้เป็นสารช่วยในกระบวนการแปรรูปปลาเค็มได้

คณะกรรมาธิการด้านห่วงโซ่อาหารและสุขภาพสัตว์ (SCFCAH) กล่าวว่า ได้รับข้อมูลว่าสารโพลีฟอสเฟตถูกใช้ในภาคการผลิตปลา โดยใช้เป็นสารช่วยในกระบวนการแปรรูป ซึ่งสารที่จัดว่าเป็นสารปรุงแต่งและถูกนำมาใช้ในกระบวนการแปรรูปอาหาร จะต้องได้รับการรับรองภายใต้กฎระเบียบ EC Regulation 1333/2008
องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า สารโพลีฟอสเฟต ทำหน้าที่เป็นสารปรุงแต่งอาหาร ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ และช่วยให้สีขาวมีความ! คงตัวในระหว่างการถนอมอาหารจำพวกปลา ซึ่งนิยมใช้ในการปรับปรุงคุณสมบัติของเนื้อ หรือใช้ในการทำผงฟู หรือเครื่องดื่มโคล่า

ในการผลิตปลา คุณค่าหลักอยู่ที่การปรับปรุงให้สามารถลดการสูญเสียน้ำ ในระหว่างขั้นตอนการละลาย คณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ผู้ใช้อ้างว่า สารดังกล่าวใช้ในกระบวนการแปรรูปได้เนื่องจากไม่ทำให้เกิดผลทางเทคนิคใดๆ ในผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย และสามารถกำจัดไปพร้อมกับเกลือโดยการล้างน้ำ ก่อนนำไปบริโภค และผู้ผลิตยังยืนยันอีกว่า พบสารโพลีฟอสเฟตตกค้างในปริมาณเพียงเล็กน้อยในระดับต่ำกว่าที่พบในธรรมชาติของปลา และไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นจากการรวมตัวกับน้ำ

อย่างไรก็ตาม คณะทำงานของผู้เชี่ยวชาญด้านสารปรุงแต่งอาหารเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2554 มีความเห็นขัดแย้งกับการกล่าวอ้างดังกล่าวของผู้ผลิต โดยไม่เชื่อว่าสารโพลีฟอสเฟต จะถูกกำจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้สารดังกล่าวจะไม่มีผลใดๆ กับผลิตภัณฑ์อ! าหารในขั้นสุดท้าย ทั้งนี้ ผู้ผลิตหรือผู้บริโภคอาจไม่ได้ผ! ่านล้างห รือจุ่มในน้ำก่อนนำไปปรุงอาหาร ซึ่งหมายความว่าจะยังคงมีสารชนิดนี้อยู่ในผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย




ที่มา : Food Production Daily (04/05/54)

ปลาเก๋าไต้หวันปนเปื้อนสารพิษ

กระทรวงสาธารณสุขไต้หวัน (DOH) ได้ทดสอบตัวอย่างปลาเก๋าของเดือนมีนาคม 2554 เป็นจำนวน 15 ตัวอย่าง พบว่าปลาเก๋า 2 ตัวอย่างที่มาจากเมือง Tainan และ Chiayi ทางตอนใต้ของประเทศ มีสารตกค้าง Malachite green ซึ่งเป็นสารเคมีอุตสาหกรรม โดยพบในปริมาณ 7.94 ppb และ 7.22 ppb ตามลำดับ ในขณะที่ตัวอย่างปลาเก๋าของเมือง Keelung ในตอนเหนือ พบสาร nitrofurans ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะในปริมาณ 1.13 ppb

ในอดีต จากผลการทดสอบกับสัตว์ พบว่าสาร Malachite Green ทำให้ตับเสียหาย หรืออาจนำไปสู่การเสียชีวิต ในขณะที่สาร nitrofurans อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง ทั้งนี้ไต้หวัน! ได้ระงับการใช้สารทั้งสองชนิดในการทำฟาร์มปลา




ที่มา : FIS (04/05/54)

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อียูออกมาตรการนำเข้าอาหารญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2554 สหภาพยุโรปได้ประกาศกฎระเบียบว่าด้วยการนำเข้าอาหารและอาหารสัตว์จากญี่ปุ่นโดยเฉพาะ 12 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะ ไดอิจิระเบิด โดยกฎระเบียบมีสาระสำคัญคือ

• สินค้าอาหารและอาหารสัตว์ที่ส่งออกจาก 12 จังหวัดญี่ปุ่นต้องแนบเอกสารรับรองผล (Declaration) ที่ออกโดยหน่วยงานรับผิดชอบของญี่ปุ่นที่รับรองว่าไม่มีการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีเกินกว่าที่สหภาพยุโรปกำหนด โดยเฉพาะประเภท iodine- 131, caesium- 134 และ caesium-137

&nbs! p; • สหภาพยุโรปได้กำหนดขั้นตอนในการตรวจสอบสินค้าข้างต้นที่ด่านนำเข้าในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งประกอบด้วย
- การสุ่มตรวจทางกายภาพ คือการวิเคราะห์ผลการตรวจสอบโดยห้องปฏิบัติการ 10% ของสินค้าอาหารและอาหารสัตว์ที่นำเข้าจาก 12 จังหวัด และ 20% ของสินค้าอาหารและอาหารสัตว์นำเข้าจาก 35 จังหวัดที่เหลือของญี่ปุ่น
- ในระหว่างที่รอผล สินค้าจะถูกกักที่ด่านนำเข้าไม่เกิน 5 วันทำการ และจะมีการปล่อยสินค้าเมื่อผู้นำเข้าสำแดงเอกสารรับรองความปลอดภัยของสินค้า หากตรวจพบสารกัมมันตรังสีเกินกว่าที่สหภาพยุโรปกำหนด สินค้าดังกล่าวจะถูกทำลายหรือส่งกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น

•&! nbsp;ผู้นำเข้าในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป จะต้องแจ้งด่านนำเข้าล่ว! งหน้าอย่ างน้อย 2 วัน ก่อนที่จะส่งสินค้าถึงด่านในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ทั้งนี้ สินค้าที่เก็บเกี่ยวหรือผลิตก่อนวันที่ 11 มีนาคม 2554 ได้รับการยกเว้นจากมาตรการดังกล่าวข้างต้นโดยต้องแนบใบรับรองระบุชัดเจนว่าเป็นสินค้าที่เก็บเกี่ยวก่อนวันที่กำหนด


|ทั้งนี้ ในปี 2553 สหภาพยุโรปนำเข้าสินค้าพืชและสัตว์ (ไม่รวมสินค้าประมง) จากญี่ปุ่นมูลค่า 187 ล้านยูโร ประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ในขณะที่นำเข้าสินค้าประมงจากญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 29 ล้านยูโรโดยมีผู้นำเข้ารายใหญ่คือ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี



ที่มา : กรมยุโรป (02/05/54)

ผู้เลี้ยงกุ้งร้องรัฐช่วยปลดแอก AD สหรัฐฯ

ผู้ประกอบการกุ้งไทยที่ส่งออกกุ้งไปยังสหรัฐฯ ได้รับความเดือดร้อนจากการกีดกันการค้าโดยการเรียกเก็บภาษีทุ่มตลาด (AD – Anti Dumping) ในอัตราสูง เป็นเวลา 7 ปีตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2546 โดยผู้ส่งออกกุ้งไทยมีหน้าที่รับผิดชอบจัดการให้หลุดจากการกีดกันกันเอง เช่นการใช้บริการจากบริษัทกฎหมายของสหรัฐฯ ซึ่งต้องว่าจ้างด้วยเงินจำนวนมหาศาล ในขณะที่หลายประเทศที่ได้รับผลกระทบเดียวกันเช่นจีน อินเดีย และเวียดนาม ภาครัฐได้เข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่จนมีภาษีในอัตราที่ลดลง ในขณะที่เอกวาดอร์ก็สามารถหลุดจากมาตรการดังกล่าวและไม่ถูกเรียกเก็บภาษี AD แล้ว

&nbs! p; ถึงแม้ปัจจุบันไทยจะถูกเรียกเก็บภาษี AD ลดลงจนอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นคือ 0.7 % (อินเดียและเวียดนามเก็บที่ระดับ 1.69% และ 1.52% ตามลำดับ) แต่ก็ยังไม่มีแววว่าจะหลุดจากมาตรการดังกล่าว ทั้งที่สหรัฐฯ เป็นตลาดกุ้งที่สำคัญของไทย โดยส่งออกกุ้งไปสหรัฐฯ ถึง 46% จากจำนวนที่กุ้งไทยที่ผลิตได้ทั้งหมดในปี 2553 ผู้แทนเกษตรกรเลี้ยงกุ้งไทยจึงต้องการภาครัฐเข้ามาดำเนินมาตรการช่วยเหลือโดยรวม ซึ่งจะเป็นการขจัดปัญหาที่ผู้ส่งออกแต่ละรายต้องจัดการกันเอง




ที่มา : ข่าวกุ้ง (29/04/54)

ความต้องการอาหารทะเลทั่วโลกยังคงสูงขึ้น

ในปัจจุบันความต้องการอาหารทะเลทั่วโลกยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ผลผลิตมีแนวโน้มลดลง ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าสินค้าอาหารทะเลเกือบทุกชนิดจะมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น โดยเดือนกุมภาพันธ์ 2554 มูลค่าการส่งออกอาหารทะเลเวียดนามสูงถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2554



ที่มา : ข่าวกุ้ง (29/04/54)

ซาอุดิอาระเบียพบโรคจุดขาวในกุ้ง

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2554 องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศได้รับรายงานจากซาอุดิอาระเบียเรื่องโรคจุดขาวในกุ้ง (Penaeus indicus) การระบาดของของโรคนี้เกิดขึ้นในฟาร์มกุ้งแห่งหนึ่งที่ Ras Attarfa เมือง Jizan ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีกุ้งเจริญวัยเพศเมียตายกว่า 95%

ทั้งนี้การระบาดครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของซาอุดิอาระเบีย



ที่มา : The Fish Site (29/04/54