เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2554 หน่วยบริการตรวจสอบและความปลอดภัยอาหารสหรัฐฯ (FSIS) เปิดเผยว่า บริษัท Pilgrim’s Pride Corporation รัฐเท็กซัส ได้ประกาศเรียกคืนนักเก็ตไก่เพิ่มเติม 7,072 ปอนด์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอาจปนเปื้อนเชื้อ Listeria monocytogenes หลังจากเรียกคืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2554 เป็นจำนวน 11,240 ปอนด์
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผลิตจากสถานประกอบการเลขที่ P-7091A ในวันที่ 2 มิถุนายน 2554 และจำหน่ายไปยังร้านค้าปลีกในรัฐต่างๆ ได้! แก่ Alabama, Florida, Georgia, Indiana, Kentucky, Ohio, Tennessee, Virginia และ West Virginia
ที่มา : FSIS
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
สเปนไฟเขียวติดฉลาก “Meat, Energy”
Cecilia Ruiz ผู้จัดการของคณะกรรมาธิการอาหารไอร์แลนด์ (Bord Bia) สาขาประจำสเปนกล่าวว่า ด้วยแนวคิดริเริ่มของกรรมาธิการเนื้อสัตว์ AECOC ทำให้อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ในสเปนเตรียมสร้างสัญลักษณ์เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การบริโภคเนื้อสัตว์เพื่อกระตุ้นคนสเปนให้บริโภคเนื้อสัตว์ โดยจะใช้สโลแกน “Meat, Natural Energy” (เนื้อสัตว์คือแหล่งพลังงานจากธรรมชาติ)
Juan Carlos San José ประธานคณะกรรมธิการของสมาคมเนื้อสัตว์ AECOC เปิดเผยว่าแนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการหารือที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อหาวิธีการสื่อคุณค่าของเนื้อสัตว์ที่ถูกต้อง! และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเนื้อสัตว์
แม้ว่าคนสเปนจะตระหนักถึงคุณค่าโภชนาการและประโยชน์ของเนื้อสัตว์ แต่ผลสำรวจจาก Focus Group ล่าสุดที่สำรวจโดย Bord Bia แสดงให้เห็นว่า คนกลัวการบริโภคอาหารประกอบกับความเชื่อว่าเนื้อมีไขมันสูงทำให้หันมาบริโภคปลาและผักมากขึ้นเนื่องจากตลอดมารัฐบาลสเปนให้เงินสนับสนุนในการณรงค์และการให้คำแนะนำในด้านสุขภาพเพื่อกระตุ้นการรับประทานอาหารเมดิเตอเรเนียน ซึ่งส่งเสริมการบริโภคผักและอาหารทะเลมากกว่าเนื้อสัตว์
ทั้งนี้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเนื้อสัตว์ในสเปนสามารถแสดงฉลากดังกล่าวในถาดจำหน่ายอาหาร วัสดุบรรจุอาหารหรือส่งเสริมขายมอาหารได้
ที่มา : The Meat Site
Juan Carlos San José ประธานคณะกรรมธิการของสมาคมเนื้อสัตว์ AECOC เปิดเผยว่าแนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการหารือที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อหาวิธีการสื่อคุณค่าของเนื้อสัตว์ที่ถูกต้อง! และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเนื้อสัตว์
แม้ว่าคนสเปนจะตระหนักถึงคุณค่าโภชนาการและประโยชน์ของเนื้อสัตว์ แต่ผลสำรวจจาก Focus Group ล่าสุดที่สำรวจโดย Bord Bia แสดงให้เห็นว่า คนกลัวการบริโภคอาหารประกอบกับความเชื่อว่าเนื้อมีไขมันสูงทำให้หันมาบริโภคปลาและผักมากขึ้นเนื่องจากตลอดมารัฐบาลสเปนให้เงินสนับสนุนในการณรงค์และการให้คำแนะนำในด้านสุขภาพเพื่อกระตุ้นการรับประทานอาหารเมดิเตอเรเนียน ซึ่งส่งเสริมการบริโภคผักและอาหารทะเลมากกว่าเนื้อสัตว์
ทั้งนี้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเนื้อสัตว์ในสเปนสามารถแสดงฉลากดังกล่าวในถาดจำหน่ายอาหาร วัสดุบรรจุอาหารหรือส่งเสริมขายมอาหารได้
ที่มา : The Meat Site
เมืองผู้ดีประกาศให้ผู้บริโภคทำตามคำแนะนำในการบริโภคถั่วงอก
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2554 หน่วยงานมาตรฐานอาหารสหราชอาณาจักร (FSA) ประกาศว่า สามารถรับประทานถั่วงอกดิบจากเมล็ดฟีนูกรีกได้แล้ว ในกรณีที่ฉลากของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวระบุว่าพร้อมรับประทานหรือพร้อมล้าง
ก่อนหน้านี้ FSA ได้ห้ามผู้บริโภครับประทานถั่วงอกจากเมล็ดฟีนูกรีกและระงับการนำเข้าเมล็ดพืชดังกล่าวจากอียิปต์จนกระทั่งถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2554 หลังจากที่หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารสหภาพยุโรป (EFSA) ประกาศว่าเมล็ดฟีนูกรีกนำเข้าจากอียิปต์น่าจะเป็นสาเหตุของการระบาดของเชื้อE.coli O104:! H4 ในเยอรมนี และฝรั่งเศส
อย่างไรก็ตาม FSA เน้นย้ำว่า สำหรับต้นถั่วงอกเพาะจากเมล็ดพืชชนิดอื่นๆ จะต้องปรุงให้สุกดีจนร้อนก่อนรับประทาน ถ้าฉลากไม่ได้ระบุไว้ว่า พร้อมรับประทานหรือพร้อมล้าง
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังกระตุ้นให้บริษัทรับจัดเลี้ยงอาหารซื้อถั่วงอกจากผู้ผลิตที่ได้การยอมรับด้านความปลอดภัยอาหารและมีระบบการควบคุมคุณภาพที่เชื่อถือได้
FSA ระบุว่าได้เปลี่ยนแปลงคำแนะนำหลังจากมีการพิสูจน์ว่าไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่ามีเมล็ดฟีนูกรีกปนเปื้อนเชื้อดังกล่าวมีวางจำหน่ายในสหราชอาณาจักร และเพิ่มเติมว่า จนถึงปัจจุบัน ไม่มีรายงานอาหารเป็นพิษซึ่งเกิดจากเชื้อ E.coli ในสหราชอาณาจักรที่มีความเกี่ยวข้องกับการระบาดของเชื้อ E.coli ในฝรั่งเศส เนื่องจากบริษัทแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักรได้ซื้อเมล็ดฟีนูกรีกที่ได้ร! ับผลกระทบผ่านทางผู้นำเข้าเยอรมัน แต่อย่างไรก็ตามผลการตรวจพบว่า! เมล็ดฟีน ูกรีกดังกล่าวไม่มีการปนเปื้อนเชื้อ E.coli
ที่มา : Food Quality News
ก่อนหน้านี้ FSA ได้ห้ามผู้บริโภครับประทานถั่วงอกจากเมล็ดฟีนูกรีกและระงับการนำเข้าเมล็ดพืชดังกล่าวจากอียิปต์จนกระทั่งถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2554 หลังจากที่หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารสหภาพยุโรป (EFSA) ประกาศว่าเมล็ดฟีนูกรีกนำเข้าจากอียิปต์น่าจะเป็นสาเหตุของการระบาดของเชื้อE.coli O104:! H4 ในเยอรมนี และฝรั่งเศส
อย่างไรก็ตาม FSA เน้นย้ำว่า สำหรับต้นถั่วงอกเพาะจากเมล็ดพืชชนิดอื่นๆ จะต้องปรุงให้สุกดีจนร้อนก่อนรับประทาน ถ้าฉลากไม่ได้ระบุไว้ว่า พร้อมรับประทานหรือพร้อมล้าง
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังกระตุ้นให้บริษัทรับจัดเลี้ยงอาหารซื้อถั่วงอกจากผู้ผลิตที่ได้การยอมรับด้านความปลอดภัยอาหารและมีระบบการควบคุมคุณภาพที่เชื่อถือได้
FSA ระบุว่าได้เปลี่ยนแปลงคำแนะนำหลังจากมีการพิสูจน์ว่าไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่ามีเมล็ดฟีนูกรีกปนเปื้อนเชื้อดังกล่าวมีวางจำหน่ายในสหราชอาณาจักร และเพิ่มเติมว่า จนถึงปัจจุบัน ไม่มีรายงานอาหารเป็นพิษซึ่งเกิดจากเชื้อ E.coli ในสหราชอาณาจักรที่มีความเกี่ยวข้องกับการระบาดของเชื้อ E.coli ในฝรั่งเศส เนื่องจากบริษัทแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักรได้ซื้อเมล็ดฟีนูกรีกที่ได้ร! ับผลกระทบผ่านทางผู้นำเข้าเยอรมัน แต่อย่างไรก็ตามผลการตรวจพบว่า! เมล็ดฟีน ูกรีกดังกล่าวไม่มีการปนเปื้อนเชื้อ E.coli
ที่มา : Food Quality News
มะกันเรียกคืนมะละกอเม็กซิโก หวั่นปนเปื้อนซัลโมเนลลา
บริษัท A Texas food distributor เรียกคืนมะละกอที่ปลูกที่เม็กซิโก หลังจากตรวจพบว่าอาจเป็นต้นเหตุของการระบาดของเชื้อซัลโมเนลลา ทำให้มีผู้ป่วยเป็นจำนวน 97 ราย จาก 23 รัฐในสหรัฐเมริกา
มะละกอที่เรียกคืนนั้น วางจำหน่ายก่อนวันที่ 23 กรกฎาคม 2554 โดยมียี่ห้อดังต่อไปนี้ Blondie, Mañanita, Tastylicious และ Yaya อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว และมีผู้ป่วยอาการหนักต้องอยู่โรงพยาบาลเพียง 10 ราย เชื้อซัลโมเนลลาทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง เด็กทารกและคนชราจะมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยสูง โดยมีผู้ป่วย! 41% เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค และ USFDA กำลังอยู่ระหว่างสืบสวนหาสาเหตุการระบาด USFDA เปิดเผยว่า เริ่มมีผู้ป่วยตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 โดยจากการสัมภาษณ์พบว่า มีผู้ป่วยบริโภคมะละกอเพียง 57% สายพันธุ์เชื้อที่พบในมะละกอคือ Salmonella Agona ในบริษัทแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ที่ McAllen, Texas และที่ชายแดนสหรัฐฯ เส้นทางที่จะไป Texas ซึ่งมะละกอจากเม็กซิโก 10 ตัวอย่าง ตรวจพบเชื้อ Salmonella แต่เป็นคนละสายพันธุ์กับที่เกิดการระบาดอยู่ในขณะนี้
อนึ่ง ในปี 2554 มะละกอไม่ใช่สินค้าชนิดแรกที่มีการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella ในสหรัฐฯ โดยเมื่อต้นปี 54 แคนตาลูบจากกัวเตมาลาปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลา ทำให้มีผู้ป่วย 20 ราย และเมื่อเดือนเมษายนถึงกรกฏาคม 54 พืช alfalfa sprouts และ spicy sprouts ปนเปื้อนซัลโมเนลลาก็ทำให้มีผู้ป่วย 25 ราย ก็ยังไม่เทียบเท่ากับเมื่อปี 53 ที่มีผู้ป่วยจ! ากเชื้อซัลโมเนลลาปนเปื้อนในไข่ไก่ เกือบ 2,000 ราย
ที่มา : Los Angeles Times
มะละกอที่เรียกคืนนั้น วางจำหน่ายก่อนวันที่ 23 กรกฎาคม 2554 โดยมียี่ห้อดังต่อไปนี้ Blondie, Mañanita, Tastylicious และ Yaya อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว และมีผู้ป่วยอาการหนักต้องอยู่โรงพยาบาลเพียง 10 ราย เชื้อซัลโมเนลลาทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง เด็กทารกและคนชราจะมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยสูง โดยมีผู้ป่วย! 41% เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค และ USFDA กำลังอยู่ระหว่างสืบสวนหาสาเหตุการระบาด USFDA เปิดเผยว่า เริ่มมีผู้ป่วยตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 โดยจากการสัมภาษณ์พบว่า มีผู้ป่วยบริโภคมะละกอเพียง 57% สายพันธุ์เชื้อที่พบในมะละกอคือ Salmonella Agona ในบริษัทแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ที่ McAllen, Texas และที่ชายแดนสหรัฐฯ เส้นทางที่จะไป Texas ซึ่งมะละกอจากเม็กซิโก 10 ตัวอย่าง ตรวจพบเชื้อ Salmonella แต่เป็นคนละสายพันธุ์กับที่เกิดการระบาดอยู่ในขณะนี้
อนึ่ง ในปี 2554 มะละกอไม่ใช่สินค้าชนิดแรกที่มีการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella ในสหรัฐฯ โดยเมื่อต้นปี 54 แคนตาลูบจากกัวเตมาลาปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลา ทำให้มีผู้ป่วย 20 ราย และเมื่อเดือนเมษายนถึงกรกฏาคม 54 พืช alfalfa sprouts และ spicy sprouts ปนเปื้อนซัลโมเนลลาก็ทำให้มีผู้ป่วย 25 ราย ก็ยังไม่เทียบเท่ากับเมื่อปี 53 ที่มีผู้ป่วยจ! ากเชื้อซัลโมเนลลาปนเปื้อนในไข่ไก่ เกือบ 2,000 ราย
ที่มา : Los Angeles Times
วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
เวียดนาม,ส่งออก,พริกไทย,พุ่ง,ดอลลาร์,สหรัฐ
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2554 สมาคมพริกไทยเวียดนามรายงานว่าใน 7 เดือนแรกของปี 2554 เวียดนามส่งออกพริกไทยถึง 78,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเท่ากับมูลค่าการส่งออกพริกไทยของปี 2553 ทั้งปี
สหรัฐอเมริกาและเยอรมนีเป็นผู้นำเข้าพริกไทยจากเวียดนามรายใหญ่ที่สุด ลำดับถัดมาคือเนเธอร์แลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอียิปต์
ข้อมูลจากสมาคมพริกไทยเวียดนามระบุว่า เวียดนามกำลังจะเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวพริกไทยประจำปีนี้ซึ่งคาด! ว่าจะมีผลผลิตประมาณ 100,000-110,000 ล้านตัน หรือเท่ากับปริมาณผลผลิตพริกไทยของปี 2553 คาดการณ์ว่าราคาพริกไทยส่งออก ณ ปัจจุบัน จนกระทั่งต้นปี 2555 จะยังคงมีราคาสูงเนื่องจากผู้ผลิตพริกไทยรายใหญ่ เช่น เวียดนาม บราซิลและ อินโดนีเซีย ไม่สามารถผลิตพริกไทยได้เพียงพอกับความต้องการของตลาดโลก
กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทเวียดนามคาดการณ์ว่า ในปี 2554 เวียดนามจะมีรายได้จากการส่งออกพริกไทยกว่า 766 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่ารายได้จากการส่งออกพริกไทยในปี 2553 ประมาณ 346 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา : Xinhua News
สหรัฐอเมริกาและเยอรมนีเป็นผู้นำเข้าพริกไทยจากเวียดนามรายใหญ่ที่สุด ลำดับถัดมาคือเนเธอร์แลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอียิปต์
ข้อมูลจากสมาคมพริกไทยเวียดนามระบุว่า เวียดนามกำลังจะเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวพริกไทยประจำปีนี้ซึ่งคาด! ว่าจะมีผลผลิตประมาณ 100,000-110,000 ล้านตัน หรือเท่ากับปริมาณผลผลิตพริกไทยของปี 2553 คาดการณ์ว่าราคาพริกไทยส่งออก ณ ปัจจุบัน จนกระทั่งต้นปี 2555 จะยังคงมีราคาสูงเนื่องจากผู้ผลิตพริกไทยรายใหญ่ เช่น เวียดนาม บราซิลและ อินโดนีเซีย ไม่สามารถผลิตพริกไทยได้เพียงพอกับความต้องการของตลาดโลก
กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทเวียดนามคาดการณ์ว่า ในปี 2554 เวียดนามจะมีรายได้จากการส่งออกพริกไทยกว่า 766 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่ารายได้จากการส่งออกพริกไทยในปี 2553 ประมาณ 346 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา : Xinhua News
พาสต้า-เส้นหมี่ ข้าวกล้อง สร้างมูลค่าเกษตรอินทรีย์
ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย และในหลายประเทศ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีการส่งออกข้าวเปลือกเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ในขณะที่เรามีวัตถุดิบอยู่เป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่เคยนำมาแปรรูป เพิ่มมูลค่าแต่อย่างไร ทั้งนี้ เพื่อสร้างมูลค่าและเป็นทางเลือกในการเพิ่มช่องทางการขายใหม่ จึงมีผู้ประกอบการหลายรายสนใจนำข้าวมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง อาทิ ผลิตภัณฑ์ข้าวเจ้ายี่ห้อ Family Tree
สิ่งที่น่าสนใจคือ การนำเอาผลผลิตที่มาจากการเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ มาสร้างมูลค่าเพิ่ม นอกจากข้าวเจ้าแล้วยังมีสินค้าข้าวอื่นๆ ได้แก่ ข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวหอมม! ะลิชมพู และข้าวหอมนิล ส่วน พาสต้า มีพาสต้าข้าวกล้อง พาสต้าข้าวกล้องงอก พาสต้าผัก และพาสต้ารวม 3 in 1 สินค้าเส้นหมี่ มี เส้นหมี่ข้าวกล้อง เส้นหมี่ข้าวกล้องงอก เส้นหมี่ผัก และเส้นเล็กข้าวกล้อง รวมถึงผลิตภัณฑ์แป้งทำขนมจากข้าวกล้องชนิดต่าง ๆ
ส่วนแหล่งที่มาของข้าวทั้งหมด จะใช้แปลงเพาะปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ยโสธร) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเกษตรอินทรีย์ จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้าวทุกชนิดของ Family Tree ได้จากการทำนาเกษตรอินทรีย์ปีละ 1 ครั้ง (นาปี) ในฤดูฝนเท่านั้น ไม่มีการฝืนธรรมชาติ โดยใช้เฉพาะปุ๋ยอินทรีย์ และสารสกัดจากสมุนไพร
นางสาวนภาวรรณ ทรงประเสริฐกุล เจ้าของธุรกิจ กล่าวว่า พาสต้าจะทำจากแป้งสาลีเท่านั้น ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยมีอาการแพ้แป้งสาลีทั้งแบบอาการเล็กน้อยจนถึงรุนแรงมาก จึงคิดนวัตกรรมใหม่นำข้าวเจ้ามาผลิตพาสต้า ซึ่งทำยากมาก เพราะโค! รงสร้างแป้งไม่เหมือนกัน ใช้เวลาคิดค้นกว่า 1 ปี จนทำสำเร็จเป็นพ! าสต้าข้า วกล้องไม่ขัดขาวที่อุดมไปด้วยรำข้าวและจมูกข้าวที่มีประโยชน์กว่าพาสต้าจากแป้งสาลีที่มีแต่แป้งเพียงอย่างเดียว และทุกคนกินได้ไม่มีอาการแพ้ จึงเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้ และมีประโยชน์สูงต่อสุขภาพ
นางสาวนภาวรรณ กล่าวเสริมว่า ในส่วนข้าวกล้องของเรา เป็นข้าวที่มีความหอมมากและนุ่มเป็นพิเศษ ซึ่งได้จดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาในเรื่องเทคนิคการเพาะปลูกจนมีความหอมมันและนุ่ม โดยไม่ต้องเพิ่มน้ำ เพิ่มเวลา และไม่ต้องแช่ข้าวค้างคืนก่อนหุง นอกจากนั้นเราตระหนักถึงความสวยงามและสบายตาของผู้บริโภค จึงได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ดูน่ารัก แบบเด็ก ๆ แตกต่างไปจากสินค้าเกษตรอินทรีย์อื่น ๆ เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อผลิตภัณฑ์
ที่มา : ASTV
สิ่งที่น่าสนใจคือ การนำเอาผลผลิตที่มาจากการเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ มาสร้างมูลค่าเพิ่ม นอกจากข้าวเจ้าแล้วยังมีสินค้าข้าวอื่นๆ ได้แก่ ข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวหอมม! ะลิชมพู และข้าวหอมนิล ส่วน พาสต้า มีพาสต้าข้าวกล้อง พาสต้าข้าวกล้องงอก พาสต้าผัก และพาสต้ารวม 3 in 1 สินค้าเส้นหมี่ มี เส้นหมี่ข้าวกล้อง เส้นหมี่ข้าวกล้องงอก เส้นหมี่ผัก และเส้นเล็กข้าวกล้อง รวมถึงผลิตภัณฑ์แป้งทำขนมจากข้าวกล้องชนิดต่าง ๆ
ส่วนแหล่งที่มาของข้าวทั้งหมด จะใช้แปลงเพาะปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ยโสธร) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเกษตรอินทรีย์ จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้าวทุกชนิดของ Family Tree ได้จากการทำนาเกษตรอินทรีย์ปีละ 1 ครั้ง (นาปี) ในฤดูฝนเท่านั้น ไม่มีการฝืนธรรมชาติ โดยใช้เฉพาะปุ๋ยอินทรีย์ และสารสกัดจากสมุนไพร
นางสาวนภาวรรณ ทรงประเสริฐกุล เจ้าของธุรกิจ กล่าวว่า พาสต้าจะทำจากแป้งสาลีเท่านั้น ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยมีอาการแพ้แป้งสาลีทั้งแบบอาการเล็กน้อยจนถึงรุนแรงมาก จึงคิดนวัตกรรมใหม่นำข้าวเจ้ามาผลิตพาสต้า ซึ่งทำยากมาก เพราะโค! รงสร้างแป้งไม่เหมือนกัน ใช้เวลาคิดค้นกว่า 1 ปี จนทำสำเร็จเป็นพ! าสต้าข้า วกล้องไม่ขัดขาวที่อุดมไปด้วยรำข้าวและจมูกข้าวที่มีประโยชน์กว่าพาสต้าจากแป้งสาลีที่มีแต่แป้งเพียงอย่างเดียว และทุกคนกินได้ไม่มีอาการแพ้ จึงเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้ และมีประโยชน์สูงต่อสุขภาพ
นางสาวนภาวรรณ กล่าวเสริมว่า ในส่วนข้าวกล้องของเรา เป็นข้าวที่มีความหอมมากและนุ่มเป็นพิเศษ ซึ่งได้จดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาในเรื่องเทคนิคการเพาะปลูกจนมีความหอมมันและนุ่ม โดยไม่ต้องเพิ่มน้ำ เพิ่มเวลา และไม่ต้องแช่ข้าวค้างคืนก่อนหุง นอกจากนั้นเราตระหนักถึงความสวยงามและสบายตาของผู้บริโภค จึงได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ดูน่ารัก แบบเด็ก ๆ แตกต่างไปจากสินค้าเกษตรอินทรีย์อื่น ๆ เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อผลิตภัณฑ์
ที่มา : ASTV
ครึ่งแรกปี 2554 ยูนนานส่งออกสินค้าเกษตรพุ่ง 300,000 ตัน
ข้อมูลสถิติจากกรมศุลกากรนครคุนหมิงระบุว่าช่วงเดือนมกราคม - มิถุนายน 2554 มณฑลยูนนานส่งออกสินค้าเกษตรไปยังต่างประเทศรวมทั้งหมด 300,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 690 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็น 17 % ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของมณฑลยูนนานในช่วงครึ่งแรกของปี 2554) เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 12.2 % และ 21% ตามลำดับ
ช่วงครึ่งแรกของปี 2554 ปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของมณฑลยูนนานเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
&! nbsp; 1) ใบยาสูบ มีมูลค่าการส่งออก 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 12.4%
2) กาแฟ มีมูลค่าการส่งออก 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 46%
3) เห็ด มีมูลค่าการส่งออก 25.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 22.2%
4) ดอกไม้ มีมูลค่าการส่งออก 15.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 13.3%
5) ใบชา มีมูลค่าการส่งออก 7.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 13.4%
&n! bsp; นอกจากนี้ ช่วงครึ่งแรกของปี! 2554 มณ ฑลยูนนานมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน และกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปจำนวน 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 34.2% และ 14.2% ตามลำดับ
ทั้งนี้ ช่วงครึ่งแรกของปี 2554 มณฑลยูนนานส่งออกสินค้าเกษตรไปยังไทยโดยผ่านเส้นทางหลวงคุนหมิง – กรุงเทพฯ เป็นมูลค่า 46.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 26.5% ขณะที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังต่างประเทศโดยผ่านเส้นทางหลวงคุนหมิง - ด่านเหอโข่วเท่ากับ 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 80.7% ซึ่งแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังเวียดนามจำนวน 61.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 74.2%
ที่มา : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง
ช่วงครึ่งแรกของปี 2554 ปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของมณฑลยูนนานเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
&! nbsp; 1) ใบยาสูบ มีมูลค่าการส่งออก 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 12.4%
2) กาแฟ มีมูลค่าการส่งออก 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 46%
3) เห็ด มีมูลค่าการส่งออก 25.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 22.2%
4) ดอกไม้ มีมูลค่าการส่งออก 15.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 13.3%
5) ใบชา มีมูลค่าการส่งออก 7.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 13.4%
&n! bsp; นอกจากนี้ ช่วงครึ่งแรกของปี! 2554 มณ ฑลยูนนานมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน และกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปจำนวน 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 34.2% และ 14.2% ตามลำดับ
ทั้งนี้ ช่วงครึ่งแรกของปี 2554 มณฑลยูนนานส่งออกสินค้าเกษตรไปยังไทยโดยผ่านเส้นทางหลวงคุนหมิง – กรุงเทพฯ เป็นมูลค่า 46.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 26.5% ขณะที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังต่างประเทศโดยผ่านเส้นทางหลวงคุนหมิง - ด่านเหอโข่วเท่ากับ 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 80.7% ซึ่งแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังเวียดนามจำนวน 61.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2553 74.2%
ที่มา : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง
วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
อินโดอาจนำเข้าข้าวเดือนกันยายน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าว
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2554 นาง Mari Elka Pangestu รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์อินโดนีเซียกล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียอาจเริ่มนำเข้าข้าวในเดือนกันยายน ปี 2254 เพื่อทำให้ราคาข้าวมีเสถียรภาพ ซึ่งตามปกติอินโดนีเซียจะนำเข้าข้าวในเดือนกันยายนไปจนถึงการเก็บเกี่ยวข้าวครั้งใหญ่ในเดือนกุมภาพันธ์ปีต่อไป ทั้งนี้อินโดนีเซียเพิ่งเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จสิ้นครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ปัจจุบันอินโดนีเซียมีข้าวสำรองประมาณ 1.5 ล้านตันในสำนักงานพลาธิการ (Bulog) และตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มข้าวสำรองให้ถึง 2 ล้านตันในปี 2554
&nb! sp; อินโดนีเซียกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเข้าข้าวจาก 6 ประเทศ อาทิ เวียดนาม ไทย ปากีสถาน และ อินเดีย เวียดนาม และไทยมีข้อตกลงว่าจะจัดหาข้าวให้อินโดนีเซีย ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวระบุว่าแต่ละประเทศจะจัดหาข้าวให้อินโดนีเซียจำนวน 1 ล้านตันต่อปี
สภาพอากาศย่ำแย่ทำให้การผลิตข้าวในอินโดนีเซียลดลงจากช่วงสิ้นปี 2553 ถึงเดือนมกราคม 2554 ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในรอบ 21 เดือนสูงถึง 7.02 % ในเดือนมกราคม แต่ภาวะเงินเฟ้อเริ่มบรรเทาในเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มการเก็บเกี่ยวข้าว และการเก็บเกี่ยวจะสิ้นสุดในเดือนเมษายน
ด้านข้าวสำรองสำหรับเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงที่อุปสงค์ข้าวมักสูง รัฐมนตรีกล่าวว่า จำนวนข้าวสำรองมีเพียงพอเป็นระยะเวลาหลายเดือน
นาย Bayu Krisnamurthi รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรอินโดนีเซียกล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียคาดการณ์ว่า ในปี ! 2554 การผลิตข้าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 70.6 ล้านตัน จากปริมาณ 67 ล้าน! ตันปีใน 2553
ที่มา : Xinhua News
&nb! sp; อินโดนีเซียกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเข้าข้าวจาก 6 ประเทศ อาทิ เวียดนาม ไทย ปากีสถาน และ อินเดีย เวียดนาม และไทยมีข้อตกลงว่าจะจัดหาข้าวให้อินโดนีเซีย ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวระบุว่าแต่ละประเทศจะจัดหาข้าวให้อินโดนีเซียจำนวน 1 ล้านตันต่อปี
สภาพอากาศย่ำแย่ทำให้การผลิตข้าวในอินโดนีเซียลดลงจากช่วงสิ้นปี 2553 ถึงเดือนมกราคม 2554 ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในรอบ 21 เดือนสูงถึง 7.02 % ในเดือนมกราคม แต่ภาวะเงินเฟ้อเริ่มบรรเทาในเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มการเก็บเกี่ยวข้าว และการเก็บเกี่ยวจะสิ้นสุดในเดือนเมษายน
ด้านข้าวสำรองสำหรับเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงที่อุปสงค์ข้าวมักสูง รัฐมนตรีกล่าวว่า จำนวนข้าวสำรองมีเพียงพอเป็นระยะเวลาหลายเดือน
นาย Bayu Krisnamurthi รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรอินโดนีเซียกล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียคาดการณ์ว่า ในปี ! 2554 การผลิตข้าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 70.6 ล้านตัน จากปริมาณ 67 ล้าน! ตันปีใน 2553
ที่มา : Xinhua News
วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ญี่ปุ่นไฟแดงส่งออกโคฟุกุชิมะ เหตุกัมตรังสีสูงเกินกำหนด
รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมระงับการส่งออกโคของจังหวัดฟุกุชิมะ เนื่องจากเกรงว่าโคจะกินฟางข้าวที่มีระดับสารกัมมันตรังสีสูงผิดปกติจากเหตุการณ์กัมมันตรังสีรั่วไหลจากโรงงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะ โดยโคในจังหวัดดังกล่าวถูกเลี้ยงด้วยฟางข้าวที่มีปริมาณกัมมตรังสีสูงซึ่งเก็บเกี่ยวหลังวันที่ 11 มีนาคม 2554 ซึ่งเกิดซึนามิพัดเข้าญี่ปุ่นและทำให้เกิดแผ่นดินไหว ส่งผลให้ระบบหล่อเย็นของแท่นปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ
ทางการของจังหวัดฟุกุชิมะยืนยันว่ามีการส่งออกโค 84 ตัวจากฟาร์ม 5 แห่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งส่งไปยังพื้นที่ 8 แห่! ง เช่นกรุงโตเกียวและโอซาก้าตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2554
สื่อท้องถิ่นรายงานว่าสารกัมมันตรังสีอาจแพร่กระจายได้มากกว่านี้ซึ่งจะส่งผลกระทบกับฟาร์มในรัศมี 60 ไมล์จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ สำนักข่าวเกียวโดคำนวนว่าจะมีโคสูงถึง 143 ตัวที่ส่งไปยังทุกจังหวัด แต่มี 10 จาก 47 จังหวัดที่โคได้รับสารกัมมันตรังสีผ่านอาหารสัตว์ ขณะที่ผู้ค้าปลีกเนื้อโคระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เนื้อโคปนเปื้อนกัมมันตรังสีบางส่วนจะมีการบริโภคไปแล้ว
จากการทดสอบฟางข้าวในฟาร์มเมืองโคริยะมะ จังหวัดฟุกุชิมะพบว่ามีสารเซเซียมปนเปื้อนสูงถึง 500,000 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าที่รัฐบาลกำหนดถึง 378 เท่า
เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวเปิดเผยว่ายังไม่ได้รับการแจ้งเตือนจากรัฐบาลเกี่ยวกับการไม่ให้เลี้ยงโคด้วยด้วยอาหารสัตว์ที่เก็บข้างนอกหลังเกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ขณ! ะที่รัฐบาลของกรุงโตเกียวก็กล่าวเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2554 ว่า! ตรวจพบสา รซิเซียมในเนื้อสัตว์ที่ส่งมาเพื่อบรรจุหีบห่อในกรุงโตเกียวสูงถึง 2,400 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าที่รัฐบาลกำหนดไว้ไม่เกิน 500 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัมเกือบถึง 5 เท่า
ที่มา : Guardien
ทางการของจังหวัดฟุกุชิมะยืนยันว่ามีการส่งออกโค 84 ตัวจากฟาร์ม 5 แห่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งส่งไปยังพื้นที่ 8 แห่! ง เช่นกรุงโตเกียวและโอซาก้าตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2554
สื่อท้องถิ่นรายงานว่าสารกัมมันตรังสีอาจแพร่กระจายได้มากกว่านี้ซึ่งจะส่งผลกระทบกับฟาร์มในรัศมี 60 ไมล์จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ สำนักข่าวเกียวโดคำนวนว่าจะมีโคสูงถึง 143 ตัวที่ส่งไปยังทุกจังหวัด แต่มี 10 จาก 47 จังหวัดที่โคได้รับสารกัมมันตรังสีผ่านอาหารสัตว์ ขณะที่ผู้ค้าปลีกเนื้อโคระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เนื้อโคปนเปื้อนกัมมันตรังสีบางส่วนจะมีการบริโภคไปแล้ว
จากการทดสอบฟางข้าวในฟาร์มเมืองโคริยะมะ จังหวัดฟุกุชิมะพบว่ามีสารเซเซียมปนเปื้อนสูงถึง 500,000 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าที่รัฐบาลกำหนดถึง 378 เท่า
เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวเปิดเผยว่ายังไม่ได้รับการแจ้งเตือนจากรัฐบาลเกี่ยวกับการไม่ให้เลี้ยงโคด้วยด้วยอาหารสัตว์ที่เก็บข้างนอกหลังเกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ขณ! ะที่รัฐบาลของกรุงโตเกียวก็กล่าวเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2554 ว่า! ตรวจพบสา รซิเซียมในเนื้อสัตว์ที่ส่งมาเพื่อบรรจุหีบห่อในกรุงโตเกียวสูงถึง 2,400 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าที่รัฐบาลกำหนดไว้ไม่เกิน 500 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัมเกือบถึง 5 เท่า
ที่มา : Guardien
พม่ายกเลิกไฟแดงสินค้าไทย 15 รายการ
ไทยสามารถส่งออกไปยังพม่าได้แล้วสินค้า 15 รายการ ได้แก่ โมโนโซเดียมกลูตาเมต ไซรับ น้ำอัดลม บิสกิต หมากฝรั่ง เค้ก เวเฟอร์ อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ช็อกโกแลต เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ บุหรี่ ผลิตภัณฑ์พลาสติก และผลไม้สด
นายศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังการร้องขอไปทางรัฐบาลพม่าหลายครั้ง ในที่สุดพม่าได้ยอมยกเลิกการระงับนำเข้าสินค้าบางประเภท เพื่อให้บริการสินค้าแก่นักท่องเที่ยวตามโรงแรมและร้านอาหาร หลังการระงับนำเข้าเนื่องจากมีความวิตกกังวลในด้านสุขภาพของผู้บริโภค รวมถึงภาคธุรกิจภายในปร! ะเทศ
การยกเลิกการระงับการส่งออกนี้ นับเป็นข่าวดีของผู้ส่งออกไทย เนื่องจากในปี 2553 สินค้าควบคุม 15 รายการนี้ มีการส่งออกตามชายแดนพม่ามากถึงปีละ 7.7 พันล้านบาท
ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2554 สินค้าไทยส่งออกไปพม่าเพิ่มขึ้น 19.22 % เป็น 33.95 พันล้านบาท และเมื่อปี 2553 ไทยส่งออกไปพม่าเพิ่ม 24.65% หรือคิดเป็นส่งออกไปพม่าทั้งหมด 65.6 พันล้านบาท
นายบุญธรรม ทิพย์ประสงค์ ประธานหอการค้าสำนักงาน อ. แม่สาย จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าดังกล่าว จะทำให้การค้าระหว่างไทย-พม่า เพิ่มขึ้น 30% นอกจากนี้รัฐบาลพม่าตื่นตัวรับการเปลี่ยนแปลง พร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน แจงปีงบประมาณ 54 การค้าชายแดนผ่านด่านศุลกากรแม่! สายมีมูลค่าสูงแตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท
ก่อนหน้านี้ พม่ายกเลิกการระงับนำเข้าผลไม้ไทย 11 ชนิด ได้แก่ แอปเปิ้ล ลูกแพร์ องุ่น เชอร์รี่ พุทรา ส้ม ทุเรียน เงาะ มะม่วง ฝรั่ง และลองกอง
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ และ The Nation
นายศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังการร้องขอไปทางรัฐบาลพม่าหลายครั้ง ในที่สุดพม่าได้ยอมยกเลิกการระงับนำเข้าสินค้าบางประเภท เพื่อให้บริการสินค้าแก่นักท่องเที่ยวตามโรงแรมและร้านอาหาร หลังการระงับนำเข้าเนื่องจากมีความวิตกกังวลในด้านสุขภาพของผู้บริโภค รวมถึงภาคธุรกิจภายในปร! ะเทศ
การยกเลิกการระงับการส่งออกนี้ นับเป็นข่าวดีของผู้ส่งออกไทย เนื่องจากในปี 2553 สินค้าควบคุม 15 รายการนี้ มีการส่งออกตามชายแดนพม่ามากถึงปีละ 7.7 พันล้านบาท
ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2554 สินค้าไทยส่งออกไปพม่าเพิ่มขึ้น 19.22 % เป็น 33.95 พันล้านบาท และเมื่อปี 2553 ไทยส่งออกไปพม่าเพิ่ม 24.65% หรือคิดเป็นส่งออกไปพม่าทั้งหมด 65.6 พันล้านบาท
นายบุญธรรม ทิพย์ประสงค์ ประธานหอการค้าสำนักงาน อ. แม่สาย จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าดังกล่าว จะทำให้การค้าระหว่างไทย-พม่า เพิ่มขึ้น 30% นอกจากนี้รัฐบาลพม่าตื่นตัวรับการเปลี่ยนแปลง พร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน แจงปีงบประมาณ 54 การค้าชายแดนผ่านด่านศุลกากรแม่! สายมีมูลค่าสูงแตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท
ก่อนหน้านี้ พม่ายกเลิกการระงับนำเข้าผลไม้ไทย 11 ชนิด ได้แก่ แอปเปิ้ล ลูกแพร์ องุ่น เชอร์รี่ พุทรา ส้ม ทุเรียน เงาะ มะม่วง ฝรั่ง และลองกอง
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ และ The Nation
มกอช. จัดสัมมนาเรื่องการคาดการณ์นโยบายความปลอดภัยด้านอาหารของประเทศคู่ค้าสำคัญ ครั้งที่ 1
ด้วยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้ดำเนินการโครงการคาดการณ์นโยบายความปลอดภัยด้านอาหารของประเทศคู่ค้าสำคัญ จึงได้กำหนดจัดการสัมมนาเรื่องการคาดการณ์นโยบายความปลอดภัยด้านอาหารของประเทศคู่ค้าสำคัญ ครั้งที่ 1 ขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลการคาดการณ์นโยบายความปลอดภัยด้านอาหารของประเทศญี่ปุ่น และสถานการณ์ GMOs ของโลกและคาดการณ์นโยบายด้าน GMOs ของประเทศคู่ค้าสำคัญต่างๆ แก่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ในวันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม 2554 ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร
&nb! sp; จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาเข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าว และขอได้โปรดแจ้งยืนยันการเข้าร่วมสัมมนา ภายในวันที่ 27 กรกฎาคม 2554 ด้วย จะขอบคุณมาก
รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่คุณศิรประภา ศรีพรหมมุนี, คุณยุทธนา ตันเจริญ, คุณวราพรรณ วงศ์สารคาม โทร 02-561-4204 และ Fax แบบตอบรับมาได้ที่ 02-5614034 หรือ 02-5614088
&nb! sp; จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาเข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าว และขอได้โปรดแจ้งยืนยันการเข้าร่วมสัมมนา ภายในวันที่ 27 กรกฎาคม 2554 ด้วย จะขอบคุณมาก
รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่คุณศิรประภา ศรีพรหมมุนี, คุณยุทธนา ตันเจริญ, คุณวราพรรณ วงศ์สารคาม โทร 02-561-4204 และ Fax แบบตอบรับมาได้ที่ 02-5614034 หรือ 02-5614088
วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
เวียดนามคุมเข้มการนำเข้าสินค้าเกษตร
กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนาม (MARD) เพิ่มระดับการควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรและสินค้าอาหารตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 หลังจากได้บังคับใช้กฎหมายด้านความปลอดภัยอาหารและสุขอนามัย โดยกระทรวงเน้นย้ำว่า ผู้นำเข้าผลไม้ ผักและอาหารสัตว์จะต้องสำแดงแหล่งกำเนิดสินค้าดังกล่าวให้ชัดเจน มิฉะนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
เนื่องจากเกษตรกรบางประเทศใช้สารกำจัดแมลงและสารเคมีเพื่อทำให้สินค้าเกษตรสวยงามและระดับสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ กระทรวงจึงได้บังคับใช้กฎหมายตรวจสอบสินค้าอาหารเพื่อปกป้องผู้บริโภคชาวเวียดนาม
&! nbsp; นาย Nguyen Xuan Hong อธิบดีกรมอารักขาพืชกล่าวว่าเวียดนามจะตรวจสอบทั้งแหล่งกำเนิด และปริมาณสารเคมีที่พบในผลไม้ ผักและสินค้าอาหาร
ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายร้ายแรงจะต้องส่งสินค้ากลับคืนไปยังประเทศแหล่งกำเนิดหรือถูกกักกันสินค้า
ที่มา : All About Feed
เนื่องจากเกษตรกรบางประเทศใช้สารกำจัดแมลงและสารเคมีเพื่อทำให้สินค้าเกษตรสวยงามและระดับสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ กระทรวงจึงได้บังคับใช้กฎหมายตรวจสอบสินค้าอาหารเพื่อปกป้องผู้บริโภคชาวเวียดนาม
&! nbsp; นาย Nguyen Xuan Hong อธิบดีกรมอารักขาพืชกล่าวว่าเวียดนามจะตรวจสอบทั้งแหล่งกำเนิด และปริมาณสารเคมีที่พบในผลไม้ ผักและสินค้าอาหาร
ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายร้ายแรงจะต้องส่งสินค้ากลับคืนไปยังประเทศแหล่งกำเนิดหรือถูกกักกันสินค้า
ที่มา : All About Feed
รัสเซียยกเลิกการระงับนำเข้าผักจากเชคและกรีซ
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2554 นาย Gennady Onishchenko หัวหน้าผู้ตรวจสอบด้านสุขอนามัยรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียได้ยกเลิกการระงับนำเข้าผักจากสาธารณรัฐเชคและกรีซแล้ว โดยอนุญาตให้นำเข้าได้ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 ซึ่งต้องมีใบรับรองความปลอดภัย
ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2554 รัสเซียได้ระงับการนำเข้าผักจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทุกประเทศ รวมถึงสาธารณรัฐเชคและกรีซ หลังเหตุการณ์ระบาดของเชื้อ E.coli แต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 รัสเซียได้ยกเลิกการระงับการนำเข้าผักจากเดนมาร์กและสเปนซึ่! งทั้งสองประเทศเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป
ที่มา : Xinhau
ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2554 รัสเซียได้ระงับการนำเข้าผักจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทุกประเทศ รวมถึงสาธารณรัฐเชคและกรีซ หลังเหตุการณ์ระบาดของเชื้อ E.coli แต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 รัสเซียได้ยกเลิกการระงับการนำเข้าผักจากเดนมาร์กและสเปนซึ่! งทั้งสองประเทศเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป
ที่มา : Xinhau
เตือนผู้ส่งออกเตรียมรับมือกรณีกฎหมายปกป้องผู้บริโภคอาหารทะเลของสหรัฐ มีผลบังคับใช้ในอีก 6 เดือน
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่ประชุมวุฒิสภาของสหรัฐฯ ได้ลงมติรับกฎหมายปกป้องผู้บริโภคอาหารทะเล โดยกฎหมายฉบับนี้ออกแบบเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่โครงการความปลอดภัย อาหารทะเลของรัฐบาลกลาง และต่อสู้กับการกระทำผิดฉ้อฉลที่เกี่ยวข้องกับอาหารทะเล ซึ่งจากมติดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการส่งออกกุ้งแช่แข็งของไทย ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน จึงต้องให้ความสนใจติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และหาวิธีป้องกันต่อไป
! อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกไทยยังมีเวลาปรับตัว เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวจะมีผลในทางปฏิบัติ ภายใน 6 เดือนนับจากประกาศ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมค้นหาได้ที่ www.depthai.go.th หรือ สายตรงผู้ส่งออก 1169
ที่มา : มติชน
! อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกไทยยังมีเวลาปรับตัว เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวจะมีผลในทางปฏิบัติ ภายใน 6 เดือนนับจากประกาศ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมค้นหาได้ที่ www.depthai.go.th หรือ สายตรงผู้ส่งออก 1169
ที่มา : มติชน
UN เตือนเอเชียกลางอาจเกิดศึกแย่งน้ำ
โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เผยรายงานการประเมินสภาพแวดล้อม “อามู-ดารยา” แม่น้ำสายหลักยาว 2,500 กม. ที่ไหลผ่าน 4 ประเทศในเอเชียกลาง คือ ทาจิกิสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอัฟกานิสถาน เมื่อ 11 ก.ค. ระบุว่าสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศในแต่ละช่วงของแม่น้ำได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากนโยบายการเกษตรของทั้ง 4 ประเทศตลอดช่วง 50 ปีที่ผ่านมา
สาเหตุหลักเกิดจากการใช้น้ำมหาศาลเพาะปลูกฝ้ายเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมาก หลังยุคอดีตสหภาพโซเวียตล่มสลาย
&nbs! p; นอกจากนี้ การใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีเร่งผลผลิตในการปลูกฝ้ายยังทำให้เกิดการปนเปื้อนในแม่น้ำและทำลายความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
ส่วนโครงการสร้างเขื่อนทำให้แม่น้ำเปลี่ยนทิศทางจนบางช่วงแห้งขอด ชนพื้นเมืองซึ่งเคยทำประมงน้ำจืดต้องเปลี่ยนอาชีพและวิถีชีวิต และการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรในรอบ 50 ปี จากเดิม 14 ล้านคนในปี 2503 กลายเป็น 50 ล้านคนในปี 2553 ส่งผลให้ภูมิภาคริมแม่น้ำอามู-ดารยาเสี่ยงต่อภัยแล้งอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง และอาจนำไปสู่การทำสงครามแย่งชิงน้ำในอนาคต
ที่มา : ไทยรัฐ
สาเหตุหลักเกิดจากการใช้น้ำมหาศาลเพาะปลูกฝ้ายเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมาก หลังยุคอดีตสหภาพโซเวียตล่มสลาย
&nbs! p; นอกจากนี้ การใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีเร่งผลผลิตในการปลูกฝ้ายยังทำให้เกิดการปนเปื้อนในแม่น้ำและทำลายความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
ส่วนโครงการสร้างเขื่อนทำให้แม่น้ำเปลี่ยนทิศทางจนบางช่วงแห้งขอด ชนพื้นเมืองซึ่งเคยทำประมงน้ำจืดต้องเปลี่ยนอาชีพและวิถีชีวิต และการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรในรอบ 50 ปี จากเดิม 14 ล้านคนในปี 2503 กลายเป็น 50 ล้านคนในปี 2553 ส่งผลให้ภูมิภาคริมแม่น้ำอามู-ดารยาเสี่ยงต่อภัยแล้งอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง และอาจนำไปสู่การทำสงครามแย่งชิงน้ำในอนาคต
ที่มา : ไทยรัฐ
ตุรกีขึ้นภาษีนำเข้าเนื้อวัว
กระทรวงเกษตรตุรกีประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเนื้อวัวอีกครั้ง ซึ่งการขึ้นภาษีครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่ต้นปี 2554 แต่ยังคงต้องจับตามองต่อไปว่าการขึ้นภาษีครั้งล่าสุดนี้จะมีผลกระทบต่อการค้าเนื้อวัวในยุโรปหรือไม่เนื่องจากตุรกีเป็นตลาดส่งออกเนื้อวัวหลักของยุโรปในช่วง 4 เดือนแรกในปี 2554 ที่ 62,000 ตัน (cwe)
เมื่อต้นปี 2554 ภาษีนำเข้าเนื้อวัวของตุรกีอยู่ที่ราว 30 % ขณะนี้ภาษีการนำเข้าเนื้อวัวเพิ่มขึ้นเป็น 75 % ซึ่งยังคงต่ำกว่าระดับภาษีก่อนหน้าเดือนตุลาคม 2553
&nb! sp; ตั้งแต่ตุรกีประกาศนโยบายลดภาษีนำเข้าเนื้อวัวเมื่อเดือนตุลาคม 2553 อุปสงค์เนื้อวัวยุโรปเพิ่มมากขึ้น ในไตรมาสที่สี่ของปี 2553 การส่งออกเนื้อวัวอยู่ที่ 57,600 ตัน(cwe)
แม้ว่าภาษีการนำเข้าเนื้อวัวจะเพิ่มขึ้น 15 % เป็น 45% ในช่วงเดือนมีนาคม 2554 ตัวเลขการส่งออกเนื้อวัวของยุโรปไปยังรัสเซียในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2554 อยู่ที่ราว 62,000 ตัน(cwe)
ถ้านับรวมการส่งออกโคมีชีวิต การส่งออกโคทั้งหมดในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2554 จะอยู่ที่ 73,400 ตัน (cwe)โดยมีเยอรมนีและโปแลนด์เป็นผู้ส่งออกหลักในยุโรปไปยังตลาดตุรกี
ที่มา : The Meat Site
เมื่อต้นปี 2554 ภาษีนำเข้าเนื้อวัวของตุรกีอยู่ที่ราว 30 % ขณะนี้ภาษีการนำเข้าเนื้อวัวเพิ่มขึ้นเป็น 75 % ซึ่งยังคงต่ำกว่าระดับภาษีก่อนหน้าเดือนตุลาคม 2553
&nb! sp; ตั้งแต่ตุรกีประกาศนโยบายลดภาษีนำเข้าเนื้อวัวเมื่อเดือนตุลาคม 2553 อุปสงค์เนื้อวัวยุโรปเพิ่มมากขึ้น ในไตรมาสที่สี่ของปี 2553 การส่งออกเนื้อวัวอยู่ที่ 57,600 ตัน(cwe)
แม้ว่าภาษีการนำเข้าเนื้อวัวจะเพิ่มขึ้น 15 % เป็น 45% ในช่วงเดือนมีนาคม 2554 ตัวเลขการส่งออกเนื้อวัวของยุโรปไปยังรัสเซียในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2554 อยู่ที่ราว 62,000 ตัน(cwe)
ถ้านับรวมการส่งออกโคมีชีวิต การส่งออกโคทั้งหมดในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2554 จะอยู่ที่ 73,400 ตัน (cwe)โดยมีเยอรมนีและโปแลนด์เป็นผู้ส่งออกหลักในยุโรปไปยังตลาดตุรกี
ที่มา : The Meat Site
เกาหลีใต้เล็งขยายพื้นที่เพาะปลูกในต่างประเทศ เหตุราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น
เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศผู้ซื้อข้าวโพดรายใหญ่อันดับสามของโลก วางแผนขยายพื้นที่ทำการเกษตรในต่างประเทศเพื่อเพาะปลูกพืช เช่น ข้าวโพด และ ข้าวสาลี เพื่อให้เสบียงมากพอในช่วงที่ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2554 กระทรวงเกษตรเกาหลีใต้ กล่าวว่า เกาหลีใต้ต้องการให้มีพื้นที่เพาะปลูกในต่างประเทศประมาณ 380,000 เฮคตาร์ภายในปี 2561 ซึ่งขนาดพื้นที่ดังกล่าวจะผลิตข้าวโพด ข้าวสาลี และถั่วเหลืองรวมกันได้ประมาณ 1.38 ล้านตัน หรือ 10 %ของการนำเข้าธัญพืชหลักทั้งสามชนิดประจำปี เกาหลีใต้ต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวโพดและข้าวส! าลีจึงพยายามเพิ่มปริมาณเสบียงในขณะที่ราคาอาหารทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น โดยในปี 2553 ราคาซื้อขายข้าวโพดล่วงหน้าในตลาดชิคาโกเพิ่มขึ้น 63 % ขณะที่ราคาถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 42% และ ราคาข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 22 %
รัฐบาลเกาหลีใต้จะช่วยบริษัทของประเทศเช่าพื้นที่หรือซื้อหุ้นในบริษัทต่างชาติ โดยให้ความสำคัญกับประเทศฟิลิปปินส์ กัมพูชา ยูเครน อินโดนีเซีย รัสเซีย ก่อน
นอกจากนี้เกาหลีใต้ยังวางแผนการค้าธัญพืชกับประเทศต่างๆเช่น บราซิล รัสเซีย ยูเครน หลังจากเมื่อเดือนเมษายน 2554 บริษัท Korea Agro-Fisheries Trade Corp ซึ่งดำเนินการโดยรัฐบาลเกาหลีใต้ได้ร่วมกับสหรัฐฯ ในการค้าธัญพืชในตลาดชิคาโก
ที่มา : Bloomberg
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2554 กระทรวงเกษตรเกาหลีใต้ กล่าวว่า เกาหลีใต้ต้องการให้มีพื้นที่เพาะปลูกในต่างประเทศประมาณ 380,000 เฮคตาร์ภายในปี 2561 ซึ่งขนาดพื้นที่ดังกล่าวจะผลิตข้าวโพด ข้าวสาลี และถั่วเหลืองรวมกันได้ประมาณ 1.38 ล้านตัน หรือ 10 %ของการนำเข้าธัญพืชหลักทั้งสามชนิดประจำปี เกาหลีใต้ต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวโพดและข้าวส! าลีจึงพยายามเพิ่มปริมาณเสบียงในขณะที่ราคาอาหารทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น โดยในปี 2553 ราคาซื้อขายข้าวโพดล่วงหน้าในตลาดชิคาโกเพิ่มขึ้น 63 % ขณะที่ราคาถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 42% และ ราคาข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 22 %
รัฐบาลเกาหลีใต้จะช่วยบริษัทของประเทศเช่าพื้นที่หรือซื้อหุ้นในบริษัทต่างชาติ โดยให้ความสำคัญกับประเทศฟิลิปปินส์ กัมพูชา ยูเครน อินโดนีเซีย รัสเซีย ก่อน
นอกจากนี้เกาหลีใต้ยังวางแผนการค้าธัญพืชกับประเทศต่างๆเช่น บราซิล รัสเซีย ยูเครน หลังจากเมื่อเดือนเมษายน 2554 บริษัท Korea Agro-Fisheries Trade Corp ซึ่งดำเนินการโดยรัฐบาลเกาหลีใต้ได้ร่วมกับสหรัฐฯ ในการค้าธัญพืชในตลาดชิคาโก
ที่มา : Bloomberg
ป้ายกำกับ:
เกาหลีใต้,
ขยาย,
ต่างประเทศ,
พื้นที่เพาะปลูก,
ราคา,
อาหาร
อียูเสนอเพิ่มโควตาจับปลากะตัก
คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้เพิ่มโควตาจับปลากะตัก (anchovy) ในอ่าวบิสเคย์จาก 15,600 ตัน เป็น 29,700 ตัน โดยฤดูจับปลาเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 และสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2555 ขณะนี้กำลังรอการยอมรับโควตาใหม่นี้ จากรัฐบาลสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ
การเพิ่มโควตาจับปลาดังกล่าวเป็นผลมาจากรายงานทางวิทยาศาสตร์ที่เสนอต่อผู้บริหารว่า ปริมาณสต็อกปลาอยู่ในสภาวะที่ดี และอยู่เหนือระดับความปลอดภัยทางชีวภาพที่กำหนดไว้ มีผู้คาดการณ์ไว้ว่า มีปริมาณปลามากถึง 98,450 ตัน แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญ
&nbs! p; คณะกรรมาธิการยุโรปได้ริเริ่มแผนการจัดการระยะยาวของปลากะตักในอ่าวบิสเคย์ โดยเสนอสูตรทางคณิตศาสตร์เพื่อคำนวณหาค่าปริมาณที่อนุญาตให้จับทั้งหมด (total allowable catch, TAC) และโควตาในการจับโดยขึ้นอยู่กับรัฐนั้นๆ แต่ไม่ขึ้นกับการเจรจาต่อรองทางการเมือง วัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อให้แน่ใจว่าการจับปลากะตักในอ่าวบิสเคย์เป็นไปอย่างยั่งยืน
เมื่อปี 2553 โอกาสในการจับปลากะตักจากท้องทะเลแบ่งออกเป็นสเปน 80% โดยคิดเป็นปริมาณ 14,040 ตัน และฝรั่งเศส 20% คิดเป็นปริมาณ 1,560 ตัน
เมื่อเดือนมิถุนายน 2554 นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์เทคโนโลยีด้านการวิจัยทางทะเลและอาหาร (AZTI-Tecnalia) ยืนยันว่า ชีวมวลของปลากะตักในอ่าวบิสเคย์มีปริมาณเพิ่มขึ้น 278% ต่อปี จาก 36,500 ตันในฤดูใบไม้ผลิ 2553 เป็น 138,000 ตัน ในเดือนพฤษภาคม 2554 ซึ่งจากการศึกษาของ Bioman ระบุว่า จา! กจำนวนของไข่ที่พบทำให้คาดการณ์ได้ว่า 86% ของชีวมวลมาจากปลากะตั! กอายุ 1 ปี
ที่มา : FIS
การเพิ่มโควตาจับปลาดังกล่าวเป็นผลมาจากรายงานทางวิทยาศาสตร์ที่เสนอต่อผู้บริหารว่า ปริมาณสต็อกปลาอยู่ในสภาวะที่ดี และอยู่เหนือระดับความปลอดภัยทางชีวภาพที่กำหนดไว้ มีผู้คาดการณ์ไว้ว่า มีปริมาณปลามากถึง 98,450 ตัน แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญ
&nbs! p; คณะกรรมาธิการยุโรปได้ริเริ่มแผนการจัดการระยะยาวของปลากะตักในอ่าวบิสเคย์ โดยเสนอสูตรทางคณิตศาสตร์เพื่อคำนวณหาค่าปริมาณที่อนุญาตให้จับทั้งหมด (total allowable catch, TAC) และโควตาในการจับโดยขึ้นอยู่กับรัฐนั้นๆ แต่ไม่ขึ้นกับการเจรจาต่อรองทางการเมือง วัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อให้แน่ใจว่าการจับปลากะตักในอ่าวบิสเคย์เป็นไปอย่างยั่งยืน
เมื่อปี 2553 โอกาสในการจับปลากะตักจากท้องทะเลแบ่งออกเป็นสเปน 80% โดยคิดเป็นปริมาณ 14,040 ตัน และฝรั่งเศส 20% คิดเป็นปริมาณ 1,560 ตัน
เมื่อเดือนมิถุนายน 2554 นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์เทคโนโลยีด้านการวิจัยทางทะเลและอาหาร (AZTI-Tecnalia) ยืนยันว่า ชีวมวลของปลากะตักในอ่าวบิสเคย์มีปริมาณเพิ่มขึ้น 278% ต่อปี จาก 36,500 ตันในฤดูใบไม้ผลิ 2553 เป็น 138,000 ตัน ในเดือนพฤษภาคม 2554 ซึ่งจากการศึกษาของ Bioman ระบุว่า จา! กจำนวนของไข่ที่พบทำให้คาดการณ์ได้ว่า 86% ของชีวมวลมาจากปลากะตั! กอายุ 1 ปี
ที่มา : FIS
วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
รัสเซียระงับการนำเข้าเมล็ดพืชจากอียิปต์
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2554 รัสเซียได้ระงับการนำเข้าเมล็ดพืชบางชนิดจากอียิปต์ ซึ่งรวมถึงเมล็ดฟีนูกรีก หลังจากที่หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารของสหภาพยุโรประบุว่าเมล็ดฟีนูกรีกเกี่ยวข้องกับการระบาดของเชื้อ E.coli ในเยอรมนีและฝรั่งเศส
นาย Gennady Onishchenko หัวหน้าหน่วยงานเฝ้าระวังความปลอดภัยของผู้บริโภครัสเซียกล่าวว่ารัสเซียระงับการนำเข้าเมล็ดฟีนูกรีก ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง มัสตาร์ดและเมล็ดพืชอื่นๆบางชนิด และกำลังจะเริ่มระงับการนำเข้าหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์บางชนิดจากอียิปต์ในรัสเซีย จนกว่าจะมีคำแนะนำใหม่
&nbs! p; ทั้งนี้ วันที่ 6 กรกฎาคม 2554 หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารยุโรป (EFSA) ได้ระบุว่าเมล็ดฟีนูกรีกจากอียิปต์มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การระบาดของเชื้อ E.coli ในเยอรมนีและฝรั่งเศส และได้รายงานข้อมูลดังกล่าวต่อรัสเซีย
ที่มา : AF
นาย Gennady Onishchenko หัวหน้าหน่วยงานเฝ้าระวังความปลอดภัยของผู้บริโภครัสเซียกล่าวว่ารัสเซียระงับการนำเข้าเมล็ดฟีนูกรีก ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง มัสตาร์ดและเมล็ดพืชอื่นๆบางชนิด และกำลังจะเริ่มระงับการนำเข้าหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์บางชนิดจากอียิปต์ในรัสเซีย จนกว่าจะมีคำแนะนำใหม่
&nbs! p; ทั้งนี้ วันที่ 6 กรกฎาคม 2554 หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารยุโรป (EFSA) ได้ระบุว่าเมล็ดฟีนูกรีกจากอียิปต์มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การระบาดของเชื้อ E.coli ในเยอรมนีและฝรั่งเศส และได้รายงานข้อมูลดังกล่าวต่อรัสเซีย
ที่มา : AF
วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
มะกันลดภาษีทุ่มตลาปลา Tra เวียดนาม
สมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตอาหารทะเลเวียดนาม (VASEP) ระบุว่ากระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้พิจารณาการลดภาษีการทุ่มตลาดของปลา Tra เวียดนามในระยะที่ 7 ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2552 – 15 กุมภาพันธ์ 2554 ซึ่งได้ข้อสรุปว่าให้ลดภาษีทุ่มตลาดปลา Tra จาก 2.11 % เป็น 0% ให้แก่บริษัทเวียดนาม 2 แห่งคือ Thien Ma Import Export Ltd Co (Thimaco) และ the Multinational Investment and Development Joint Stock Co (IDI)
ที่มา : FIS
ที่มา : FIS
อียูระงับการนำเข้าเมล็ดฟีนูกรีกจากอียิปต์ หวั่นเชื้อ E.coli
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2554 สหภาพยุโรปเห็นชอบเรื่องการระงับการนำเข้าเมล็ดพืชบางชนิดจากอียิปต์เนื่องจากมีรายงานว่าเมล็ดฟีนูกรีกจากอียิปต์เกี่ยวข้องกับการระบาดของเชื้อ E.coli ในยุโรป
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2554 หน่วยงานความปลอดภัยอาหารยุโรป (EFSA) ตีพิมพ์รายงานเรื่องการระบาดของเชื้อ E.coli ในเยอรมันและฝรั่งเศส ซึ่งระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เมล็ดฟีนูกรีกนำเข้าจากอียิปต์จะเป็นสาเหตุของการระบาดของเชื้อ E.coli
นาย John Dalli คณะก! รรมาธิการสหภาพยุโรปด้านสุขภาพและผู้บริโภค กล่าวว่า ข้อมูลจากรายงานดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดการนำเมล็ดพืชบางชนิดซึ่งนำเข้าจากอียิปต์ออกจากตลาดในสหภาพยุโรป และระงับการนำเข้าเมล็ดพืชและถั่วทุกชนิดที่มีแหล่งกำเนิดในอียิปต์ นอกจากนี้ ยังมีการเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกระงับการนำเข้าเมล็ดพืชและถั่วจากอียิปต์สำหรับนำไปเพาะงอกจนกระทั่งถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2554
นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยังได้กระตุ้นให้สมาชิกมั่นใจว่า สมาชิกได้นำเมล็ดฟีนูกรีกทั้งหมดซึ่งนำเข้าจากอียิปต์ในช่วงปี 2552 ถึง 2554 ออกจากตลาดสหภาพยุโรป รวมทั้งสุ่มตรวจตัวอย่าง และทำลายเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เชื้อ E.coli ระบาดกว่า 50 ราย ตั้งแต่มีการระบาดครั้งแรกเมื่อปลายเดือน พฤษภาคม 2554
ที่มา : Xinhua News
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2554 หน่วยงานความปลอดภัยอาหารยุโรป (EFSA) ตีพิมพ์รายงานเรื่องการระบาดของเชื้อ E.coli ในเยอรมันและฝรั่งเศส ซึ่งระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เมล็ดฟีนูกรีกนำเข้าจากอียิปต์จะเป็นสาเหตุของการระบาดของเชื้อ E.coli
นาย John Dalli คณะก! รรมาธิการสหภาพยุโรปด้านสุขภาพและผู้บริโภค กล่าวว่า ข้อมูลจากรายงานดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดการนำเมล็ดพืชบางชนิดซึ่งนำเข้าจากอียิปต์ออกจากตลาดในสหภาพยุโรป และระงับการนำเข้าเมล็ดพืชและถั่วทุกชนิดที่มีแหล่งกำเนิดในอียิปต์ นอกจากนี้ ยังมีการเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกระงับการนำเข้าเมล็ดพืชและถั่วจากอียิปต์สำหรับนำไปเพาะงอกจนกระทั่งถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2554
นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยังได้กระตุ้นให้สมาชิกมั่นใจว่า สมาชิกได้นำเมล็ดฟีนูกรีกทั้งหมดซึ่งนำเข้าจากอียิปต์ในช่วงปี 2552 ถึง 2554 ออกจากตลาดสหภาพยุโรป รวมทั้งสุ่มตรวจตัวอย่าง และทำลายเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เชื้อ E.coli ระบาดกว่า 50 ราย ตั้งแต่มีการระบาดครั้งแรกเมื่อปลายเดือน พฤษภาคม 2554
ที่มา : Xinhua News
อินโดเตรียมนำเข้าข้าว เพื่อความมั่นคงด้านอาหาร
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2554 นาย Suswano Arsyaf รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรอินโดนีเซียกล่าวว่า
ในเดือนกรกฎาคมนี้ อินโดนีเซียจะนำเข้าข้าวเพื่อเพิ่มสต็อกข้าวในประเทศ ส่วนปริมาณการนำเข้า สำนักพลาธิการอินโดนีเซีย (Bulog) จะเป็นผู้กำหนด และจะดำเนินการนำเข้าข้าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน หลังจากการเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนเมษายน สภาพอากาศที่รุนแรงทำให้ปริมาณการผลิตและอุปทานข้าวในอินโดนีเซียลดลงตั้งแต่ช่วงสิ้นปี 2553 จนถึงเดือนมกราคม 2554 เป็นผลให้เงินเฟ้อปรับตัวอยู่ที่ 7.02 % ซึ่งเป็นระดับเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 21 เดือน ในเดือนมกราคม ระดับเงินเฟ้อปรับตัวลดลงในเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากการเริ่มเก็บเกี่ยวข้าว และการ! เก็บเกี่ยวสิ้นสุดในเดือนเมษายน
นาย Suswono กล่าวว่า จะนำเข้าข้าวต่อไปเพื่อความมั่นคงของสต็อกข้าวในประเทศ ส่วนนาย Bayu Krisnamurthi รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตร กล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตข้าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 70.6 ล้านตันในปี 2554 จากปริมาณ 67 ล้านตันในปี 2553
ทั้งนี้อินโดนีเซียตั้งเป้าสต็อกข้าว ปี 2554 ที่ 2 ล้านตัน และ ยอดข้าวเกินดุลที่ 10 ล้านตันภายใน 5- 10 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในประเทศขณะที่เกิดความผันผวนของสภาพอากาศทั่วโลก
ที่มา : Xinhua News
ในเดือนกรกฎาคมนี้ อินโดนีเซียจะนำเข้าข้าวเพื่อเพิ่มสต็อกข้าวในประเทศ ส่วนปริมาณการนำเข้า สำนักพลาธิการอินโดนีเซีย (Bulog) จะเป็นผู้กำหนด และจะดำเนินการนำเข้าข้าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน หลังจากการเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนเมษายน สภาพอากาศที่รุนแรงทำให้ปริมาณการผลิตและอุปทานข้าวในอินโดนีเซียลดลงตั้งแต่ช่วงสิ้นปี 2553 จนถึงเดือนมกราคม 2554 เป็นผลให้เงินเฟ้อปรับตัวอยู่ที่ 7.02 % ซึ่งเป็นระดับเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 21 เดือน ในเดือนมกราคม ระดับเงินเฟ้อปรับตัวลดลงในเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากการเริ่มเก็บเกี่ยวข้าว และการ! เก็บเกี่ยวสิ้นสุดในเดือนเมษายน
นาย Suswono กล่าวว่า จะนำเข้าข้าวต่อไปเพื่อความมั่นคงของสต็อกข้าวในประเทศ ส่วนนาย Bayu Krisnamurthi รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตร กล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตข้าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 70.6 ล้านตันในปี 2554 จากปริมาณ 67 ล้านตันในปี 2553
ทั้งนี้อินโดนีเซียตั้งเป้าสต็อกข้าว ปี 2554 ที่ 2 ล้านตัน และ ยอดข้าวเกินดุลที่ 10 ล้านตันภายใน 5- 10 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในประเทศขณะที่เกิดความผันผวนของสภาพอากาศทั่วโลก
ที่มา : Xinhua News
วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
เตือนผู้ประกอบการ ญี่ปุ่นตรวจเข้ม Furazolidone ในกุ้ง
ด้วยญี่ปุ่นได้แจ้งให้สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียวว่า ได้มีการตรวจพบสาร Furazolidone ในกุ้งแช่แข็งนำเข้าจากประเทศไทยล็อตหนึ่ง จึงได้เพิ่มระดับการสุ่มตรวจสารตัวนี้ ในกุ้งนำเข้าจากไทยเป็น 30% ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2554 หากพบอีกจะกักกันกุ้งทุกรุ่นจากไทย จึงขอให้ผู้ประกอบการส่งออกไปญี่ปุ่นเข้มงวดในเรื่องดังกล่าว หรือส่งสินค้าตรวจ
ตามระเบียบของญี่ปุ่นห้ามพบการตกค้างของสารตัวนี้ในสินค้าประมง
ที่มา : มกอช.
ตามระเบียบของญี่ปุ่นห้ามพบการตกค้างของสารตัวนี้ในสินค้าประมง
ที่มา : มกอช.
ป้ายกำกับ:
กุ้ง,
ญี่ปุ่น,
ตรวจเข้ม,
เตือน,
ผู้ประกอบการ,
Furazolidone
บังกลาเทศจะส่งออกอาหารฮาลาล
บังกลาเทศจะส่งออกอาหารฮาลาลเร็วๆนี้ หลังจากจากกรมพัฒนาอิสลามมาเลเซีย อนุมัติให้มูลนิธิอิสลามบังกลาเทศ (IFB) เป็นหน่วยงานตรวจสอบรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาล
นาย Syed Moazzam Hossain ประธานหอการค้าพาณิชย์และอุตสาหกรรมบังกลาเทศ-มาเลเซียกล่าวว่า กรมพัฒนาอิสลามมาเลเซียอนุมัติให้มูลนิธิอิสลามบังกลาเทศเป็นหน่วยงานตรวจสอบรับรองมาตรฐานฮาลาลทั่วโลก ซึ่งหมายความว่าบังกลาเทศน่าจะได้รับส่วนแบ่งการตลาดอาหารฮาลาลทั่วโลก มูลค่า 661 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลจากการประชุมฮาลาลโลกระบุ ว่าตลาดอาหารฮาลาลเติบโ! ตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาและตลาดอาหารฮาลาลมีมูลค่าประมาณ 661.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็น 17 % ของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก
นาย Jalal Ahmed รองประธานสำนักงานส่งเสริมการส่งออกบังกลาเทศกล่าวว่า บังกลาเทศจะได้รับเงินตราต่างประเทศเป็นจำนวนมากจากการส่งออกอาหารฮาลาล โดยกล่าวเสริมว่าขณะนี้มีบางบริษัทเซ็นสัญญากับผู้นำเข้ามาลาเซียเพื่อจัดส่งอาหารฮาลาลแล้ว
ทั้งนี้ ตลาดอาหารฮาลาลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียคือ อินโดนีเซีย จีน อินเดีย มาเลเซีย และหน่วยปกป้องอธิปไตย (GCC) ซึ่งได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรต บาห์เรน ซาอุดิอาระเบีย โอมาน กาตาร์ และคูเวต
ที่มา : Halal Focus
นาย Syed Moazzam Hossain ประธานหอการค้าพาณิชย์และอุตสาหกรรมบังกลาเทศ-มาเลเซียกล่าวว่า กรมพัฒนาอิสลามมาเลเซียอนุมัติให้มูลนิธิอิสลามบังกลาเทศเป็นหน่วยงานตรวจสอบรับรองมาตรฐานฮาลาลทั่วโลก ซึ่งหมายความว่าบังกลาเทศน่าจะได้รับส่วนแบ่งการตลาดอาหารฮาลาลทั่วโลก มูลค่า 661 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลจากการประชุมฮาลาลโลกระบุ ว่าตลาดอาหารฮาลาลเติบโ! ตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาและตลาดอาหารฮาลาลมีมูลค่าประมาณ 661.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็น 17 % ของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก
นาย Jalal Ahmed รองประธานสำนักงานส่งเสริมการส่งออกบังกลาเทศกล่าวว่า บังกลาเทศจะได้รับเงินตราต่างประเทศเป็นจำนวนมากจากการส่งออกอาหารฮาลาล โดยกล่าวเสริมว่าขณะนี้มีบางบริษัทเซ็นสัญญากับผู้นำเข้ามาลาเซียเพื่อจัดส่งอาหารฮาลาลแล้ว
ทั้งนี้ ตลาดอาหารฮาลาลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียคือ อินโดนีเซีย จีน อินเดีย มาเลเซีย และหน่วยปกป้องอธิปไตย (GCC) ซึ่งได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรต บาห์เรน ซาอุดิอาระเบีย โอมาน กาตาร์ และคูเวต
ที่มา : Halal Focus
ผู้ประกอบการ บราซิลเข้มงวดปลาทูน่ากระป๋อง
ด้วยปรากฏว่า ในระยะหลังมานี้ บราซิลได้มีการสุ่มตรวจปลาทูน่ากระป๋อง เพื่อตรวจสอบดูว่า species ของปลาตรงกับที่ระบุไว้ในฉลากหรือไม่ โดยการตรวจสอบใช้วิธี DNA Sequencing Assessment และหากพบว่า มี species อื่นๆ ปะปนที่ไม่ใช่ปลาซาดีน โดยที่ไม่ได้ระบุไว้ในฉลาก เช่น ระบุว่า เป็นปลาซาดีน (sardine) แต่ตรวจพบปลาชนิดอื่นผสมมา ก็จะไม่อนุญาตให้จำหน่ายสินค้านั้นในตลาดบราซิล
จึงขอให้ผู้ประกอบการระมัดระวังและตรวจสอบฉลาก มีข้อมูล species ของปลาครบถ้วนตามผลิตภัณฑ์ภายในกระป๋อง
ที่มา : มกอช.
จึงขอให้ผู้ประกอบการระมัดระวังและตรวจสอบฉลาก มีข้อมูล species ของปลาครบถ้วนตามผลิตภัณฑ์ภายในกระป๋อง
ที่มา : มกอช.
ป้ายกำกับ:
กระป๋อง,
เข้มงวด,
บราซิล,
ปลาทูน่า,
ผู้ประกอบการ
มาเลย์ผ่อนปรนกฎนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่น
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 มาเลเซียประกาศผ่อนปรนกฎระเบียบการนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น โดยสินค้าจากพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไม่ต้องทดสอบสารกัมมันตรังสีแล้ว
มาเลเซียต้องการเพียงให้ผู้ส่งออกสินค้าญี่ปุ่นรับรองแหล่งกำเนิดและตรวจสอบสินค้าที่เก็บเกี่ยวและแปรรูปจาก 8 จังหวัด ได้แก่ มิยางิ ฟุกุชิมะ อิบารากิ โตชิงิ กุนมะ ไซตามะ ชิบะ และคานากาวะ ด้วยตนเอง
ทั้งนี้ มาเลเซียยกเลิกการคุมเข้มใน 3 จังหวัด ได้แก่ ยา! มากาตะ นิอิกาตะ และโตเกียว เนื่องจากจังหวัดเหล่านี้มีระดับสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนไม่เกินค่าที่กำหนดไว้เป็นระยะเวลา 3 เดือนแล้ว
ที่มา : Kyodo
มาเลเซียต้องการเพียงให้ผู้ส่งออกสินค้าญี่ปุ่นรับรองแหล่งกำเนิดและตรวจสอบสินค้าที่เก็บเกี่ยวและแปรรูปจาก 8 จังหวัด ได้แก่ มิยางิ ฟุกุชิมะ อิบารากิ โตชิงิ กุนมะ ไซตามะ ชิบะ และคานากาวะ ด้วยตนเอง
ทั้งนี้ มาเลเซียยกเลิกการคุมเข้มใน 3 จังหวัด ได้แก่ ยา! มากาตะ นิอิกาตะ และโตเกียว เนื่องจากจังหวัดเหล่านี้มีระดับสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนไม่เกินค่าที่กำหนดไว้เป็นระยะเวลา 3 เดือนแล้ว
ที่มา : Kyodo
วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
พาณิชย์เล็งลดราคาน้ำมันพืช
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จะมีการเรียกประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาแนะนำน้ำมันพืชเพื่อลดราคาขายปลีกน้ำมันพืช เนื่องจากราคาตลาดกำลังลดลงและมาตรการตรึงราคาน้ำมันปาล์มที่ลิตรละ 47 บาท จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2554
ส่วนราคาน้ำมันพืช ซึ่งรวมถึงน้ำมันปาล์มจะลดลงได้เท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับมติของคณะอนุกรรมการโดยจะพิจารณาความสามารถในการผลิต และความต้องการของผู้บริโภค
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า จะปรับลดราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขว! ดลง 5 บาทต่อลิตร หรือจากขวดละ 47 บาท ลงมาเหลือ ขวดละ 42 บาท ซึ่งราคาน้ำมันปาล์มขวดละ 47 บาทต่อลิตรเป็นราคาจำหน่ายสูงสุดที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ในปัจจุบัน
ที่มา : Bangkok Post
ส่วนราคาน้ำมันพืช ซึ่งรวมถึงน้ำมันปาล์มจะลดลงได้เท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับมติของคณะอนุกรรมการโดยจะพิจารณาความสามารถในการผลิต และความต้องการของผู้บริโภค
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า จะปรับลดราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขว! ดลง 5 บาทต่อลิตร หรือจากขวดละ 47 บาท ลงมาเหลือ ขวดละ 42 บาท ซึ่งราคาน้ำมันปาล์มขวดละ 47 บาทต่อลิตรเป็นราคาจำหน่ายสูงสุดที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ในปัจจุบัน
ที่มา : Bangkok Post
ชาวมะกัน ‘ฮิต’ ปลูกพืชกินเอง
สมาคมทำสวนของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าชาวอเมริกันราว 43 ล้านครัวเรือนมีแผนจะปลูกผักผลไม้ไว้กินเองในปี 2552 เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ถึง 19% โดยยอดจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับการปลูกพืชผักอยู่ที่ปีละ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (9.1 หมื่นล้านบาท) โดยมีสาเหตุมาจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาและความใส่ใจในเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น
แอน แจนดาวัย 43 ปีกล่าวว่าครอบครัวของเธอประหยัดค่าผักผลไม้ไปได้เดือนละ 75 ดอลลาร์สหรัฐ (2,283 บาท) โดยเฉลี่ยประมาณ 8 เดือนต่อปี หลังจากปลูกพืชผักเพื่อบริโภคเองอย่างสม่ำเสมอในสวนขนาด 5 x 15 เมตร ในช่วงที่มีผลผลิตเยอะ เธอจะแช่หรือดองไว้ใช้ในฤดูหนาวและฤดูใ! บไม้ร่วง เช่น ถั่วแช่แข็ง กะหล่ำปลีดอง อีกทั้งยังสามารถกักตุนมะเขือเทศได้เป็นจำนวนมากและนำมาใช้ทำซอสมะเขือเทศเองได้ด้วย
นอกจากนอกนี้ หลักสูตรสอนปลูกพืชผักกำลังเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง โดยในรัฐนอร์ท แคโรไลนามีตัวเลขนักเรียนเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวเมื่อเทียบกับห้าปีก่อน อัล คุกส์เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ส่งเสริมงานเกษตรและสหกรณ์แห่งหนึ่งในรัฐแคโรไลนากล่าวว่า จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในชั้นเรียนเกี่ยวกับอาหาร โดยมีคนสนใจมากขึ้นจนสามารถเปิดหลักสูตรที่เฉพาะเจาะจงขึ้น
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
แอน แจนดาวัย 43 ปีกล่าวว่าครอบครัวของเธอประหยัดค่าผักผลไม้ไปได้เดือนละ 75 ดอลลาร์สหรัฐ (2,283 บาท) โดยเฉลี่ยประมาณ 8 เดือนต่อปี หลังจากปลูกพืชผักเพื่อบริโภคเองอย่างสม่ำเสมอในสวนขนาด 5 x 15 เมตร ในช่วงที่มีผลผลิตเยอะ เธอจะแช่หรือดองไว้ใช้ในฤดูหนาวและฤดูใ! บไม้ร่วง เช่น ถั่วแช่แข็ง กะหล่ำปลีดอง อีกทั้งยังสามารถกักตุนมะเขือเทศได้เป็นจำนวนมากและนำมาใช้ทำซอสมะเขือเทศเองได้ด้วย
นอกจากนอกนี้ หลักสูตรสอนปลูกพืชผักกำลังเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง โดยในรัฐนอร์ท แคโรไลนามีตัวเลขนักเรียนเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวเมื่อเทียบกับห้าปีก่อน อัล คุกส์เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ส่งเสริมงานเกษตรและสหกรณ์แห่งหนึ่งในรัฐแคโรไลนากล่าวว่า จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในชั้นเรียนเกี่ยวกับอาหาร โดยมีคนสนใจมากขึ้นจนสามารถเปิดหลักสูตรที่เฉพาะเจาะจงขึ้น
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ญี่ปุ่นเร่งสร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตรและอาหาร หลังวิกฤติการณ์รังสีรั่วไหล
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 ที่ประเทศญี่ปุ่น กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการญี่ปุ่น จัดบรรยายเรื่อง ความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารญี่ปุ่น โดยเน้นชี้แจงเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารและมาตรการตรวจสอบการปนเปื้อน สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
1. เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2554 ญี่ปุ่นกำหนดให้สินค้าเกษตรที่มีปริมาณระดับการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีน้อยกว่า 5 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี อยู่ในระดับที่ปลอดภัยสามารถบริโภคได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2554 รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งห้ามจำหน่ายสินค้าเกษตรใน 5 จ! ังหวัด ได้แก่ ฟุคุชิมะ อิบารากิ กุนมะ โตชิกิ และชิบะ ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่รัฐบาลท้องถิ่นและเกษตรกร เนื่องจากตรวจพบการปนเปื้อนในบางพื้นที่ของจังหวัดเท่านั้น หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2554 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศยกเลิกคำสั่งให้เหลือเพียงบางพื้นที่ ในเขตใกล้เคียงโรงไฟฟ้าที่มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหล ซึ่งต่อมา เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 ได้ประกาศสั่งห้ามจำหน่ายสินค้าเกษตรในบางพื้นที่ของจังหวัดฟุกุชิมะ และทางตอนเหนือของอิบารากิเท่านั้น
2. พ่อค้า ผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่น ใช้ความระมัดระวังในการคัดสรรวัตถุดิบ โดยบริษัท Oisix ได้เพิ่มกระบวนการตรวจสอบการปนเปื้อนหลายขั้นตอนก่อนขนส่งสินค้า และเสนอให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการตรวจสอบสารปนเปื้อนตามจุดกระจายสินค้าและท่าเรือ รวมถึงตรวจสอบกักกันพืช/สัตว์ในทุกจุด ตลอดจนแต่งตั้งองค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบ และแต่งตั้งโฆษกเพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสาร
3. จากมาตรการท! ี่เข้มงวด ตลอดจนการระงับการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าเกษตรของญี่ป! ุ่น ทำให ้ผู้บริโภคและรายได้ของร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งในและนอกญี่ปุ่นลดลง ทั้งนี้นาย Takagi เจ้าของภัตตาคาร Zeniya ได้เสนอให้ผู้ประกอบการหาสิ่งทดแทนวัตถุดิบหรือส่วนผสมจากญี่ปุ่น
4. นาย Karaki รองประธานด้านกิจการต่างประเทศ สภาวิทยาศาสตร์ประจำคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางอาหารภายใต้คณะกรรมการว่าด้วยการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลญี่ปุ่น ได้ขอความร่วมมือจากสื่อต่างๆ ให้ยุติการนำเสนอข่าวในเชิงลบอันจะเพิ่มความกังวลให้แก่ผู้บริโภค และเชื่อว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของอาหารและสินค้าเกษตรให้กลับมาได้อีกครั้ง
ที่มา : มกอช.
1. เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2554 ญี่ปุ่นกำหนดให้สินค้าเกษตรที่มีปริมาณระดับการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีน้อยกว่า 5 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี อยู่ในระดับที่ปลอดภัยสามารถบริโภคได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2554 รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งห้ามจำหน่ายสินค้าเกษตรใน 5 จ! ังหวัด ได้แก่ ฟุคุชิมะ อิบารากิ กุนมะ โตชิกิ และชิบะ ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่รัฐบาลท้องถิ่นและเกษตรกร เนื่องจากตรวจพบการปนเปื้อนในบางพื้นที่ของจังหวัดเท่านั้น หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2554 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศยกเลิกคำสั่งให้เหลือเพียงบางพื้นที่ ในเขตใกล้เคียงโรงไฟฟ้าที่มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหล ซึ่งต่อมา เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 ได้ประกาศสั่งห้ามจำหน่ายสินค้าเกษตรในบางพื้นที่ของจังหวัดฟุกุชิมะ และทางตอนเหนือของอิบารากิเท่านั้น
2. พ่อค้า ผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่น ใช้ความระมัดระวังในการคัดสรรวัตถุดิบ โดยบริษัท Oisix ได้เพิ่มกระบวนการตรวจสอบการปนเปื้อนหลายขั้นตอนก่อนขนส่งสินค้า และเสนอให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการตรวจสอบสารปนเปื้อนตามจุดกระจายสินค้าและท่าเรือ รวมถึงตรวจสอบกักกันพืช/สัตว์ในทุกจุด ตลอดจนแต่งตั้งองค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบ และแต่งตั้งโฆษกเพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสาร
3. จากมาตรการท! ี่เข้มงวด ตลอดจนการระงับการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าเกษตรของญี่ป! ุ่น ทำให ้ผู้บริโภคและรายได้ของร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งในและนอกญี่ปุ่นลดลง ทั้งนี้นาย Takagi เจ้าของภัตตาคาร Zeniya ได้เสนอให้ผู้ประกอบการหาสิ่งทดแทนวัตถุดิบหรือส่วนผสมจากญี่ปุ่น
4. นาย Karaki รองประธานด้านกิจการต่างประเทศ สภาวิทยาศาสตร์ประจำคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางอาหารภายใต้คณะกรรมการว่าด้วยการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลญี่ปุ่น ได้ขอความร่วมมือจากสื่อต่างๆ ให้ยุติการนำเสนอข่าวในเชิงลบอันจะเพิ่มความกังวลให้แก่ผู้บริโภค และเชื่อว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของอาหารและสินค้าเกษตรให้กลับมาได้อีกครั้ง
ที่มา : มกอช.
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)