เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2554 คณะกรรมาธิการยุโรปผ่านร่างกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับการอนุญาตให้นำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบดัดแปลงพันธุกรรม (GM material) ที่ไม่ได้รับการรับรอง ไม่เกิน 0.1% โดยอนุญาตให้ปนเปื้อนได้เฉพาะอาหารสัตว์เท่านั้น ไม่รวมถึงอาหารมนุษย์
ขณะที่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสมาคมเพื่อผู้บริโภคกล่าวว่า สหภาพยุโรปเปลี่ยนแปลงนโยบาย zero tolerance คือไม่อนุญาตให้มีสาร GM ที่ไม่ได้รับการรับรองปนเปื้อนอยู่เลย เป็นอนุญาตให้มีได้ไม่เกิน 0.1% เพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มอุตสาหกร! รม และกล่าวเสริมว่า ยังไม่ทราบผลกระทบที่แน่ชัดของการบริโภคพืช GM และกระบวนการประเมินความปลอดภัยของสหภาพยุโรปของพืช GM หลายพันธุ์ยังไม่สมบูรณ์ ควรให้ประเทศผู้ส่งออกนอกสหภาพยุโรปให้การรับรอง และสหภาพยุโรปควรให้สำนักงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป (EFSA) ประเมินความเสี่ยงอย่างน้อย 3 เดือน และให้ความเห็นว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร GM นี้ปนเปื้อน 0.1 % ไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
กฎระเบียบนี้ยังระบุอีกว่า ให้ใช้ค่าต่ำสุดของการปนเปื้อนสาร GM ที่ไม่ได้รับการรับรอง 0.1% นี้กับอาหารสัตว์เท่านั้น ไม่ครอบคลุมอาหารมนุษย์ แม้ผู้ส่งออกและผู้ค้าจะบอกว่าไม่มีประสิทธิภาพเมื่อนำมาบังคับใช้จริง และมีค่าใช้จ่ายสูงในการแยกแยะวัตถุดิบเหล่านี้ ซึ่งอาจใช้เป็นได้ทั้งอาหารคนและสัตว์
อนึ่ง เมื่อปี 2552 สหภาพยุโรปประสบภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ เนื่องจากถั่วเหลืองนำเข้าจากสหรัฐฯ พบการปนเปื้อนวัตถ! ุดิบ GM ในบางคลังสินค้า จึงถูกระงับการนำเข้า นอกจากนี้ ปัจจุบั! นสหภาพยุ โรปยังนำเข้าสินค้าวัตถุดิบราว 45 ล้านตันต่อปี ถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองส่วนใหญ่มาจากบราซิล อาร์เจนตินา สหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนประกอบด้วยพืชดัดแปลงพันธุกรรมที่พัฒนาโดยบริษัท Monsanto
ที่มา : Reuters
วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เกาหลีใต้เตรียมไฟเขียวนำเข้าเนื้อวัวแคนาดา
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน เกาหลีใต้ได้ดำเนินมาตรการทางกฎหมายเพื่ออนุญาตให้นำเข้าเนื้อวัวแคนาดาได้อีกครั้งซึ่งเป็นผลจากข้อตกลงที่จะยกเลิกการระงับนำเข้าเนื้อวัวแคนาดาที่เป็นเวลานานถึง 8 ปี และจะอนุญาตให้นำเข้าเนื้อวัวที่อายุต่ำกว่า 30 เดือนโดยเกาหลีใต้เป็นตลาดนำเข้าเนื้อวัวที่สำคัญสุดท้ายที่ยกเลิกการระงับนำเข้าเนื้อแคนาดาตั้งแต่ปี 2546 เนื่องจากการเกิดโรควัวบ้าระบาด
ด้วยเหตุนี้ ทางแคนาดาจึงเตรียมแจ้งต่อองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อขอยกเลิกข้อเรียกร้องต่อเกาหลีใต้ในปี 2552
! ในวันเดียวกันเกาหลีใต้ตีพิมพ์ข้อกำหนดด้านสุขภาพในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างเป็นทางการที่จะเปิดตลาดนำเข้าเนื้อวัวแคนาดาอีกครั้ง โดยกระบวนการแจ้งอย่างเป็นทางการจะมีจนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2554 และคาดว่าจะเข้าสู่รัฐสภาประมาณวันที่ 25 กรกฎาคม 2553 เพื่อให้อนุมัติตามข้อตกลง
อย่างไรก็ตาม ชิ้นส่วนอวัยวะวัวที่มีความเสี่ยง (SRM) ได้แก่ ต่อมทอนซิล อวัยวะภายใน ลำไส้ สมอง กะโหลก ตา และไขสันหลัง ซึ่งเป็นอวัยวะเสี่ยงต่อการส่งผ่านเชื้อวัวบ้าไปสู่มนุษย์ และยังคงห้ามนำเข้าเนื้อวัวที่ผ่านกระบวนการแยกกับกระดูกด้วยเครื่องจักร และเนื้อวัวบด
&nb! sp; ทั้งนี้สมาคมผู้ส่งออกเนื้อแคนาดาประเมินว่า ข้อตกลงดังกล่าว! จะสร้างร ายได้แก่ผู้ผลิตเนื้อวัวแคนาดาปีละ 30 ล้านเหรียญไปจนถึงปี 2558
ในปี 2545 เกาหลีใต้ผู้นำเข้าเนื้อวัวแคนาดาใหญ่เป็นอันดับ 4 โดยนำเข้าเนื้อวัวออสเตรเลีย 12,000 ตัน เป็นมูลค่า 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 4% ของเนื้อที่เกาหลีใต้นำเข้าทั้งหมด
ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกด้านสุขภาพสัตว์ได้ประกาศว่าแคนาดาควบคุมโรควัวบ้าได้ตั้งแต่ปี 2550 แต่ขณะนั้นเกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะเปิดตลาดให้แคนาดาเนื่องจากตั้งแต่ปี 2546 มีการรายงานว่าพบการเกิดโรควัวบ้าอีก 17 ครั้งในแคนาดา
ที่มา : มกอช.
แจ้งข่าวประกาศ มกอช.
ด้วยเหตุนี้ ทางแคนาดาจึงเตรียมแจ้งต่อองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อขอยกเลิกข้อเรียกร้องต่อเกาหลีใต้ในปี 2552
! ในวันเดียวกันเกาหลีใต้ตีพิมพ์ข้อกำหนดด้านสุขภาพในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างเป็นทางการที่จะเปิดตลาดนำเข้าเนื้อวัวแคนาดาอีกครั้ง โดยกระบวนการแจ้งอย่างเป็นทางการจะมีจนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2554 และคาดว่าจะเข้าสู่รัฐสภาประมาณวันที่ 25 กรกฎาคม 2553 เพื่อให้อนุมัติตามข้อตกลง
อย่างไรก็ตาม ชิ้นส่วนอวัยวะวัวที่มีความเสี่ยง (SRM) ได้แก่ ต่อมทอนซิล อวัยวะภายใน ลำไส้ สมอง กะโหลก ตา และไขสันหลัง ซึ่งเป็นอวัยวะเสี่ยงต่อการส่งผ่านเชื้อวัวบ้าไปสู่มนุษย์ และยังคงห้ามนำเข้าเนื้อวัวที่ผ่านกระบวนการแยกกับกระดูกด้วยเครื่องจักร และเนื้อวัวบด
&nb! sp; ทั้งนี้สมาคมผู้ส่งออกเนื้อแคนาดาประเมินว่า ข้อตกลงดังกล่าว! จะสร้างร ายได้แก่ผู้ผลิตเนื้อวัวแคนาดาปีละ 30 ล้านเหรียญไปจนถึงปี 2558
ในปี 2545 เกาหลีใต้ผู้นำเข้าเนื้อวัวแคนาดาใหญ่เป็นอันดับ 4 โดยนำเข้าเนื้อวัวออสเตรเลีย 12,000 ตัน เป็นมูลค่า 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 4% ของเนื้อที่เกาหลีใต้นำเข้าทั้งหมด
ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกด้านสุขภาพสัตว์ได้ประกาศว่าแคนาดาควบคุมโรควัวบ้าได้ตั้งแต่ปี 2550 แต่ขณะนั้นเกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะเปิดตลาดให้แคนาดาเนื่องจากตั้งแต่ปี 2546 มีการรายงานว่าพบการเกิดโรควัวบ้าอีก 17 ครั้งในแคนาดา
ที่มา : มกอช.
แจ้งข่าวประกาศ มกอช.
อนาคตแป้งมันสดใส ไทยเน้นทำตลาดเอเชีย
อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยเน้นการส่งออกแป้งมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นโดยเน้นตลาดในเอเชียเป็นหลัก การปรับทิศทางการทำตลาดนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเจริญเติบโตใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งคาดว่ามูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจะอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท
กระทรวงพาณิชย์ประมาณการว่าในปี 2559 ความต้องการมันสำปะหลังสำหรับผลิตเอทานอลจะพุ่งสูงขึ้นเป็น 13 ล้านตัน ส่วนตัวเลขการส่งออกมันสำปะหลังอยู่ที่ 22.5 ล้านตัน รวมทั้งหมด 35.5 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 42% จากระดับการผลิตในปัจจุบัน
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าว ณ การประชุมมันสำปะหลังนานาชาติปี 2554 ว่า ไทยควรเน้นการส่งออกแป้งมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นและลดการส่งออกมันสำปะหลังอัดเม็ดและมันสำปะหลังเส้น
สัดส่วนการส่งออกแป้งมันสำปะหลังคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 65 % จาก 51% ในปัจจุบัน ส่วนสัดส่วนการส่งออกที่เหลือคือมันสำปะหลังเส้นและมันสำปะหลังอัดเม็ด
นายยรรยงกล่าวว่าไทยควรสร้างภาพลักษณ์ที่ดีโดยการสร้างมาตรฐานแป้งมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เป็นที่ยอมรับเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้นำเข้า ผู้ซื้อ และผู้บริโภคภายในประเทศ นอกจากนี้ ผู้ส่งออกไทยควรขยายการส่งออกไปยังตลาดที่มี! ศักยภาพ โดยเฉพาะตลาดในเอเชีย เช่น จีน อินเดีย และ อินโดนีเชีย ! เพื่อรัก ษาคุณภาพแป้งมันสำปะหลังและลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและการประกันภัย
นายปราโมทย์ กงทอง นายกสมาคมผู้ค้ามันสำปะหลังไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือกล่าวว่า แป้งมันสำปะหลังมีศักยภาพสูงที่จะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมอื่นๆ และมั่นใจว่า
การส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยจะมีมูลค่าเกินกว่า 1แสนล้านบาทในห้าปีข้างหน้า เนื่องจากปัจจุบันมีการลงทุนในโรงงานแป้งมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นเพื่อส่งออกแป้งมันสำปะหลังให้แก่จีนและอินเดียซึ่งเป็นลูกค้าหลัก
มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจของไทย ซึ่งสร้างงานและรายได้ให้กว่า 500,000 ครัวเรือน โดยมีพื้นที่การเพาะปลูกประมาณ 6.5 - 7 ล้านไร่
ไทยเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังประมาณ 20-25 ล้านตันต่อปี ซึ่ง 75 % นำไปแปรรูปเพื่อการส่งออก ปี 2553 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังทุกประเภทจำนวน 7.27 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 2.15 พันล้านดอลลาร์ ( 68.3 พันล้านบาท)
นายเสรี เด่นวรลักษณ์ นายกสมาคมผู้ค้ามันสำปะหลังไทย คาดว่า มูลค่าการส่งออกมันสำปะหลังในปีนี้อยู่ที่ 73 พันล้านบาท โดยมูลค่าการส่งออกแป้งมันสำปะหลังเท่ากับ44 พันล้านบาท
อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงหลังจากการสำรวจการผลิตมันสำปะหลังในเดือนกันยายน 2554
ที่มา : Bangkok Post
กระทรวงพาณิชย์ประมาณการว่าในปี 2559 ความต้องการมันสำปะหลังสำหรับผลิตเอทานอลจะพุ่งสูงขึ้นเป็น 13 ล้านตัน ส่วนตัวเลขการส่งออกมันสำปะหลังอยู่ที่ 22.5 ล้านตัน รวมทั้งหมด 35.5 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 42% จากระดับการผลิตในปัจจุบัน
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าว ณ การประชุมมันสำปะหลังนานาชาติปี 2554 ว่า ไทยควรเน้นการส่งออกแป้งมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นและลดการส่งออกมันสำปะหลังอัดเม็ดและมันสำปะหลังเส้น
สัดส่วนการส่งออกแป้งมันสำปะหลังคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 65 % จาก 51% ในปัจจุบัน ส่วนสัดส่วนการส่งออกที่เหลือคือมันสำปะหลังเส้นและมันสำปะหลังอัดเม็ด
นายยรรยงกล่าวว่าไทยควรสร้างภาพลักษณ์ที่ดีโดยการสร้างมาตรฐานแป้งมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เป็นที่ยอมรับเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้นำเข้า ผู้ซื้อ และผู้บริโภคภายในประเทศ นอกจากนี้ ผู้ส่งออกไทยควรขยายการส่งออกไปยังตลาดที่มี! ศักยภาพ โดยเฉพาะตลาดในเอเชีย เช่น จีน อินเดีย และ อินโดนีเชีย ! เพื่อรัก ษาคุณภาพแป้งมันสำปะหลังและลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและการประกันภัย
นายปราโมทย์ กงทอง นายกสมาคมผู้ค้ามันสำปะหลังไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือกล่าวว่า แป้งมันสำปะหลังมีศักยภาพสูงที่จะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมอื่นๆ และมั่นใจว่า
การส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยจะมีมูลค่าเกินกว่า 1แสนล้านบาทในห้าปีข้างหน้า เนื่องจากปัจจุบันมีการลงทุนในโรงงานแป้งมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นเพื่อส่งออกแป้งมันสำปะหลังให้แก่จีนและอินเดียซึ่งเป็นลูกค้าหลัก
มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจของไทย ซึ่งสร้างงานและรายได้ให้กว่า 500,000 ครัวเรือน โดยมีพื้นที่การเพาะปลูกประมาณ 6.5 - 7 ล้านไร่
ไทยเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังประมาณ 20-25 ล้านตันต่อปี ซึ่ง 75 % นำไปแปรรูปเพื่อการส่งออก ปี 2553 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังทุกประเภทจำนวน 7.27 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 2.15 พันล้านดอลลาร์ ( 68.3 พันล้านบาท)
นายเสรี เด่นวรลักษณ์ นายกสมาคมผู้ค้ามันสำปะหลังไทย คาดว่า มูลค่าการส่งออกมันสำปะหลังในปีนี้อยู่ที่ 73 พันล้านบาท โดยมูลค่าการส่งออกแป้งมันสำปะหลังเท่ากับ44 พันล้านบาท
อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงหลังจากการสำรวจการผลิตมันสำปะหลังในเดือนกันยายน 2554
ที่มา : Bangkok Post
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554
USFDA เตือนผู้บริโภคระวังถั่วงอกปนเปื้อนซัลโมเนลลา
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2554 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (USFDA) เตือนผู้บริโภคอย่ารับประทานถั่วงอกอัลฟัลฟา (alfalfa sprouts) หรือ spicy sprouts ยี่ห้อหนึ่ง เนื่องจากเกรงว่าอาจจะปนเปื้อนเชื้อ Salmonella Enteritidis ซึ่งเป็นเชื้อคนละตัวกับที่กำลังระบาดในยุโรป
ถั่วงอกดังกล่าวบรรจุในถุงพลาสติกยี่ห้อ Evergreen Produce ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย 20 ราย ซึ่ง 1 รายยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยมีผู้ป่วยอยู่ที่รัฐไอดาโฮ มอนทานา นอร์ทดาโคตา วอชิงตัน โดย USFDA แนะนำให้ผู้บริโภคและผู้ค้าปลีกทิ้งถั่วงอกดังก! ล่าวในภาชนะปิด เพื่อป้องกันไม่ให้คนหรือสัตว์เลี้ยงนำไปบริโภค
ผู้ป่วยที่ติดเชื้อซัลโมเนลลาชนิดนี้ จะมีอาการท้องเสีย เป็นไข้ ปวดช่องท้อง 12-72 ชม.หลังติดเชื้อ ซึ่งปกติจะมีอาการ 4-7 วันให้หลัง และมักจะหายได้หลังได้รับการรักษา แต่ในเด็ก คนชรา หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อาจจะมีอาการหนัก ซึ่งอาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด แล้วทำให้เสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะในทันที
ถั่วงอกถือว่าเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยทางอาหารที่สำคัญในสหรัฐฯ โดยตั้งแต่ปี 2539 พบการระบาดของการเจ็บป่วยทางอาหารที่เกี่ยวข้องกับถั่วงอกดิบหรือปรุงสุกเล็กน้อย อย่างน้อย 30 ครั้ง ดังนั้น USFDA จึงแนะนำให้ผู้บริโภคปรุงถั่วงอกให้สุกก่อนบริโภค
ที่มา : FDA
ถั่วงอกดังกล่าวบรรจุในถุงพลาสติกยี่ห้อ Evergreen Produce ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย 20 ราย ซึ่ง 1 รายยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยมีผู้ป่วยอยู่ที่รัฐไอดาโฮ มอนทานา นอร์ทดาโคตา วอชิงตัน โดย USFDA แนะนำให้ผู้บริโภคและผู้ค้าปลีกทิ้งถั่วงอกดังก! ล่าวในภาชนะปิด เพื่อป้องกันไม่ให้คนหรือสัตว์เลี้ยงนำไปบริโภค
ผู้ป่วยที่ติดเชื้อซัลโมเนลลาชนิดนี้ จะมีอาการท้องเสีย เป็นไข้ ปวดช่องท้อง 12-72 ชม.หลังติดเชื้อ ซึ่งปกติจะมีอาการ 4-7 วันให้หลัง และมักจะหายได้หลังได้รับการรักษา แต่ในเด็ก คนชรา หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อาจจะมีอาการหนัก ซึ่งอาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด แล้วทำให้เสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะในทันที
ถั่วงอกถือว่าเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยทางอาหารที่สำคัญในสหรัฐฯ โดยตั้งแต่ปี 2539 พบการระบาดของการเจ็บป่วยทางอาหารที่เกี่ยวข้องกับถั่วงอกดิบหรือปรุงสุกเล็กน้อย อย่างน้อย 30 ครั้ง ดังนั้น USFDA จึงแนะนำให้ผู้บริโภคปรุงถั่วงอกให้สุกก่อนบริโภค
ที่มา : FDA
EFSA เร่งหาสาเหตุปนเปื้อน E.coli ในฝรั่งเศส
สำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารประจำสหภาพยุโรป (EFSA) จัดคณะทำงานเฉพาะกิจเร่งหาสาเหตุการปนเปื้อนเชื้อ E.coli ในเมล็ดพันธุ์ถั่วงอก ณ บริเวณเมืองท่า Bordeaux ของฝรั่งเศส ซึ่งมีลักษณะการระบาดคล้ายคลึงกับที่ระบาดหนักทั่วยุโรป
EFSA เข้าร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมาธิการยุโรปจากฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสหราชอาณาจักร รวมไปถึงนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของยุโรป (ECDC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อทำความเข้าใจถึงห่วงโซ่การผลิต การจัดจำหน่ายของเมล็ดพันธุ์และถั่วงอกเหล่านี้
&nb! sp; เจ้าหน้าที่ของฝรั่งเศสได้รับรายงานว่า มีผู้ป่วยที่มีอาการถ่ายเป็นเลือดในบริเวณเมืองท่า Bordeaux ขณะที่ผู้ป่วย 7 รายยังคงอยู่ในโรงพยาบาล และมีผู้ป่วย 5 ราย มีอาการเม็ดเลือดแดงแตกและไตวาย (haemolytic uremic syndrome:HUS) ซึ่งอาจเกิดจากสารพิษ Shiga ที่ผลิตจากเชื้อ E.coli O104:H4 (STEC) รายหนึ่งเป็นหญิงชราวัย 78 ปี มีอาการหนักมาก โดยผลการทดสอบเบื้องต้นยืนยันว่าผู้ป่วย 2 รายได้รับเชื้อดังกล่าว ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกันกับที่ระบาดในเยอรมนี
นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้ชิดกัน และเข้าร่วมในงานวันเปิดศูนย์สันทนาการในชุมชน Bègles ใกล้เมืองท่า Bordeaux ในวันที่ 8 มิถุนายน 2554 และหลายรายรับประทานถั่วงอก
ขณะนี้ ยังคงอยู่ระหว่างหาสาเหตุและความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างการบริโภคถั่! วงอกและอาการของผู้ป่วย เบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เป็! นตัวเชื่ อมโยงระหว่างเหตุการณ์ระบาดที่ฝรั่งเศสและเยอรมนี
ทั้งนี้ EFSA ได้ให้คำแนะนำทางเลือกต่างๆ ในการลดความเสี่ยงที่เป็นไปได้ของการปนเปื้อนอาหารและการติดเชื้อสู่มนุษย์จาก STEC และการยืนยันการให้ความสำคัญกับเรื่อง GAP, GMP, GHP ตามมาตรฐานระหว่างประเทศ
ที่มา : EFSA & Food Safety News
EFSA เข้าร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมาธิการยุโรปจากฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสหราชอาณาจักร รวมไปถึงนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของยุโรป (ECDC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อทำความเข้าใจถึงห่วงโซ่การผลิต การจัดจำหน่ายของเมล็ดพันธุ์และถั่วงอกเหล่านี้
&nb! sp; เจ้าหน้าที่ของฝรั่งเศสได้รับรายงานว่า มีผู้ป่วยที่มีอาการถ่ายเป็นเลือดในบริเวณเมืองท่า Bordeaux ขณะที่ผู้ป่วย 7 รายยังคงอยู่ในโรงพยาบาล และมีผู้ป่วย 5 ราย มีอาการเม็ดเลือดแดงแตกและไตวาย (haemolytic uremic syndrome:HUS) ซึ่งอาจเกิดจากสารพิษ Shiga ที่ผลิตจากเชื้อ E.coli O104:H4 (STEC) รายหนึ่งเป็นหญิงชราวัย 78 ปี มีอาการหนักมาก โดยผลการทดสอบเบื้องต้นยืนยันว่าผู้ป่วย 2 รายได้รับเชื้อดังกล่าว ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกันกับที่ระบาดในเยอรมนี
นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้ชิดกัน และเข้าร่วมในงานวันเปิดศูนย์สันทนาการในชุมชน Bègles ใกล้เมืองท่า Bordeaux ในวันที่ 8 มิถุนายน 2554 และหลายรายรับประทานถั่วงอก
ขณะนี้ ยังคงอยู่ระหว่างหาสาเหตุและความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างการบริโภคถั่! วงอกและอาการของผู้ป่วย เบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เป็! นตัวเชื่ อมโยงระหว่างเหตุการณ์ระบาดที่ฝรั่งเศสและเยอรมนี
ทั้งนี้ EFSA ได้ให้คำแนะนำทางเลือกต่างๆ ในการลดความเสี่ยงที่เป็นไปได้ของการปนเปื้อนอาหารและการติดเชื้อสู่มนุษย์จาก STEC และการยืนยันการให้ความสำคัญกับเรื่อง GAP, GMP, GHP ตามมาตรฐานระหว่างประเทศ
ที่มา : EFSA & Food Safety News
วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554
นักวิทย์วิตก..สัตว์ทะเลลดฮวบวิกฤตสูญพันธุ์ครั้งใหญ่มาเร็วกว่าที่คิด
สถานการณ์ในมหาสมุทรวิกฤตหนัก สัตว์ทะเลลดฮวบกว่าที่คิด เป็นที่น่าห่วงว่าสิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์อยู่ในสภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์อย่างไม่เคยเกิดมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษย์ ซึ่งเป็นผลพวงจากการประมงเกินขนาด มลภาวะ และภาวะโลกร้อน
รายงานสถานการณ์ทางทะเลล่าสุดจากการรวมตัวกันของนักวิชาการหลากหลายสาขา ทั้งนักนิเวศวิทยาแนวปะการัง นักพิษวิทยา และนักวิชาการประมง ในการประชุมที่จัดขึ้นโดยโครงการสากลว่าด้วยสถานการณ์มหาสมุทร (International Programme on the State of the Ocean, IPSO) ระบุว่า การประมงเกินขนาด มลภาวะและ! การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้ส่งผลกระทบในแบบที่เราไม่เคยตระหนักมาก่อน และผลกระทบกำลังย้อนกลับมายังมนุษย์
นอกจากนี้ ยังมีอัตราเร่งในการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ เช่น การละลายของแผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์และแอนตาร์กติก ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น และการปล่อยก๊าซมีเทนที่ถูกกักเก็บไว้ที่ก้นทะเลมากขึ้น แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กังวลมากกว่านั้น คือ รูปแบบที่ปัญหาต่างๆ ที่ส่งผลเสริมกัน จนคุกคามสิ่งมีชีวิตทางทะเลมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การพบอนุภาคพลาสติกเล็กๆ ที่มีสารพิษติดแน่นอยู่ที่ก้นทะเล ทำให้ปริมาณสารพิษในก้นทะเลมากขึ้น และปลาที่อยู่ในน้ำลึกก็รับสารพิษไปด้วย
อนุภาคพลาสติกยังช่วยลำเลียงสาหร่ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ทำให้เกิดปรากฏการณ์การแพร่กระจายของสาหร่ายที่เป็นพิษอย่างรวดเร็วหรือปรากฏการณ์สาหร่ายสะพรั่ง (algal bloom) เพิ่มขึ้น ซึ่งปรากฏการณ์นี้ยังเป็นผลจากปุ๋ยในพื้นที่เกษตร ซึ่งไหลทะลักล! งไปปนเปื้อนน้ำทะเลอีกด้วย นอกจากนี้การเป็นกรดของน้ำทะเล อุณหภู! มิที่สูง ขึ้น มลพิษจากท้องถิ่น และการประมงเกินขนาด ได้ส่งผลเสริมกันในการคุกคามแนวปะการังมากขึ้น โดย 3 ใน 4 ของแนวปะการังทั่วโลกกำลังเสี่ยงต่อการลดลงอย่างรุนแรง
สำนักข่าวบีบีซี ระบุว่า โลกผ่าน “การสูญพันธุ์” ครั้งใหญ่มาแล้ว 5 ครั้ง โดยมีสาเหตุจากเหตุการณ์ทางธรรมชาติอย่างอุกกาบาตพุ่งชนโลก แต่ตอนนี้มีการพูดถึงบ่อยครั้งว่า การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ต่อไปจะเป็นผลจากการกระทำหลายๆ อย่างของมนุษย์ แม้รายงานของIPSO สรุปว่ายังเร็วเกินไปที่จะกล่าวเช่นนั้น แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นได้และเกิดขึ้นเร็วกว่าคาบการสูญพันธุ์ใหญ่ทั้งหมดที่ผ่านมา
ศาสตราจารย์โรเจอร์ จากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ของโครงการ IPSO กล่าวว่า สิ่งที่เราเผชิญอยู่นี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยพบในข้อมูลที่ได้จากฟอสซิล สิ่งแวดล้อมปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก และจนโลกของเรามีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด แต่อัตราการสูญพันธุ์ในตอนนี้ก็สูงกว่าสิ่งที่เกิดขึ! ้นในอดีตมาก และสิ่งที่เราเผชิญอยู่นี้คือเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่ระดับโลกอย่างแน่นอน
ในรายงานของ IPSO ระบุอีกว่า เหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่ก่อนหน้านี้สัมพันธ์กับแนวโน้มที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทั้งการที่วัฏจักรคาร์บอน (carbon cycle) ถูกรบกวน ความเป็นกรดของน้ำทะเล และการลดลงของออกซิเจนในน้ำทะเลหรือที่เรียกว่า “ไฮโปเซีย” (hypoxia) และระดับคาร์บอนไดออกไซด์ที่มหาสมุทรดูดซับยังสูงกว่าระดับที่พบในยุคการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสัตว์น้ำเมื่อ 55 ล้านปีก่อน หรือระหว่างสมัยพาลีโอซีน-อีโอซีน (Paleocene-Eocene) ในมหายุคซีโนโซอิก (Cenozoic)
ที่มา : ASTV
รายงานสถานการณ์ทางทะเลล่าสุดจากการรวมตัวกันของนักวิชาการหลากหลายสาขา ทั้งนักนิเวศวิทยาแนวปะการัง นักพิษวิทยา และนักวิชาการประมง ในการประชุมที่จัดขึ้นโดยโครงการสากลว่าด้วยสถานการณ์มหาสมุทร (International Programme on the State of the Ocean, IPSO) ระบุว่า การประมงเกินขนาด มลภาวะและ! การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้ส่งผลกระทบในแบบที่เราไม่เคยตระหนักมาก่อน และผลกระทบกำลังย้อนกลับมายังมนุษย์
นอกจากนี้ ยังมีอัตราเร่งในการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ เช่น การละลายของแผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์และแอนตาร์กติก ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น และการปล่อยก๊าซมีเทนที่ถูกกักเก็บไว้ที่ก้นทะเลมากขึ้น แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กังวลมากกว่านั้น คือ รูปแบบที่ปัญหาต่างๆ ที่ส่งผลเสริมกัน จนคุกคามสิ่งมีชีวิตทางทะเลมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การพบอนุภาคพลาสติกเล็กๆ ที่มีสารพิษติดแน่นอยู่ที่ก้นทะเล ทำให้ปริมาณสารพิษในก้นทะเลมากขึ้น และปลาที่อยู่ในน้ำลึกก็รับสารพิษไปด้วย
อนุภาคพลาสติกยังช่วยลำเลียงสาหร่ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ทำให้เกิดปรากฏการณ์การแพร่กระจายของสาหร่ายที่เป็นพิษอย่างรวดเร็วหรือปรากฏการณ์สาหร่ายสะพรั่ง (algal bloom) เพิ่มขึ้น ซึ่งปรากฏการณ์นี้ยังเป็นผลจากปุ๋ยในพื้นที่เกษตร ซึ่งไหลทะลักล! งไปปนเปื้อนน้ำทะเลอีกด้วย นอกจากนี้การเป็นกรดของน้ำทะเล อุณหภู! มิที่สูง ขึ้น มลพิษจากท้องถิ่น และการประมงเกินขนาด ได้ส่งผลเสริมกันในการคุกคามแนวปะการังมากขึ้น โดย 3 ใน 4 ของแนวปะการังทั่วโลกกำลังเสี่ยงต่อการลดลงอย่างรุนแรง
สำนักข่าวบีบีซี ระบุว่า โลกผ่าน “การสูญพันธุ์” ครั้งใหญ่มาแล้ว 5 ครั้ง โดยมีสาเหตุจากเหตุการณ์ทางธรรมชาติอย่างอุกกาบาตพุ่งชนโลก แต่ตอนนี้มีการพูดถึงบ่อยครั้งว่า การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ต่อไปจะเป็นผลจากการกระทำหลายๆ อย่างของมนุษย์ แม้รายงานของIPSO สรุปว่ายังเร็วเกินไปที่จะกล่าวเช่นนั้น แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นได้และเกิดขึ้นเร็วกว่าคาบการสูญพันธุ์ใหญ่ทั้งหมดที่ผ่านมา
ศาสตราจารย์โรเจอร์ จากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ของโครงการ IPSO กล่าวว่า สิ่งที่เราเผชิญอยู่นี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยพบในข้อมูลที่ได้จากฟอสซิล สิ่งแวดล้อมปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก และจนโลกของเรามีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด แต่อัตราการสูญพันธุ์ในตอนนี้ก็สูงกว่าสิ่งที่เกิดขึ! ้นในอดีตมาก และสิ่งที่เราเผชิญอยู่นี้คือเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่ระดับโลกอย่างแน่นอน
ในรายงานของ IPSO ระบุอีกว่า เหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่ก่อนหน้านี้สัมพันธ์กับแนวโน้มที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทั้งการที่วัฏจักรคาร์บอน (carbon cycle) ถูกรบกวน ความเป็นกรดของน้ำทะเล และการลดลงของออกซิเจนในน้ำทะเลหรือที่เรียกว่า “ไฮโปเซีย” (hypoxia) และระดับคาร์บอนไดออกไซด์ที่มหาสมุทรดูดซับยังสูงกว่าระดับที่พบในยุคการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสัตว์น้ำเมื่อ 55 ล้านปีก่อน หรือระหว่างสมัยพาลีโอซีน-อีโอซีน (Paleocene-Eocene) ในมหายุคซีโนโซอิก (Cenozoic)
ที่มา : ASTV
วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ประเด็นข้าว GM ในจีน
หลายประเทศ รวมทั้งจีน เริ่มกล่าวถึงประเด็นเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ทำให้ประเด็นข้าวดัดแปลงพันธุกรรม หรือข้าว GM ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายมานานหลายปีในจีน ถูกนำมากล่าวถึงอีกครั้ง
เมื่อปี 2552 ข้าว GM สองสายพันธุ์ได้รับการรับรองให้ทดลองปลูกในแปลงเปิดในจีนได้ แต่ไม่อนุญาตให้จำหน่ายใทางการค้า เมื่อเดือนมกราคม 2554 กระทรวงเกษตรจีนกล่าวว่า ไม่อนุญาตให้ปลูกธัญพืชตัดต่อพันธุกรรมนอกแปลงทดลอง แต่เมื่อเดือนเมษายน 2554 กระทรวงสิ่งแวดล้อมจีนกลับระบุว่า จากการสำรวจร่วมกันของ 4 กรม พบว่า มีเมล็ดพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรมปรากฎในหลายจังหวัด เนื่องจากการจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2549 ถึงเดือนพฤษภาคม 2554 ระบบเตือนภัยอาหารและอาหารสัตว์ของสหภาพยุโรป ยังแจ้งเตือนการพบอาหารจากจีนปนเปื้อนข้าว GM มากถึง 115 ครั้ง นายฟาง ลี่เฟิง ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรของจีน สมาชิกกลุ่มกรีนพีซ กล่าวว่า พบเมล็ดพันธุ์ GM ในจีนตั้งแต่ปี 2548 และเมื่อปี 2553 พบในตลาดจังหวัดหูเป่ย หูหนานและเจียงซี นักสิ่งแวดล้อมและนักวิทยาศาสตร์จีนบางรายออกมาเตือนถึงผลกระทบในระยะยาวที่ยังไม่สามารถทราบแน่ชัดของข้าว GM ต่อความหลากหลายทางชีวภาพและสุขภาพมนุษย์ นอกจากนี้ เมล็ดพืช GM มีราคาสูงกว่าเมล็ดปกติ 2-5 เท่า แต่ในแง่ของผลผลิตต่อไร่ไม่แตกต่างกันมากนัก
ปักกิ่งเป็นเมืองที่เห็นด้วยกับการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ และอนุญาตให้ปลูกพืช GM หลายชนิด อาทิ ฝ้าย พริกไทย มะเขือเทศ และมะละกอ และให้นำเข้าถั่วเหลืองและข้าวโพด GM เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารแต่สำหรับข้าวที่เป็นอาหารหลักของประชาชน 1.3 พันล้าน ยังคงเป็นประเด็นปัญหาที่อ่อนไหวอยู่ ผู้สนับสนุนข้าว GM กล่าวว่า ข้าว GM ทนต่อความแห้งแล้งได้ดีกว่า ทำให้ผลผลิตต่อไร่มากกว่าข้าวปกติ และหากมียีน Bt จะช่วยลดการใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างมาก ราวปี 2555-2556 น่าจะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในทางการค้า แต่อาจไม่ได้รับอนุญาตให้ปลูกในปริมาณมาก
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของข้าว GM ที่ถูกพัฒนาขึ้นในจีน เนื่องจากยีน Bt ถูกจดสิทธิบัตรโดยบริษัท Monsanto ของสหรัฐฯ ไว้แล้ว จึงอาจมีการฟ้องร้องค่าเสียหาย หากว่าจีนมีการจำหน่ายทางการค้า
เมื่อปี 2552 ข้าว GM สองสายพันธุ์ได้รับการรับรองให้ทดลองปลูกในแปลงเปิดในจีนได้ แต่ไม่อนุญาตให้จำหน่ายใทางการค้า เมื่อเดือนมกราคม 2554 กระทรวงเกษตรจีนกล่าวว่า ไม่อนุญาตให้ปลูกธัญพืชตัดต่อพันธุกรรมนอกแปลงทดลอง แต่เมื่อเดือนเมษายน 2554 กระทรวงสิ่งแวดล้อมจีนกลับระบุว่า จากการสำรวจร่วมกันของ 4 กรม พบว่า มีเมล็ดพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรมปรากฎในหลายจังหวัด เนื่องจากการจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2549 ถึงเดือนพฤษภาคม 2554 ระบบเตือนภัยอาหารและอาหารสัตว์ของสหภาพยุโรป ยังแจ้งเตือนการพบอาหารจากจีนปนเปื้อนข้าว GM มากถึง 115 ครั้ง นายฟาง ลี่เฟิง ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรของจีน สมาชิกกลุ่มกรีนพีซ กล่าวว่า พบเมล็ดพันธุ์ GM ในจีนตั้งแต่ปี 2548 และเมื่อปี 2553 พบในตลาดจังหวัดหูเป่ย หูหนานและเจียงซี นักสิ่งแวดล้อมและนักวิทยาศาสตร์จีนบางรายออกมาเตือนถึงผลกระทบในระยะยาวที่ยังไม่สามารถทราบแน่ชัดของข้าว GM ต่อความหลากหลายทางชีวภาพและสุขภาพมนุษย์ นอกจากนี้ เมล็ดพืช GM มีราคาสูงกว่าเมล็ดปกติ 2-5 เท่า แต่ในแง่ของผลผลิตต่อไร่ไม่แตกต่างกันมากนัก
ปักกิ่งเป็นเมืองที่เห็นด้วยกับการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ และอนุญาตให้ปลูกพืช GM หลายชนิด อาทิ ฝ้าย พริกไทย มะเขือเทศ และมะละกอ และให้นำเข้าถั่วเหลืองและข้าวโพด GM เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารแต่สำหรับข้าวที่เป็นอาหารหลักของประชาชน 1.3 พันล้าน ยังคงเป็นประเด็นปัญหาที่อ่อนไหวอยู่ ผู้สนับสนุนข้าว GM กล่าวว่า ข้าว GM ทนต่อความแห้งแล้งได้ดีกว่า ทำให้ผลผลิตต่อไร่มากกว่าข้าวปกติ และหากมียีน Bt จะช่วยลดการใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างมาก ราวปี 2555-2556 น่าจะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในทางการค้า แต่อาจไม่ได้รับอนุญาตให้ปลูกในปริมาณมาก
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของข้าว GM ที่ถูกพัฒนาขึ้นในจีน เนื่องจากยีน Bt ถูกจดสิทธิบัตรโดยบริษัท Monsanto ของสหรัฐฯ ไว้แล้ว จึงอาจมีการฟ้องร้องค่าเสียหาย หากว่าจีนมีการจำหน่ายทางการค้า
เบอร์เกอร์วัวฝรั่งเศสกระตุ้นความวิตกเชื้อ E. coli ระลอกใหม่
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2554 เด็ก 6 คน อายุระหว่าง 12 เดือนและ 8 ปี ซึ่งอยู่ในเมืองต่างๆของเขต Pas de Calais ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมือง Lille หลังจากมีอาการท้องร่วงจนมีเลือดออก เด็กหนึ่งคนออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่อีก 5 คน ยังมีอาการหนักและยังต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 3 รายรักษาด้วยวิธีล้างไตทางเลือด (Hemodialysis) คาดว่าสาเหตุมาจากการรับประทานแฮมเบอร์เกอร์เนื้อวัวปนเปื้อนเชื้อ E.coli
เจ้าหน้าที่กล่าวเพิ่มเติมว่า เชื้อ E.coli ที่พบนั้นคาดว่าไม่ใช่เชื้อ E.coli ชนิดเดียวกันกับที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 37 ราย และเจ็บป่วย 3,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของเยอรมนี บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นผู้ผลิตไส้เบอร์เกอร์เนื้อวัวแช่แข็งที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุของเชื้อE. coli ในฝรั่งเศสนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวออกจากตลาด โดยโฆษกของบริษัทกล่าวว่า เนื้อวัวดังกล่าวซื้อมาจากบริษัทจัดหาซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง Saint-Dizier ในฝรั่งเศส และแม้ว่าไส้แฮมเบอร์เกอร์จะผลิตในฝรั่งเศส แต่บริษัทจัดหาเนื้อวัวอาจซื้อเนื้อวัวมาจากเยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ หรือ ประเทศอื่นๆ
เจ้าหน้าที่กล่าวเพิ่มเติมว่า เชื้อ E.coli ที่พบนั้นคาดว่าไม่ใช่เชื้อ E.coli ชนิดเดียวกันกับที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 37 ราย และเจ็บป่วย 3,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของเยอรมนี บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นผู้ผลิตไส้เบอร์เกอร์เนื้อวัวแช่แข็งที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุของเชื้อE. coli ในฝรั่งเศสนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวออกจากตลาด โดยโฆษกของบริษัทกล่าวว่า เนื้อวัวดังกล่าวซื้อมาจากบริษัทจัดหาซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง Saint-Dizier ในฝรั่งเศส และแม้ว่าไส้แฮมเบอร์เกอร์จะผลิตในฝรั่งเศส แต่บริษัทจัดหาเนื้อวัวอาจซื้อเนื้อวัวมาจากเยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ หรือ ประเทศอื่นๆ
ป้ายกำกับ:
กระตุ้น,
เชื้อ E. coli,
เบอร์เกอร์,
ฝรั่งเศส,
วัว
จีนเรียกคืนสินค้า หวั่นปนเปื้อนสารเคมีที่ถูกระงับการใช้
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2554 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (SFDA) ของจีน เปิดเผยว่า ประกาศเรียกคืนสินค้า หลังพบว่าปนเปื้อนสารพลาสติไซเซอร์ที่ถูกระงับการใช้ Di-isodecyl phthalate (DIDP) ซึ่งใช้เป็นสารเติมแต่งในการผลิตพลาสติก เพื่อช่วยให้ยืดหยุ่นมากขึ้น
เจ้าหน้าที่จีนสั่งให้ระงับการบริโภคและจำหน่ายในทันที และเรียกคืนสินค้าที่นำเข้ามาในตลาดของจีน แต่ทั้งนี้ ไม่ได้ระบุว่า พบสารเคมีต้องห้ามในยาเป็นจำนวนเท่าไหร่ โดย Augmentin Syrup เป็นยาที่ส่วนใหญ่สั่งให้เด็กบริโภค อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานผลเสียต่อสุขภาพ หลังการใช้ยาดังกล่าว
ผู้ผลิตกล่าวว่า ปริมาณสารเคมี DIDP ในยามีปริมาณน้อยมาก และต่ำกว่าปริมาณที่สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ระบุว่า ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่ทั้งนี้ผู้ผลิตจะปฏิบัติตามที่ SFDA ตัดสินใจ โดยจะเรียกคืนยาทั้งหมดที่วางจำหน่ายในจีน และยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจใส่สาร DIDP เป็นส่วนผสมใน Augmentin Syrup เบื้องต้นคาดว่า ที่มาของสาร DIDP น่าจะมาจากพลาสติกด้านในของฝาขวด
สารพลาสติไซเซอร์ชนิดนี้เป็นตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลในไต้หวันและฮ่องกง เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 54 โดยโรงพยาบาลหลายแห่งในไต้หวันหยุดการใช้ยาดังกล่าว แม้ว่ากรมสุขภาพท้องถิ่นจะระบุว่า ปริมาณสารเคมีดังกล่าวที่ตรวจพบอยุ่ในระดับที่ปลอดภัย ขณะนี้ ในตำรับยาของจีนปี 2553 อนุญาตให้ใช้สารประเภทพลาสติไซเซอร์ในการผลิตยาเพียง 3 ชนิด ได้แก่ DMP, DEP และ DBP
อนึ่ง จากการทดสอบในสัตว์พบว่า การบริโภค DIDP ในปริมาณสูง อาจส่งผลกระทบต่อตับ แต่ในมนุษย์ยังไม่มีรายงานผลกระทบมากนัก
เจ้าหน้าที่จีนสั่งให้ระงับการบริโภคและจำหน่ายในทันที และเรียกคืนสินค้าที่นำเข้ามาในตลาดของจีน แต่ทั้งนี้ ไม่ได้ระบุว่า พบสารเคมีต้องห้ามในยาเป็นจำนวนเท่าไหร่ โดย Augmentin Syrup เป็นยาที่ส่วนใหญ่สั่งให้เด็กบริโภค อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานผลเสียต่อสุขภาพ หลังการใช้ยาดังกล่าว
ผู้ผลิตกล่าวว่า ปริมาณสารเคมี DIDP ในยามีปริมาณน้อยมาก และต่ำกว่าปริมาณที่สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ระบุว่า ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่ทั้งนี้ผู้ผลิตจะปฏิบัติตามที่ SFDA ตัดสินใจ โดยจะเรียกคืนยาทั้งหมดที่วางจำหน่ายในจีน และยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจใส่สาร DIDP เป็นส่วนผสมใน Augmentin Syrup เบื้องต้นคาดว่า ที่มาของสาร DIDP น่าจะมาจากพลาสติกด้านในของฝาขวด
สารพลาสติไซเซอร์ชนิดนี้เป็นตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลในไต้หวันและฮ่องกง เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 54 โดยโรงพยาบาลหลายแห่งในไต้หวันหยุดการใช้ยาดังกล่าว แม้ว่ากรมสุขภาพท้องถิ่นจะระบุว่า ปริมาณสารเคมีดังกล่าวที่ตรวจพบอยุ่ในระดับที่ปลอดภัย ขณะนี้ ในตำรับยาของจีนปี 2553 อนุญาตให้ใช้สารประเภทพลาสติไซเซอร์ในการผลิตยาเพียง 3 ชนิด ได้แก่ DMP, DEP และ DBP
อนึ่ง จากการทดสอบในสัตว์พบว่า การบริโภค DIDP ในปริมาณสูง อาจส่งผลกระทบต่อตับ แต่ในมนุษย์ยังไม่มีรายงานผลกระทบมากนัก
เตือนผู้ประกอบการระวังผู้กล่าวอ้างให้ประเทศที่สามขึ้นทะเบียนสินค้าก่อนส่งออกไปสเปน
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2554 กระทรวงสาธารณสุขและคุ้มครองผู้บริโภคสเปน (SANIDAD) แจ้งเตือนมายังสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ว่าขณะนี้มีกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดี แอบอ้างชื่อ SANIDAD ในการออกข้อกำหนดว่า ขณะนี้การขนส่งสินค้าอาหารจากประเทศที่สาม เพื่อไปจำหน่ายยังสเปนต้องขึ้นทะเบียนสินค้าดังกล่าวกับสเปนก่อนจึงจะส่งออกได้ โดยเรียกค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนสินค้าครั้งละ 500-750 ยูโร โดยใช้อีเมลล์ว่า agenciadesalud@gawab.com หรือ agenciadesalud@ozu.es
ทั้งนี้ ทาง SANIDAD แจ้งเตือนมายังผู้ส่งออกไทยว่า อย่าเชื่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากไม่เป็นความจริง หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อมายัง SANIDAD โดยตรงที่อีเมลล์ saniext@mspsi.es
ทั้งนี้ ทาง SANIDAD แจ้งเตือนมายังผู้ส่งออกไทยว่า อย่าเชื่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากไม่เป็นความจริง หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อมายัง SANIDAD โดยตรงที่อีเมลล์ saniext@mspsi.es
ป้ายกำกับ:
เตือน,
ทะเบียน,
ประเทศ,
ผู้กล่าวอ้าง,
ผู้ประกอบการ,
ระวัง,
ส่งออก,
สเปน,
สินค้า
อียูยกเลิกร่างก.ม.ติดฉลากเนื้อฮาลาลและโคเชอร์
คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปและรัฐสภาพยุโรปเห็นชอบที่ถอดการติดฉลากเนื้อสัตว์ฮาลาลและโคเชอร์ออกจากร่างกฎหมายการติดฉลากใหม่ของสหภาพยุโรป ซึ่งจากเดิมเคยมีการเสนอให้อาหารทั้งสองประเภทติดฉลากด้วยคำว่า “เนื้อสัตว์จากโรงเชือดที่ไม่ผ่านการทำให้สลบ”
จีนเตรียมติดตั้งระบบติดตามเนื้อสัตว์และผักภายในปี 2558
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2554 กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศว่า จีนจะติดตั้งระบบติดตามเนื้อสัตว์และผักในเมืองที่มีประชากรกว่า 1 ล้านคน ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2558 เพื่อยกระดับความปลอดภัยอาหาร โดยระบบติดตามดังกล่าวจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับห่วงโซ่การผลิต การหมุนเวียน และการบริโภคเนื้อสัตว์และผัก
นาย Yao Jian โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวว่า เมื่อปี 2553 จีนติดตั้งระบบติดตามอาหารใน 10 เมือง ซึ่งได้แก่ เซี่ยงไฮ้และต้าเหลียน เพื่อป้องกันผู้บริโภคจากอันตราย ในปี้นี้จีนเริ่มติดตั้งระบบติดตามอาหารในอีก 10 เมือง ซึ่งได้แก่เทียนจิน และจี่หนาน ขณะนี้ ระบบครอบคลุมโรงฆ่าสัตว์จำนวน 176 แห่ง ตลาดขายส่งขนาดใหญ่จำนวน 100 แห่ง ตลาดอาหารกว่า 3,000 แห่ง เครือข่ายซุปเปอร์มาร์เก็ตกว่า 1,400 แห่ง และ กลุ่มผู้บริโภคกว่า 4,400 กลุ่ม
ทั้งนี้ ระบบติดตามอาหารดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเนื่องจากจะช่วยให้ทางการตรวจสอบได้รวดเร็วว่าเนื้อสัตว์และผักที่ปนเปื้อนผลิตเมื่อใดและจากที่ใด ดังนั้นเกษตรกรจะไม่ได้รับผลกระทบจากการตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นได้
แจ้งข่าวประกาศ มกอช.
นาย Yao Jian โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวว่า เมื่อปี 2553 จีนติดตั้งระบบติดตามอาหารใน 10 เมือง ซึ่งได้แก่ เซี่ยงไฮ้และต้าเหลียน เพื่อป้องกันผู้บริโภคจากอันตราย ในปี้นี้จีนเริ่มติดตั้งระบบติดตามอาหารในอีก 10 เมือง ซึ่งได้แก่เทียนจิน และจี่หนาน ขณะนี้ ระบบครอบคลุมโรงฆ่าสัตว์จำนวน 176 แห่ง ตลาดขายส่งขนาดใหญ่จำนวน 100 แห่ง ตลาดอาหารกว่า 3,000 แห่ง เครือข่ายซุปเปอร์มาร์เก็ตกว่า 1,400 แห่ง และ กลุ่มผู้บริโภคกว่า 4,400 กลุ่ม
ทั้งนี้ ระบบติดตามอาหารดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเนื่องจากจะช่วยให้ทางการตรวจสอบได้รวดเร็วว่าเนื้อสัตว์และผักที่ปนเปื้อนผลิตเมื่อใดและจากที่ใด ดังนั้นเกษตรกรจะไม่ได้รับผลกระทบจากการตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นได้
แจ้งข่าวประกาศ มกอช.
จีนผ่อนกฎนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่น
สำนักงานควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคจีน(AQSIQ) กล่าวว่า จีนตัดสินใจผ่อนผันกฎการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารและการเกษตรจากญี่ปุ่น หลังจากประเมินความเสี่ยงด้านการปนเปื้อนกัมมันตรังสีในผลิตภัณฑ์อาหารและการเกษตรในเขตที่อยู่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 มิถุนายน 2554
จีนจะยกเลิกการห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร การเกษตร และปุ๋ยซึ่งผลิตหลังจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2554 ในจังหวัดยามานาชิและยามากาตะ แต่จะยังห้ามการนำเข้าใน 10 จังหวัดซึ่งเกรงว่าจะมีการปนเปื้อนของกัมมันตรังสี
นอกจากนี้ยังได้ยกเลิกการส่งใบรับรองความปลอดภัยจากกัมมันตรังสีในผลิตภัณฑ์อาหาร การเกษตรและปุ๋ย อย่างไรก็ตามการยกเลิกไม่ครอบคลุมถึงผัก ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ใบชา ผลไม้ พืช GMO เพื่อผลิตยา และอาหารที่นำเข้าจากญี่ปุ่นทุกรายการจะต้องแนบใบรับรองแหล่งกำเนิดอย่างเป็นทางการ
แจ้งข่าวประกาศ มกอช.
จีนจะยกเลิกการห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร การเกษตร และปุ๋ยซึ่งผลิตหลังจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2554 ในจังหวัดยามานาชิและยามากาตะ แต่จะยังห้ามการนำเข้าใน 10 จังหวัดซึ่งเกรงว่าจะมีการปนเปื้อนของกัมมันตรังสี
นอกจากนี้ยังได้ยกเลิกการส่งใบรับรองความปลอดภัยจากกัมมันตรังสีในผลิตภัณฑ์อาหาร การเกษตรและปุ๋ย อย่างไรก็ตามการยกเลิกไม่ครอบคลุมถึงผัก ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ใบชา ผลไม้ พืช GMO เพื่อผลิตยา และอาหารที่นำเข้าจากญี่ปุ่นทุกรายการจะต้องแนบใบรับรองแหล่งกำเนิดอย่างเป็นทางการ
แจ้งข่าวประกาศ มกอช.
วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ราคาผักและผลไม้ในสเปนร่วง เหตุถูกเข้าใจผิดเรื่องเชื้อ E. coli
กระทรวงสิ่งแวดล้อมสเปนเปิดเผยว่า ราคาผลไม้และผักในสเปนลดลงอย่างมากนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์เชื้อ E. coli ระบาดในแตงกวา
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2554 รายงานประจำสัปดาห์ของกระทรวงสิ่งแวดล้อมแสดงให้เห็นว่าระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม ถึงวันที่ 5 มิถุนายน ราคาสินค้าเกษตรของสเปนลดลง 42 % โดยเฉลี่ย เนื่องจากการขาดความมั่นใจและการซื้อขายในตลาด
แม้ว่าขณะนี้มีการยืนยันว่าถั่วงอกในเยอรมนีเป็นสาเหตุของเชื้อ E.coli แ! ต่ผลิตผลทางการเกษตรของสเปน อาทิ แตงกวา มะเขือเทศ พริกไทย และผลไม้ถูกโจมตีอย่างหนักจากรัฐบาลเยอรมนีในเบื้องต้นและเป็นการโจมตีที่ผิด เนื่องจากกล่าวหาว่าแตงกวาของสเปนเป็นสาเหตุของการระบาด
แม้กระทั่งราคาของผลิตผลซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับแตงกวาก็ปรับลดลงอย่างมาก โดยสหภาพยุโรปได้จัดสรรเงินจำนวน 210 ล้านยูโร (302 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายแก่ภาคเกษตรกรรมของสเปน แต่รัฐบาลของนาย Jose Luis Rodriguez Zapatero เห็นว่าเงินจำนวนนี้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความเสียหายซึ่งประมาณการไว้ที่ 200 ล้านยูโร (288 ล้านดอลลาร์) ต่อสัปดาห์ตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้สเปนยังไม่ได้ตัดสินใจอย่างเป็นทางการว่าจะดำเนินการทางกฎหมายต่อเยอรมนีหรือไม่
ที่มา : Xinhua
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2554 รายงานประจำสัปดาห์ของกระทรวงสิ่งแวดล้อมแสดงให้เห็นว่าระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม ถึงวันที่ 5 มิถุนายน ราคาสินค้าเกษตรของสเปนลดลง 42 % โดยเฉลี่ย เนื่องจากการขาดความมั่นใจและการซื้อขายในตลาด
แม้ว่าขณะนี้มีการยืนยันว่าถั่วงอกในเยอรมนีเป็นสาเหตุของเชื้อ E.coli แ! ต่ผลิตผลทางการเกษตรของสเปน อาทิ แตงกวา มะเขือเทศ พริกไทย และผลไม้ถูกโจมตีอย่างหนักจากรัฐบาลเยอรมนีในเบื้องต้นและเป็นการโจมตีที่ผิด เนื่องจากกล่าวหาว่าแตงกวาของสเปนเป็นสาเหตุของการระบาด
แม้กระทั่งราคาของผลิตผลซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับแตงกวาก็ปรับลดลงอย่างมาก โดยสหภาพยุโรปได้จัดสรรเงินจำนวน 210 ล้านยูโร (302 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายแก่ภาคเกษตรกรรมของสเปน แต่รัฐบาลของนาย Jose Luis Rodriguez Zapatero เห็นว่าเงินจำนวนนี้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความเสียหายซึ่งประมาณการไว้ที่ 200 ล้านยูโร (288 ล้านดอลลาร์) ต่อสัปดาห์ตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้สเปนยังไม่ได้ตัดสินใจอย่างเป็นทางการว่าจะดำเนินการทางกฎหมายต่อเยอรมนีหรือไม่
ที่มา : Xinhua
แคนาดาไฟเขียวนำเข้าอาหารญี่ปุ่น
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2554 รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า แคนาดายกเลิกข้อจำกัดการนำเข้าอาหารญี่ปุ่นทั้งหมดแล้วเนื่องจากผลการทดสอบอาหารญี่ปุ่นทั้งหมดมีค่ากัมมันตรังสีต่ำกว่าที่กำหนดไว้มาก โดยก่อนหน้านี้แคนาดาออกข้อจำกัดดังกล่าวเนื่องจากเกรงกลัวการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีจากวิกฤตโรงไฟฟ้าฟูกุชิมะ ไดอิจิ และถือว่าเป็นประเทศแรกที่ยกเลิกข้อจำกัดการนำเข้าอาหารญี่ปุ่นทั้งหมด ขณะที่อีก 40 ประเทศยังคงจำกัดการนำเข้าอาหารญี่ปุ่นต่อไป
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2554 สำนักงานตรวจสอบอาหารแคนาดา (CFIA) กล่าวว่าจากการประเมินพบว่าไม่จำเป็นที่ต้องทดสอบอาหารนำ! เข้าเป็นประจำ และกล่าวเสริมว่าทางการสาธารณสุขแคนาดาจะดำเนินการตรวจติดตามอาหารที่จำหน่ายในประเทศอย่างสม่ำเสมอซึ่งรวมถึงอาหารที่มาจากญี่ปุ่นด้วย
ทั้งนี้ CFIA กำหนดให้อาหารทั้งหมดจาก 12 จังหวัดได้แก่ จังหวัดฟุกุชิมะและจังหวัดในบริเวณใกล้เคียงที่นำเข้าแคนาดาจะต้องแสดงผลการทดสอบเพื่อพิสูจน์ว่าปลอดภัยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554 และกำหนดให้อาหารนำเข้าจากญี่ปุ่นที่มาจากจังหวัดอื่นต้องแสดงใบรับรองต้นกำเนิดอีกด้วย
ในปี 2553 ญี่ปุ่นส่งออกสินค้าเกษตรและประมงไปยังแคนาดาคิดเป็นมูลค่า 4.6 พันล้านเยน
อนึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 จีนเคยระบุว่าอาจจะลดข้อจำกัดการควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรจากญี่ปุ่น แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดหรือกฎเกณฑ์ที่แน่ชัดในเรื่องนี้
ที่มา : Manufacturing.Net
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2554 สำนักงานตรวจสอบอาหารแคนาดา (CFIA) กล่าวว่าจากการประเมินพบว่าไม่จำเป็นที่ต้องทดสอบอาหารนำ! เข้าเป็นประจำ และกล่าวเสริมว่าทางการสาธารณสุขแคนาดาจะดำเนินการตรวจติดตามอาหารที่จำหน่ายในประเทศอย่างสม่ำเสมอซึ่งรวมถึงอาหารที่มาจากญี่ปุ่นด้วย
ทั้งนี้ CFIA กำหนดให้อาหารทั้งหมดจาก 12 จังหวัดได้แก่ จังหวัดฟุกุชิมะและจังหวัดในบริเวณใกล้เคียงที่นำเข้าแคนาดาจะต้องแสดงผลการทดสอบเพื่อพิสูจน์ว่าปลอดภัยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554 และกำหนดให้อาหารนำเข้าจากญี่ปุ่นที่มาจากจังหวัดอื่นต้องแสดงใบรับรองต้นกำเนิดอีกด้วย
ในปี 2553 ญี่ปุ่นส่งออกสินค้าเกษตรและประมงไปยังแคนาดาคิดเป็นมูลค่า 4.6 พันล้านเยน
อนึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 จีนเคยระบุว่าอาจจะลดข้อจำกัดการควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรจากญี่ปุ่น แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดหรือกฎเกณฑ์ที่แน่ชัดในเรื่องนี้
ที่มา : Manufacturing.Net
มะกันออกกฎนำเข้าเงาะสดจากมาเลย์และเวียดนาม
หน่วยบริการตรวจสอบสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (APHIS) ภายใต้กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ได้ออกกฎระเบียบอนุญาตนำเข้าเงาะสดจากมาเลเซียและเวียดนาม โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1. เงาะที่ส่งออกจากมาเลเซียจะผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานอารักขาพืชของมาเลเซีย (NPPO) ตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในข้อกำหนดของ APHIS/USDA เพื่อรับรองว่าสินค้าทุกเที่ยวสินค้าปลอดจากเชื้อรา Oidium nephelii
2. เงาะที่ส่งออกมาจากทั้งสองประเทศดังกล่าว จะต้องถูกบำบัดโดยก! ารฉายรังสีที่ระดับปริมาณรังสีขั้นต่ำ 400 Gy ดังนี้
2.1 หากการฉายรังสีกระทำนอกสหรัฐฯ เงาะที่ส่งออกจากประเทศทั้งสองต้องเข้าร่วมโครงการตรวจรับรองล่วงหน้า (Preclearance program) เพื่อให้มีการสุ่มตรวจโดยเจ้าหน้าที่จาก APHIS ในประเทศที่ส่งออก และออกใบรับรองด้านสุขอนามัย (PC) โดยองค์กรอารักขาพืช (NPPO) ของประเทศส่งออกนั้นๆ เพื่อยืนยันขั้นตอนการผ่านการฉายรังสี สำหรับมาเลเซียต้องมีการระบุคำยืนยันว่า ปลอดจากเชื้อรา Oidium nephelii
2.2 หากบำบัดด้วยวิธีการฉายรังสีที่ปลายทาง ณ นำเข้า ของสหรัฐฯ เงาะที่ส่งออกจากมาเลเซียจะต้องได้รับการตรวจรับรองจากเจ้าหน้าที่อารักขาพืชจากมาเลเซียก่อนส่งออก และใบรับรองด้านสุขอนามัยพืช (PC) ระบุคำยืนยันว่า ปลอดจากเชื้อรา Oidium nephelii
&nbs! p; ! 3 . เงาะได้รับอนุญาตการนำเข้าสู่สหรัฐฯ เพื่อการพาณิชย์เท่านั้น
ทั้งนี้ กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2554
ที่มา : มกอช.
1. เงาะที่ส่งออกจากมาเลเซียจะผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานอารักขาพืชของมาเลเซีย (NPPO) ตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในข้อกำหนดของ APHIS/USDA เพื่อรับรองว่าสินค้าทุกเที่ยวสินค้าปลอดจากเชื้อรา Oidium nephelii
2. เงาะที่ส่งออกมาจากทั้งสองประเทศดังกล่าว จะต้องถูกบำบัดโดยก! ารฉายรังสีที่ระดับปริมาณรังสีขั้นต่ำ 400 Gy ดังนี้
2.1 หากการฉายรังสีกระทำนอกสหรัฐฯ เงาะที่ส่งออกจากประเทศทั้งสองต้องเข้าร่วมโครงการตรวจรับรองล่วงหน้า (Preclearance program) เพื่อให้มีการสุ่มตรวจโดยเจ้าหน้าที่จาก APHIS ในประเทศที่ส่งออก และออกใบรับรองด้านสุขอนามัย (PC) โดยองค์กรอารักขาพืช (NPPO) ของประเทศส่งออกนั้นๆ เพื่อยืนยันขั้นตอนการผ่านการฉายรังสี สำหรับมาเลเซียต้องมีการระบุคำยืนยันว่า ปลอดจากเชื้อรา Oidium nephelii
2.2 หากบำบัดด้วยวิธีการฉายรังสีที่ปลายทาง ณ นำเข้า ของสหรัฐฯ เงาะที่ส่งออกจากมาเลเซียจะต้องได้รับการตรวจรับรองจากเจ้าหน้าที่อารักขาพืชจากมาเลเซียก่อนส่งออก และใบรับรองด้านสุขอนามัยพืช (PC) ระบุคำยืนยันว่า ปลอดจากเชื้อรา Oidium nephelii
&nbs! p; ! 3 . เงาะได้รับอนุญาตการนำเข้าสู่สหรัฐฯ เพื่อการพาณิชย์เท่านั้น
ทั้งนี้ กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2554
ที่มา : มกอช.
น้ำผึ้งจากอิตาลีปนเปื้อนยา Sulfathiazole ผ่านหน่วยงาน RASFF ของสหภาพยุโรป
สหภาพยุโรป (หน่วยงาน RASFF) ตรวจพบยา Sulfathiazole ที่ระดับ 23 ug/kg-ppb ปนเปื้อนในน้ำผึ้งของอิตาลีที่ส่งไปจำหน่ายยังประเทศไทย ไทยควรเพิ่มความระมัดระวังสินค้าน้ำผึ้งที่นำเข้าจากสหภาพยุโรป เนื่องจาก Sulfathiazole เป็นยาต้านจุลชีพที่ห้ามใช้ในสหภาพยุโรป หากยังคงมีการลักลอบใช้อยู่ซึ่งหากไทยตรวจพบและระงับการจำหน่ายในประเทศ จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงปัญหาของสินค้ามิใช่มีแต่จากไทยไปยังสหภาพยุโรป แต่สหภาพยุโรปเองก็มีปัญหาเช่นกัน
ที่มา : มกอช
ที่มา : มกอช
ป้ายกำกับ:
น้ำผึ้ง,
ปนเปื้อน,
ยา,
สหภาพยุโรป,
อิตาลี,
RASFF,
Sulfathiazole
รัฐบาลออสเตรเลียไฟแดงส่งออกวัวไปอินโด
รัฐบาลออสเตรเลียประกาศระงับการส่งออกวัวมีชีวิตไปยังอินโดนีเซียจนกว่าอินโดนีเซียจะมีการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์
นาย Joe Ludwig รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรจากรัฐบาลกลาง กล่าวว่า ต้องการให้มีการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และจะดำเนินการระงับการส่งออกจนกว่าจะมีการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ที่เพียงพอ ซึ่งการระงับการส่งออกอาจมีระยะเวลานานถึง 6 เดือน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลออสเตรเลียประกาศห้ามทำการค้าชั่วคราวกับโรงฆ่าสัตว์อ! ินโดนีเซีย 12 แห่ง หลังจากสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งรายงานเรื่องวัวจากออสเตรียเลียได้รับการปฏิบัติอย่างทารุณ ด้านนาย Rohan Sullivan ประธานสมาคมผู้เลี้ยงโคทางเขตเหนือกล่าวว่าการระงับดีกว่าการห้ามส่งออก
ด้านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรอินโดนีเซียกล่าวกับสำนักข่าว ABC ว่า กระทรวงได้ทำข้อตกลงกับออสเตรเลียในการระบุหาโรงฆ่าสัตว์ที่ปฏิบัติตามมาตรฐานสูงสุดและวางแผนระยะยาวในการปรับปรุงโรงฆ่าสัตว์ที่เหลือ ซึ่งมีโรงฆ่าสัตว์ 25 แห่งในอินโดนีเซียได้รับการระบุว่าปฏิบัติตามมาตรฐานของออสเตรเลีย
ที่มา : Radio Australia News
นาย Joe Ludwig รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรจากรัฐบาลกลาง กล่าวว่า ต้องการให้มีการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และจะดำเนินการระงับการส่งออกจนกว่าจะมีการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ที่เพียงพอ ซึ่งการระงับการส่งออกอาจมีระยะเวลานานถึง 6 เดือน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลออสเตรเลียประกาศห้ามทำการค้าชั่วคราวกับโรงฆ่าสัตว์อ! ินโดนีเซีย 12 แห่ง หลังจากสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งรายงานเรื่องวัวจากออสเตรียเลียได้รับการปฏิบัติอย่างทารุณ ด้านนาย Rohan Sullivan ประธานสมาคมผู้เลี้ยงโคทางเขตเหนือกล่าวว่าการระงับดีกว่าการห้ามส่งออก
ด้านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรอินโดนีเซียกล่าวกับสำนักข่าว ABC ว่า กระทรวงได้ทำข้อตกลงกับออสเตรเลียในการระบุหาโรงฆ่าสัตว์ที่ปฏิบัติตามมาตรฐานสูงสุดและวางแผนระยะยาวในการปรับปรุงโรงฆ่าสัตว์ที่เหลือ ซึ่งมีโรงฆ่าสัตว์ 25 แห่งในอินโดนีเซียได้รับการระบุว่าปฏิบัติตามมาตรฐานของออสเตรเลีย
ที่มา : Radio Australia News
UN เรียกร้องโลกให้อนุรักษ์ทะเลเพื่อสิ่งมีชีวิตรุ่นหลัง
นาย บัน คีมูน เลขาธิการสหประชาชาติได้ออกแถลงการณ์ในวันที่ 10 มิถุนายน2554 ซึ่งเป็นวันทะเลโลกของทุกปีเพื่อให้เห็นความสำคัญของวันดังกล่าว โดยเรียกร้องให้รัฐบาลและประชาชนของทุกชาติช่วยกันปกป้องรักษาทะเลเพื่อสิ่งมีชีวิตในรุ่นหลัง พร้อมทั้งเตือนว่าในอนาคต ทั่วโลกจะต้องเผชิญผลกระทบจากทะเลอย่างหนัก อาทิ การใช้ทรัพยากรทางทะเลจนหมด ผลกระทบจากสภาวะอากาศแปรปรวน ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยทางทะเล สถานะการตกงานของชาวประมง และปัญหาพื้นดินถูกแทนที่โดยทะเลซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่มา : FIS
ที่มา : FIS
ญี่ปุ่นห้ามส่งออกชาจาก 4 จังหวัด
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2554 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศห้ามส่งออกชาเขียวที่ปลูกใน 4 จังหวัด ได้แก่ โตชิกิ ชิบะ อิบารากิ และคานางะวะ เนื่องจากพบการปนเปื้อนสารซิเซียมเกินกว่าปริมาณที่กำหนด โดยระงับการส่งออกใบชาชนิดแห้งจาก 3 จังหวัด ได้แก่ โตชิกิ ชิบะ และคานางะวะ และชาเขียวทุกชนิดที่ปลูกในจังหวัดอิบารากิ
นับเป็นครั้งแรกที่ระงับการส่งออกชาเขียว หลังเกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิจิ ที่ประสบภัยพิบัติสึนามิ เมื่อเดือนมีนาคม 2554
ที่มา : Mainichi
นับเป็นครั้งแรกที่ระงับการส่งออกชาเขียว หลังเกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิจิ ที่ประสบภัยพิบัติสึนามิ เมื่อเดือนมีนาคม 2554
ที่มา : Mainichi
วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ธนาคารโลกมอบทุนพัฒนาความมั่นคงด้านอาหารเนปาล
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 54 ธนาคารโลกประกาศมอบเงินทุนจำนวน 46.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐให้เนปาล เพื่อช่วยเหลือด้านรายได้ของเกษตรกร และพัฒนาความมั่นคงด้านอาหาร ทุนจาก GASF นี้จะช่วยพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร รายได้ต่อครัวเรือน และความตระหนักถึงสุขภาพและโภชนาการ ซึ่งจะพัฒนาความมั่นคงด้านอาหารในภาคครัวเรือนที่ยากไร้ซึ่งมีความเสี่ยงขาดแคลนอาหารมากที่สุดภายใต้โครงการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารโลก (Global Agriculture and Food Security Program หรือ GAFSP)
ทุนดังกล่าวเป็นการมอบทุนเป็นครั้งที่ 3 ของ GAFSP จำนวน 160 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยให้ธนาคารโลกเ! ป็นผู้แจกจ่ายแก่ประเทศ กำพูชา ลิเบอเรีย ทาจิกิสถาน รวมถึงเนปาล
ที่มา : Press Trust of India
ทุนดังกล่าวเป็นการมอบทุนเป็นครั้งที่ 3 ของ GAFSP จำนวน 160 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยให้ธนาคารโลกเ! ป็นผู้แจกจ่ายแก่ประเทศ กำพูชา ลิเบอเรีย ทาจิกิสถาน รวมถึงเนปาล
ที่มา : Press Trust of India
ไต้หวันทำลายอาหารปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง 12 ตัน
ประธานาธิบดีหม่า อิงจิว และนายกรัฐมนตรีอู๋ ตุนอี้ แห่งไต้หวัน เป็นประธานในการเผาทำลายอาหารปนเปื้อนสารประกอบพลาสติกปริมาณกว่า 12 ตัน ที่โรงงานทำลายขยะในเมืองฉางฮัว นอกจากนี้ ยังมีการทำลายอาหารปนเปื้อนอีก 18 ตัน ตามโรงงานทำลายขณะต่างๆทั่วเกาะไต้หวัน หลังจากที่การทดสอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์ พบว่าในอาหารมีสาร DEHP ที่เป็นส่วนประกอบที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตพลาสติก เพื่อช่วยให้พลาสติกมีความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
รัฐบาลไต้หวันเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการปนเปื้อนในอาหารมากขึ้น หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียอีโคไลในทวีปยุโรป ! โดยรัฐสภาไต้หวัน เพิ่งผ่านกฎหมายด้านความปลอดภัยอาหารฉบับใหม่ ที่เพิ่มบทลงโทษผู้ประกอบการที่ละเมิดกฏ เป็นโทษปรับระหว่าง 300,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (10,500 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 6 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (209,000 ดอลลาร์สหรัฐ)และอาจถูกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจอีกด้วย
ทั้งนี้ เฉพาะในเดือนมิถุนายน มีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารไปแล้ว 23,435 รายการจาก 2,043 บริษัท
ที่มา : Voice TV
รัฐบาลไต้หวันเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการปนเปื้อนในอาหารมากขึ้น หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียอีโคไลในทวีปยุโรป ! โดยรัฐสภาไต้หวัน เพิ่งผ่านกฎหมายด้านความปลอดภัยอาหารฉบับใหม่ ที่เพิ่มบทลงโทษผู้ประกอบการที่ละเมิดกฏ เป็นโทษปรับระหว่าง 300,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (10,500 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 6 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (209,000 ดอลลาร์สหรัฐ)และอาจถูกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจอีกด้วย
ทั้งนี้ เฉพาะในเดือนมิถุนายน มีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารไปแล้ว 23,435 รายการจาก 2,043 บริษัท
ที่มา : Voice TV
นิวซีแลนด์ออกร่างข้อกำหนดมะม่วงสดนำเข้าจากอินเดีย
เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 นิวซีแลนด์ได้แจ้งเวียนประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเข้ามะม่วงสดจากอินเดีย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 โดยมีข้อกำหนดที่สำคัญดังต่อไปนี้
• มะม่วงที่จะส่งออกไปยังนิวซีแลนด์ต้องผ่านมาตรฐานสุขอนามัยพืชตาม The Import
Health Standard 152.02 (IHIS 152.02 Importation and Clearance of Fresh Fruit and Vegetables into New Zealand)
! ; • ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อราและแบคทีเรียซึ่งไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยตาเปล่าก่อนส่งมะม่วงสดมายังนิวซีแลนด์
• มะม่วงสดต้องมาจากสวนที่มีมาตรฐานการเพาะปลูก การควบคุมศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว และ การบรรจุหีบห่อ ระหว่างการเก็บเกี่ยว ถ้ามะม่วงถูกรบกวนจากศัตรูพืช ติดเชื้อ หรือเสียหายจะต้องคัดทิ้ง
• จัดการกับศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูงในมะม่วงก่อนส่งออก เช่น แมลงวันผลไม้ โดยใช้ไอน้ำร้อนที่อุณหภูมิใจกลางผลไม้ไม่น้อยกว่า 48 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 20 นาที ซึ่งการใช้ความร้อนจากไอน้ำจะต้องปฏิบัติตาม the Official Assurance Programme ที่ได้ตกลงกับ Plant Protection Quarantine and Storage (PPQS) กรมเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการเกษตรอินเดียและ กระทรวงเกษตรและป่าไม้นิวซีแลนด์(MAF)
&nb! sp; ! ; & nbsp; • ต้องได้รับใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) ที่ออกให้โดยหน่วยงานอารักขาพืชแห่งชาติ (NPPO) ของอินเดียก่อนส่งออกมายังนิวซีแลนด์
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.biosecurity.govt.nz/files/biosec/consult/draft_ihs_mango_india.pdf
ที่มา : มกอช.
• มะม่วงที่จะส่งออกไปยังนิวซีแลนด์ต้องผ่านมาตรฐานสุขอนามัยพืชตาม The Import
Health Standard 152.02 (IHIS 152.02 Importation and Clearance of Fresh Fruit and Vegetables into New Zealand)
! ; • ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อราและแบคทีเรียซึ่งไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยตาเปล่าก่อนส่งมะม่วงสดมายังนิวซีแลนด์
• มะม่วงสดต้องมาจากสวนที่มีมาตรฐานการเพาะปลูก การควบคุมศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว และ การบรรจุหีบห่อ ระหว่างการเก็บเกี่ยว ถ้ามะม่วงถูกรบกวนจากศัตรูพืช ติดเชื้อ หรือเสียหายจะต้องคัดทิ้ง
• จัดการกับศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูงในมะม่วงก่อนส่งออก เช่น แมลงวันผลไม้ โดยใช้ไอน้ำร้อนที่อุณหภูมิใจกลางผลไม้ไม่น้อยกว่า 48 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 20 นาที ซึ่งการใช้ความร้อนจากไอน้ำจะต้องปฏิบัติตาม the Official Assurance Programme ที่ได้ตกลงกับ Plant Protection Quarantine and Storage (PPQS) กรมเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการเกษตรอินเดียและ กระทรวงเกษตรและป่าไม้นิวซีแลนด์(MAF)
&nb! sp; ! ; & nbsp; • ต้องได้รับใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) ที่ออกให้โดยหน่วยงานอารักขาพืชแห่งชาติ (NPPO) ของอินเดียก่อนส่งออกมายังนิวซีแลนด์
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.biosecurity.govt.nz/files/biosec/consult/draft_ihs_mango_india.pdf
ที่มา : มกอช.
สเปนแจกผักสด ลดภาพลบต้นตอ E.coli - เยอรมันสัญญากู้ภาพลักษณ์ผักสเปน
หลังจากที่เยอรมนีระงับการนำเข้าผักจากสเปนเนื่องจากสันนิษฐานเบื้องต้นว่าสเปนเป็นต้นเหตุของเชื้อ E.coli ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 30 ราย และล้มป่วยกว่า 2,800 คน ส่งผลให้เกษตรกรสเปนขาดทุนเป็นมูลค่ากว่า 225 ล้านยูโรนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2554 และเกษตรกรอาจต้องกำจัด รวมถึงทำลายสินค้าหากไม่สามารถถ่ายเทสินค้าได้ สมาชิกขององค์กรเกษตรกรรมและสมัชชาเกษตรกรแห่งสเปน (COAG) จึงจัดโครงการ '40,000 กิโลกรัมเพื่อสุขภาพ' (40,000 kilos of health) โดยเป็นการนำผลิตภัณฑ์พืชผักของสมาชิก COAG มาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่จัตุรัสดาลี กลางกรุงมาดริดของสเปนกว่า 40,000 กิโลกรัม ซึ่งผักที่นำมาแจกได้ผ่านการตรวจสอบและยืนยันว่าปร! าศจากเชื้อ E.coli
ขณะที่นาย Diego Lopez Garrido รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรสเปนกล่าวหลังหารือกับนายWerner Hoyer รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของเยอรมนีว่า รัฐบาลเยอรมนีตกลงที่จะช่วยกู้ภาพลักษณ์ผักสเปนที่จำหน่ายในเยอรมนี หลังก่อนหน้านี้เคยกล่าวหาว่าผักสเปนเป็นที่มาของเชื้อ E. coli
ทั้งนี้สเปนเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายหลักของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะแตงกวาและมะเขือ และมีเยอรมนีเป็นตลาดส่งออกผักที่สำคัญ โดยสเปนส่งออกผักไปเยอรมนีถึง 25% ของผักที่สเปนส่งออกทั้งหมด
ที่มา : AFP – ASTV manager online - Voice News
ขณะที่นาย Diego Lopez Garrido รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรสเปนกล่าวหลังหารือกับนายWerner Hoyer รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของเยอรมนีว่า รัฐบาลเยอรมนีตกลงที่จะช่วยกู้ภาพลักษณ์ผักสเปนที่จำหน่ายในเยอรมนี หลังก่อนหน้านี้เคยกล่าวหาว่าผักสเปนเป็นที่มาของเชื้อ E. coli
ทั้งนี้สเปนเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายหลักของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะแตงกวาและมะเขือ และมีเยอรมนีเป็นตลาดส่งออกผักที่สำคัญ โดยสเปนส่งออกผักไปเยอรมนีถึง 25% ของผักที่สเปนส่งออกทั้งหมด
ที่มา : AFP – ASTV manager online - Voice News
ญี่ปุ่นเรียกคืนชาจากเมืองชิซุโอะกะ
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2554 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมืองชิซุโอะกะเปิดเผยว่า ตรวจพบสารกัมมันตรังสีในชาที่ปลูกที่เมืองชิซุโอะกะเกินกว่าค่าที่กำหนด ซึ่งเมืองนี้ถือเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมชาเขียวของญี่ปุ่น
|
โดยใบชาดังกล่าวตรวจพบสารซิเซียมในปริมาณ 679 Bq/kg ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้พบค่าซิเซียมไม่เกิน 500 Bq/kg นับว่าเป็นครั้งแรกที่ตรวจพบสารกัมมันตรังสีเกินกำหนดในชาเมืองชิซุโอะกะ ซึ่งเมืองดังกล่าวผลิตชาถึง 35,000 ตันต่อปี
คาดว่าสาเหตุการปนเป! ื้อนน่าจะมาจากการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีจากบริเวณโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิจิ ที่ห่างจากเมืองดังกล่าว 360 กิโลเมตร เนื่องจากสารกัมมันตรังสีมีการแพร่กระจายทั้งทางอากาศ ทางดินและทางทะเล จึงอาจต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าครึ่งปี เพื่อทำให้คงที่
ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าจะสุ่มตรวจใบชาของโรงงานชาอื่นๆ ในเมืองชิซุโอะกะ อีก 100 แห่ง แม้ว่าจะมีปริมาณซิเซียมในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ก็ตาม
ที่มา : AFP
|
โดยใบชาดังกล่าวตรวจพบสารซิเซียมในปริมาณ 679 Bq/kg ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้พบค่าซิเซียมไม่เกิน 500 Bq/kg นับว่าเป็นครั้งแรกที่ตรวจพบสารกัมมันตรังสีเกินกำหนดในชาเมืองชิซุโอะกะ ซึ่งเมืองดังกล่าวผลิตชาถึง 35,000 ตันต่อปี
คาดว่าสาเหตุการปนเป! ื้อนน่าจะมาจากการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีจากบริเวณโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิจิ ที่ห่างจากเมืองดังกล่าว 360 กิโลเมตร เนื่องจากสารกัมมันตรังสีมีการแพร่กระจายทั้งทางอากาศ ทางดินและทางทะเล จึงอาจต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าครึ่งปี เพื่อทำให้คงที่
ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าจะสุ่มตรวจใบชาของโรงงานชาอื่นๆ ในเมืองชิซุโอะกะ อีก 100 แห่ง แม้ว่าจะมีปริมาณซิเซียมในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ก็ตาม
ที่มา : AFP
วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ญี่ปุ่นบังคับติดฉลากอาหารที่มีมะละกอ GMO เป็นส่วนประกอบ
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2554 ญี่ปุ่นแจ้งเวียนสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เกี่ยวกับการแก้ไขกฎระเบียบภายใต้กฎหมายสุขอนามัยอาหาร (Food Sanitaion Law)โดยกำหนดให้ติดฉลาก (ภาคบังคับ) มะละกอตัดต่อพันธุกรรม (GMO) และผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีมะละกอ GMO เป็นส่วนประกอบหลัก
ญี่ปุ่นบังคับติดฉลากสินค้า GMO 7 ชนิด ได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวโพด เป็นต้น ซึ่งครอบคลุมสินค้า 32 รายการ เช่น เต้าหู้ ข้าวโพดอบกรอบ
ทั้งนี้เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่! 13 มิถุนายน 2554
ที่มา : มกอช.
ญี่ปุ่นบังคับติดฉลากสินค้า GMO 7 ชนิด ได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวโพด เป็นต้น ซึ่งครอบคลุมสินค้า 32 รายการ เช่น เต้าหู้ ข้าวโพดอบกรอบ
ทั้งนี้เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่! 13 มิถุนายน 2554
ที่มา : มกอช.
ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์แก้ไขค่า MRL สาร cypermethrin และProfenofos
ตามที่ มกอช. ได้เคยยื่นข้อเสนอให้ออสเตรเลียกำหนดค่า MRL สารกำจัดศัตรูพืช 2 รายการ ในผักผลไม้เมืองร้อน โดยจัดส่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ให้ออสเตรเลีย ต่อมาเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2554 สำนักงานมาตรฐานอาหารออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (FSANZ) แจ้งเวียนเอกสาร proposal M1006 Maximum Residue Limits (October 2009-March 2010) แจ้งผลการพิจารณาขั้นสุดท้าย โดยยอมรับค่า MRL ที่ไทยเสนอไป โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้
1. สาร Cypermethrin ในทุเรียนที่ระดับ 1 mg/kg ในลำไยที่ระดับ 1 mg/kg และในพริกที่ระดับ 1 mg/kg
&nbs! p; 2. สาร Profenofos ในมังคุดที่ระดับ 5 mg/kg
ที่มา : มกอช
1. สาร Cypermethrin ในทุเรียนที่ระดับ 1 mg/kg ในลำไยที่ระดับ 1 mg/kg และในพริกที่ระดับ 1 mg/kg
&nbs! p; 2. สาร Profenofos ในมังคุดที่ระดับ 5 mg/kg
ที่มา : มกอช
ป้ายกำกับ:
แก้ไข,
ค่า MRL,
นิวซีแลนด์,
สาร,
ออสเตรเลีย,
cypermethrin,
Profenofos
ซาอุฯ ไฟแดงนำเข้าผักกระป๋องและสลัดจากยุโรป
หลังจากกระทรวงเกษตรซาอุดิอาระเบียประกาศระงับการนำเข้าผักสดจากยุโรปชั่วคราว ล่าสุดองค์การอาหารและยาซาอุดิอาระเบีย (SFDA) ได้ระงับการนำเข้าผักกระป๋องและสลัดจากยุโรปเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่สั่งการให้ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ตามจุดเข้าประเทศทุกจุดให้คอยสังเกตและป้องกันการเข้ามาของสินค้าที่ถูกระงับการนำเข้า ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันการเข้ามาของสินค้าปนเปื้อนเชื้อ E.coli และมีผลบังคับใช้เมื่อวันพุธที่ 8 มิถุนายน 2554 รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรกล่าวว่าการระงับจะมีผลจนกว่าจะทราบสาเหตุของการแพร่ระบาดที่แน่ชัด
ที่มา : Gulfnews
ที่มา : Gulfnews
อียูเตรียมงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจาก E. coli
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2554 นาย Dacian Cilos กรรมาธิการสหภาพยุโรปด้านเกษตรกล่าว ณ ที่ประชุมรัฐมนตรีเกษตรในสหภาพยุโรป ว่าจะเสนอเงินเป็นจำนวนอย่างน้อย 150 ล้านยูโร (219 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อชดเชยให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อ E. coli เช่นผู้ปลูกมะเขือเทศ ผักกาดหอม และแตงกวา
ขณะที่มีการประเมินว่าเกษตรกรสเปนได้รับความเสียหายจากการจำหน่ายเป็นมูลค่า 200 ล้านยูโรตั้งแต่ช่วงแรกที่เยอรมนีกล่าวหาว่าแตงกวาสเปนเป็นที่มาของเชื้อ E. coli
&n! bsp; สมาคม Freshfel ซึ่งเป็นสมาคมพืชผักสดของสหภาพยุโรประบุว่า การประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจประจำสัปดาห์ครั้งล่าสุดของเนเธอร์แลนด์อยู่ที่ 80 ล้านยูโร เยอรมนี 20 ล้านยูโร เบลเยียม 4 ล้านยูโร และสเปน 200 ล้านยูโร
ที่มา : Reuters
ขณะที่มีการประเมินว่าเกษตรกรสเปนได้รับความเสียหายจากการจำหน่ายเป็นมูลค่า 200 ล้านยูโรตั้งแต่ช่วงแรกที่เยอรมนีกล่าวหาว่าแตงกวาสเปนเป็นที่มาของเชื้อ E. coli
&n! bsp; สมาคม Freshfel ซึ่งเป็นสมาคมพืชผักสดของสหภาพยุโรประบุว่า การประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจประจำสัปดาห์ครั้งล่าสุดของเนเธอร์แลนด์อยู่ที่ 80 ล้านยูโร เยอรมนี 20 ล้านยูโร เบลเยียม 4 ล้านยูโร และสเปน 200 ล้านยูโร
ที่มา : Reuters
บราซิลไฟเขียวไรตัวห้ำ
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2553 บราซิลแจ้งเวียนต่อประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เรื่องการเสนอร่างแก้ไข RE No. 165 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2546 โดยอนุญาตให้ไรตัวห้ำ (neoseiulus californicus) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554
ไรตัวห้ำเป็นสิ่งมีชีวิตในกลุ่มแมงมุม ซึ่งช่วยเกษตรกรกินสิ่งมีชีวิตเช่นศัตรูพืช เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เป็นต้น
ที่มา : มกอช
ไรตัวห้ำเป็นสิ่งมีชีวิตในกลุ่มแมงมุม ซึ่งช่วยเกษตรกรกินสิ่งมีชีวิตเช่นศัตรูพืช เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เป็นต้น
ที่มา : มกอช
วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2554
USDAตรวจพบสารกำจัดแมลงที่ไม่ผ่านการรับรองมากกว่า 30 ชนิดในผักชี
จากการตรวจตัวอย่างผักชีโดยกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) ซึ่งผักชีเป็นสมุนไพรสดชนิดแรกที่ถูกสุ่มตรวจและพบสารกำจัดแมลงที่ไม่ผ่านการรับรองอย่างน้อย 34 ชนิด ซึ่งในปี 2552 พบสารกำจัดแมลงอย่างน้อยหนึ่งชนิดในผักชี 94 ตัวอย่าง จากทั้งหมด 184 ตัวอย่าง
นาย Chris Campbell นักวิเคราะห์สารกำจัดแมลงกล่าวถึงข้อมูลการพบสารกำจัดแมลงในผักชีอย่างน้อยหนึ่งชนิดสูงถึง 44 % ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับการพบสารกำจัดแมลงในผักโขมและแอปเปิ้ลซึ่งพบเพียง 5 และ 2 %ตามลำดับ การตรวจพบสารกำจัดแมลงนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อเกษตรกรผู้เพา! ะปลูกผักชี เนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคม ทางองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (USFDA) ได้ตีพิมพ์หนังสือแนะนำแนวทางปฎิบัติเนื่องจากมีการพบเชื้อ salmonella 28 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2547 และเตือนให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยในผักชี
ถึงแม้สารกำจัดแมลงที่ตรวจพบจะไม่ผ่านการรับรองให้ใช้ในการปลูกผักชี ได้แก่สาร quintozene และ diazanon มีปริมาณเกินระดับที่กฎหมายกำหนด ในขณะที่สารชนิดอื่นๆ อยู่ในปริมาณที่กำหนดของสมุนไพรชนิดอื่น และพบสารที่ผ่านการรับรองให้ใช้ในผักชีคือสาร organophosphate chlorpyrifros แต่ทั้งนี้บางส่วนก็ตรวจพบว่ามีปริมาณเกินกำหนดกว่าสามเท่า ในตัวอย่างผักชี 37 %
ที่มา : Chicago Tribune
นาย Chris Campbell นักวิเคราะห์สารกำจัดแมลงกล่าวถึงข้อมูลการพบสารกำจัดแมลงในผักชีอย่างน้อยหนึ่งชนิดสูงถึง 44 % ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับการพบสารกำจัดแมลงในผักโขมและแอปเปิ้ลซึ่งพบเพียง 5 และ 2 %ตามลำดับ การตรวจพบสารกำจัดแมลงนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อเกษตรกรผู้เพา! ะปลูกผักชี เนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคม ทางองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (USFDA) ได้ตีพิมพ์หนังสือแนะนำแนวทางปฎิบัติเนื่องจากมีการพบเชื้อ salmonella 28 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2547 และเตือนให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยในผักชี
ถึงแม้สารกำจัดแมลงที่ตรวจพบจะไม่ผ่านการรับรองให้ใช้ในการปลูกผักชี ได้แก่สาร quintozene และ diazanon มีปริมาณเกินระดับที่กฎหมายกำหนด ในขณะที่สารชนิดอื่นๆ อยู่ในปริมาณที่กำหนดของสมุนไพรชนิดอื่น และพบสารที่ผ่านการรับรองให้ใช้ในผักชีคือสาร organophosphate chlorpyrifros แต่ทั้งนี้บางส่วนก็ตรวจพบว่ามีปริมาณเกินกำหนดกว่าสามเท่า ในตัวอย่างผักชี 37 %
ที่มา : Chicago Tribune
เวียดนามเฮ ยอดส่งออกทูน่าไปญี่ปุ่นพุ่ง
สมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตอาหารทะเลของเวียดนาม (VASEP) กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2554 เวียดนามส่งออกปลาทูนาไปญี่ปุ่นสูงถึง 434 ตัน คิดเป็นมูลค่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 264.5 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2553 ขณะที่ราคาที่ส่งออกก็เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ถึง 32% โดยเพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 6.98 ดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าน่าจะเป็นผลพวงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวไหวและสึนามิในญี่ปุ่น โดยในการส่งออกทูน่าทั้งหมดประกอบด้วยทูน่าสด 89.5% และผลิตภัณฑ์ทูน่าแปรรูป 10.5 %
ที่มา : FIS
ที่มา : FIS
ถั่วงอกไม่ใช่สาเหตุการระบาดเชื้อ E. coli
เจ้าหน้าที่เยอรมันกล่าวว่า ผลการทดสอบเบื้องต้นระบุว่า ถั่วงอกจากฟาร์มเกษตรอินทรีย์ในตอนเหนือของประเทศไม่ใช่สาเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อ E. coli
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2554 กระทรวงเกษตรของรัฐ Lower-Saxony กล่าวว่า จากการทดสอบถั่วงอก 32 ตัวอย่าง จาก 40 ตัวอย่างจากฟาร์มที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อดังกล่าวปรากฎว่าไม่พบเชื้อ E. coli และผลการทดสอบในขั้นต่อไปยังไม่เสร็จสิ้น
การแพร่ระบาดของเชื้อ E .coli ในเยอรมนีทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อ! ย 22 ราย และมีผู้ป่วยกว่า 2,300 รายทั่วยุโรป ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่ผู้บริโภคในการรับประทานผักสด
ที่มา : ABC News
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2554 กระทรวงเกษตรของรัฐ Lower-Saxony กล่าวว่า จากการทดสอบถั่วงอก 32 ตัวอย่าง จาก 40 ตัวอย่างจากฟาร์มที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อดังกล่าวปรากฎว่าไม่พบเชื้อ E. coli และผลการทดสอบในขั้นต่อไปยังไม่เสร็จสิ้น
การแพร่ระบาดของเชื้อ E .coli ในเยอรมนีทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อ! ย 22 ราย และมีผู้ป่วยกว่า 2,300 รายทั่วยุโรป ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่ผู้บริโภคในการรับประทานผักสด
ที่มา : ABC News
วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554
Wisconsin ใช้ Facebook ลอบซื้อตั๋วแลกอาหารผิดกฎหมาย
พบการลอบค้าขายตั๋วแลกอาหาร (Food Stamp) ในสหรัฐอเมริกา โดยพบผู้กระทำผิด 9 รายที่เมือง Milwaukee และกว่า 70 รายทั่วประเทศที่ใช้ Facebook เป็นช่องทางซื้อหรือจำหน่ายตั๋วแลกอาหารอย่างผิดกฎหมายหรือเพื่อส่งเสริมการกระทำดังกล่าว โดยทางหน่วยงานสาธารณสุขประจำรัฐ Wisconsin จะแจ้งเรื่องนี้ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทราบต่อไป
ทั้งนี้ตั๋วแลกอาหาร อยู่ในโครงการ FoodShare ซึ่งมีใว้ช่วยเหลือผู้ยากไร้เท่านั้น ซึ่งผู้ต้องการสมัครรับตั๋วแลกอาหารจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุใว้ เช่น เป็นผู้พิการ คนต่างด้าว หรือ ผู้สูงอายุ และมีทรัพย์สินน้! อยกว่าตามที่เงื่อนไขกำหนด โดยโครงการดังกล่าวประจำรัฐ Wisconsin ดำเนินการโดยภาครัฐและภาคท้องถิ่นซึ่งใช้เงินของรัฐบาลกลางกว่า 1 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี
ที่มา : AP
ทั้งนี้ตั๋วแลกอาหาร อยู่ในโครงการ FoodShare ซึ่งมีใว้ช่วยเหลือผู้ยากไร้เท่านั้น ซึ่งผู้ต้องการสมัครรับตั๋วแลกอาหารจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุใว้ เช่น เป็นผู้พิการ คนต่างด้าว หรือ ผู้สูงอายุ และมีทรัพย์สินน้! อยกว่าตามที่เงื่อนไขกำหนด โดยโครงการดังกล่าวประจำรัฐ Wisconsin ดำเนินการโดยภาครัฐและภาคท้องถิ่นซึ่งใช้เงินของรัฐบาลกลางกว่า 1 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี
ที่มา : AP
แคนาดาเรียกคืนอาหาร หวั่นอาหารก่อภูมิแพ้
สำนักงานตรวจสอบอาหารแคนาดา (CFIA) ประกาศเตือนผู้บริโภคถึงอาหารที่ปนเปื้อนอาหารก่อภูมิแพ้หลายชนิด พร้อมทั้งเรียกคืนอาหารเหล่านี้ อาทิ Fruit Explosion Trail Mix , Berry Delight Trail Mix, Raw and Shelled Sunflower Seeds, Blueberry Maple Granola, Cranberry Apple Granola เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีงาผสมอยู่ แต่ไม่ได้ระบุไว้บนฉลากอาหาร
นอกจากนี้ ยังมีขนมอบรสงาดำที่มีถั่วลิสงผสมอยู่ แต่ไม่ได้ระบุไว้บนฉลากเช่นกัน ขณะเดียวกันขนมขบเคี้ยวและขนมหวานที่นำเข้าจากอินเดียถูกเรียกคืน เนื่องจากมีสารซัลไฟต์ปนอยู่โดยไม่ได้ระบุไว้บนฉลาก !
ที่มา : Montreal Gazette
นอกจากนี้ ยังมีขนมอบรสงาดำที่มีถั่วลิสงผสมอยู่ แต่ไม่ได้ระบุไว้บนฉลากเช่นกัน ขณะเดียวกันขนมขบเคี้ยวและขนมหวานที่นำเข้าจากอินเดียถูกเรียกคืน เนื่องจากมีสารซัลไฟต์ปนอยู่โดยไม่ได้ระบุไว้บนฉลาก !
ที่มา : Montreal Gazette
คาดปี 54 จีนนำเข้าข้าวโพดเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองเท่า
นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมเกษตรคาดการณ์ว่าปี 2554 จีนจะนำเข้าข้าวโพดเพิ่มขึ้นหลายเท่า เนื่องจากภาคชนบทมีรายได้ปรับตัวสูงขึ้น จึงทำให้การบริโภคเนื้อสุกรเพิ่มสูงขึ้น โดยข้าวโพดเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารสุกร ซึ่งปีนี้จำนวนประชากรสุกรเลี้ยงเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงฟื้นฟู หลังจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดโรคปากเท้าเปื่อยและไข้หวัดสุกรเมื่อปี 2553 ที่ต้องกำจัดสัตว์จำนวนมาก เป็นไปได้ว่าจำนวนประชากรสุกรอาจเพิ่มขึ้น 1% จาก 453 ล้านตัว ในปี 2553
ในปี 2553 จีนนำเข้าข้าวโพด 1.6 ล้านตัน ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 15 ปี และมากกว่าปี 2552 ถึง 17 เท่า ในขณะที! ่ปี 2554 นี้ จีนนำเข้าข้าวโพดแล้วมากกว่า 1 ล้านตันภายในห้าเดือนแรก
ที่มา : All about feed
ในปี 2553 จีนนำเข้าข้าวโพด 1.6 ล้านตัน ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 15 ปี และมากกว่าปี 2552 ถึง 17 เท่า ในขณะที! ่ปี 2554 นี้ จีนนำเข้าข้าวโพดแล้วมากกว่า 1 ล้านตันภายในห้าเดือนแรก
ที่มา : All about feed
ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้มะกันเพิ่มความระวังเชื้อ E.coli
หลังจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ E.coli ทั้งในญี่ปุ่นที่มีผู้ป่วยกว่า 100 ราย และเสียชีวิต 4 ราย และที่ยุโรปที่ขณะนี้มีผู้ป่วยกว่า 1,534 ราย และเสียชีวิต 17 ราย Bill Marler อัยการความปลอดภัยอาหารเรียกร้องให้องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (USFDA) และหน่วยงานความปลอดภัยอาหารต่างๆทั่วโลกขึ้นทะเบียนเชื้อ E.coli ที่เป็นสายพันธุ์อันตรายทุกชนิดนอกเหนือจากสายพันธุ์ O157 เป็นเชื้อปนเปื้อนที่ลดคุณภาพอาหารและสร้างวิธีการตรวจสอบอ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกฎข้อบังคับให้ผู้ผลิต ผู้กระจายสินค้า หรือ ผู้จำหน่าย ตรวจการปนเปื้อน E.coli นอกจากสายพันธุ์ O157
ที่มา : EON
ที่มา : EON
ป้ายกำกับ:
เชื้อ E.coli,
ผู้เชี่ยวชาญ,
มะกัน,
ระวัง,
เรียกร้อง
จีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ พักนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารจากไต้หวัน
ทางการจีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ พร้อมใจกันประกาศระงับพักการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารปนเปื้อนสารไดเอทิลเฮกซิลพทาเลต (DEHP) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ที่ผลิตโดยบริษัทไต้หวัน 10 ราย ขณะที่ ไต้หวันรับรองร่างกฎหมายการเพิ่มโทษปรับสูงสุด 33 เท่า แก่ผู้ผลิตที่ใช้สาร DEHP
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2554 คณะรัฐมนตรีไต้หวัน ได้รับรองร่างกฎหมายการเพิ่มโทษปรับสูงสุด 33 เท่า แก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้สาร DEHP ในการผลิตสินค้า โดยจะถูกปรับเป็นเงินจำ! นวน 10 ล้านเหรียญไต้หวัน (ราว 350,000 ดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้เพียง 300,000 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ยังอาจได้รับการตัดสินโทษจำคุก 5 ปี ขณะนี้ อยู่ระหว่างการรอนุมัติขั้นสุดท้ายจากรัฐสภา ซึ่งจะผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการก่อนวันที่ 14 มิถุนายน 2554
เว็บไซต์สำนักงานตรวจสอบคุณภาพจีนเปิดเผย รายชื่อสินค้าต้องห้ามจากไต้หวัน 19 ชนิด ซึ่งปนเปื้อนสาร DEHP (Diethyhexylpthalate) ได้แก่ เครื่องดื่มเกลือแร่ น้ำผลไม้ ชา เยลลี่ผลไม้ และแป้งดัดแปลงที่ใช้เป็นสารปรุงแต่งอาหาร เป็นต้น หลังจากที่มีข่าวสินค้าไต้หวันปนเปื้อนสาร DEHP ทางการฟิลิปปินส์และฮ่องกง ได้จำกัดการนำเข้าและการจำหน่ายสินค้าจากไต้หวัน ขณะที่สำนักงาน อย. เกาหลีใต้ ได้สั่งการห้ามนำเข้าสินค้าจากไต้หวันแล้วเช่นกัน
เมื่อวันที่ 3! 1 พฤษภาค ม 2554 ฮ่องกงได้สั่งห้ามนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องดื่มจากไต้หวัน และในวันที่ 1 มิถุนายน 2554 ได้เรียกคืนยาแก้ปวดท้อง Well Tab หลังจากตรวจพบสาร DEHP นอกจากนี้ ยังเรียกคืนสินค้าอีก 5 ชนิด โดยส่วนใหญ่เป็น สินค้าประเภทวิตามินชนิดเม็ด ที่ผลิตโดยบริษัทท้องถิ่นที่ใช้ตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบจากไต้หวัน
ขณะที่ สำนักงานอาหารและยาฟิลิปปินส์ ได้สั่งการเรียกคืนสินค้านำเข้าจากไต้หวัน ราว 300 ชนิด พร้อมทั้งประกาศแจ้งต่อสาธารณะว่า ห้ามบริโภคสินค้าดังกล่าว และสั่งห้ามจำหน่ายสินค้าเหล่านั้น หลังจากทราบว่า สาร DEHP อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ในสัปดาห์นี้ ไต้หวันได้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพอาหารทั่วประเทศ เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนสารDEHP หรือ สารพลาสติไซเซอร์ตัวอื่นๆ และได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์เครื่องดื่! มเกลือแร่และน้ำผลไม้ ที่พบว่ามีส่วนประกอบของสารอันตราย DEHP มากกว่า 460,000 ขวด
ไต้หวันได้ตรวจพบผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารและเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนสาร DEHP มากกว่า 506 ชนิด และได้จับกุมเจ้าของบริษัทผู้ผลิตสินค้าที่ใช้สาร DEHP โดยเจ้าของบริษัทดังกล่าวจะถูกจำคุก 6 เดือน นอกจากนี้ได้กำหนดบทลงโทษขั้นรุนแรงสำหรับผู้ที่จำหน่ายสินค้าปนเปื้อนสารดังกล่าว โดยจะปรับเพิ่มสูงสุดอีก 33 เท่า
ทั้งนี้ DEHP เป็นสารพลาสติไซเซอร์ที่ทำให้พลาสติกอ่อนตัว ใช้ผสมในโพลิเมอร์หรือผลิตภัณฑ์พลาสติกพีวีซีบรรจุอาหาร อีกทั้งใช้ผสมในอาหารได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติทำให้สารละลายไม่ตกตะกอน เครื่องดื่มจะดูเข้มข้นเสมอกันตลอดขวด นอกจากสาร DEHP แล้ว ก็ยังมีอาทิ DNOP, BBP, DBP, DINP, DIDP ตามกฎระเบียบของสำนักงาน อย.ไ! ต้หวันระบุว่า ปริมาณสาร DEHP ในผลิตภัณฑ์พลาสติกหรือของเล่นเด็ก! ห้ามเกิ น 1.5 ppm และห้ามใส่ลงในอาหารหรือเครื่องดื่ม เพราะการบริโภคสารดังกล่าวเป็นเวลานานจะทำลายตับและไต ระบบสืบพันธุ์ ไปถึงขึ้นเป็นมะเร็ง
อนึ่ง ไต้หวันเผชิญวิกฤตความปลอดภัยอาหารครั้งใหญ่จากการตรวจสอบคุณภาพอาหารทั่วประเทศ ที่เผยออกมาเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2554 โดยเจ้าหน้าที่พบสาร DEHP ปนเปื้อนในคลาวดิ่ง (Clouding agent) ที่ผสมในเครื่องดื่มเกลือแร่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครื่องดื่มน้ำผลไม้บางกลุ่มก็พบพลาสติไซเซอร์ตัวอื่นๆปนเปื้อนด้วยได้แก่ DNOP, BBP, DBP, DINP, DIDP
สำหรับคลาวดิ่ง กฎหมายให้การรับรองเป็นสารปรุงแต่งอาหาร คลาวดิ่งเป็นเคมีอาหารชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความขุ่นให้กับเครื่องดื่ม , ทำให้ผลิตภัณฑ์มีลักษณะดีขึ้น น่าบริโภคมากขึ้น ผู้ผลิตจึงมักใช้ในน้ำผลไม้ ,เยลลี่ผลไม้, ส่วน! ผสมของผงโยเกิร์ต และเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2554 คณะรัฐมนตรีไต้หวัน ได้รับรองร่างกฎหมายการเพิ่มโทษปรับสูงสุด 33 เท่า แก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้สาร DEHP ในการผลิตสินค้า โดยจะถูกปรับเป็นเงินจำ! นวน 10 ล้านเหรียญไต้หวัน (ราว 350,000 ดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้เพียง 300,000 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ยังอาจได้รับการตัดสินโทษจำคุก 5 ปี ขณะนี้ อยู่ระหว่างการรอนุมัติขั้นสุดท้ายจากรัฐสภา ซึ่งจะผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการก่อนวันที่ 14 มิถุนายน 2554
เว็บไซต์สำนักงานตรวจสอบคุณภาพจีนเปิดเผย รายชื่อสินค้าต้องห้ามจากไต้หวัน 19 ชนิด ซึ่งปนเปื้อนสาร DEHP (Diethyhexylpthalate) ได้แก่ เครื่องดื่มเกลือแร่ น้ำผลไม้ ชา เยลลี่ผลไม้ และแป้งดัดแปลงที่ใช้เป็นสารปรุงแต่งอาหาร เป็นต้น หลังจากที่มีข่าวสินค้าไต้หวันปนเปื้อนสาร DEHP ทางการฟิลิปปินส์และฮ่องกง ได้จำกัดการนำเข้าและการจำหน่ายสินค้าจากไต้หวัน ขณะที่สำนักงาน อย. เกาหลีใต้ ได้สั่งการห้ามนำเข้าสินค้าจากไต้หวันแล้วเช่นกัน
เมื่อวันที่ 3! 1 พฤษภาค ม 2554 ฮ่องกงได้สั่งห้ามนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องดื่มจากไต้หวัน และในวันที่ 1 มิถุนายน 2554 ได้เรียกคืนยาแก้ปวดท้อง Well Tab หลังจากตรวจพบสาร DEHP นอกจากนี้ ยังเรียกคืนสินค้าอีก 5 ชนิด โดยส่วนใหญ่เป็น สินค้าประเภทวิตามินชนิดเม็ด ที่ผลิตโดยบริษัทท้องถิ่นที่ใช้ตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบจากไต้หวัน
ขณะที่ สำนักงานอาหารและยาฟิลิปปินส์ ได้สั่งการเรียกคืนสินค้านำเข้าจากไต้หวัน ราว 300 ชนิด พร้อมทั้งประกาศแจ้งต่อสาธารณะว่า ห้ามบริโภคสินค้าดังกล่าว และสั่งห้ามจำหน่ายสินค้าเหล่านั้น หลังจากทราบว่า สาร DEHP อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ในสัปดาห์นี้ ไต้หวันได้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพอาหารทั่วประเทศ เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนสารDEHP หรือ สารพลาสติไซเซอร์ตัวอื่นๆ และได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์เครื่องดื่! มเกลือแร่และน้ำผลไม้ ที่พบว่ามีส่วนประกอบของสารอันตราย DEHP มากกว่า 460,000 ขวด
ไต้หวันได้ตรวจพบผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารและเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนสาร DEHP มากกว่า 506 ชนิด และได้จับกุมเจ้าของบริษัทผู้ผลิตสินค้าที่ใช้สาร DEHP โดยเจ้าของบริษัทดังกล่าวจะถูกจำคุก 6 เดือน นอกจากนี้ได้กำหนดบทลงโทษขั้นรุนแรงสำหรับผู้ที่จำหน่ายสินค้าปนเปื้อนสารดังกล่าว โดยจะปรับเพิ่มสูงสุดอีก 33 เท่า
ทั้งนี้ DEHP เป็นสารพลาสติไซเซอร์ที่ทำให้พลาสติกอ่อนตัว ใช้ผสมในโพลิเมอร์หรือผลิตภัณฑ์พลาสติกพีวีซีบรรจุอาหาร อีกทั้งใช้ผสมในอาหารได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติทำให้สารละลายไม่ตกตะกอน เครื่องดื่มจะดูเข้มข้นเสมอกันตลอดขวด นอกจากสาร DEHP แล้ว ก็ยังมีอาทิ DNOP, BBP, DBP, DINP, DIDP ตามกฎระเบียบของสำนักงาน อย.ไ! ต้หวันระบุว่า ปริมาณสาร DEHP ในผลิตภัณฑ์พลาสติกหรือของเล่นเด็ก! ห้ามเกิ น 1.5 ppm และห้ามใส่ลงในอาหารหรือเครื่องดื่ม เพราะการบริโภคสารดังกล่าวเป็นเวลานานจะทำลายตับและไต ระบบสืบพันธุ์ ไปถึงขึ้นเป็นมะเร็ง
อนึ่ง ไต้หวันเผชิญวิกฤตความปลอดภัยอาหารครั้งใหญ่จากการตรวจสอบคุณภาพอาหารทั่วประเทศ ที่เผยออกมาเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2554 โดยเจ้าหน้าที่พบสาร DEHP ปนเปื้อนในคลาวดิ่ง (Clouding agent) ที่ผสมในเครื่องดื่มเกลือแร่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครื่องดื่มน้ำผลไม้บางกลุ่มก็พบพลาสติไซเซอร์ตัวอื่นๆปนเปื้อนด้วยได้แก่ DNOP, BBP, DBP, DINP, DIDP
สำหรับคลาวดิ่ง กฎหมายให้การรับรองเป็นสารปรุงแต่งอาหาร คลาวดิ่งเป็นเคมีอาหารชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความขุ่นให้กับเครื่องดื่ม , ทำให้ผลิตภัณฑ์มีลักษณะดีขึ้น น่าบริโภคมากขึ้น ผู้ผลิตจึงมักใช้ในน้ำผลไม้ ,เยลลี่ผลไม้, ส่วน! ผสมของผงโยเกิร์ต และเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554
รัสเซียไฟแดงนำเข้าผักสดจาก EU หวั่น E. coli
รัสเซียห้ามการนำเข้าผักสดทุกชนิดจากสหภาพยุโรปเนื่องจากเหตุการณ์เชื้อ E. coli ระบาดในเยอรมนี โดยหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของรัสเซียกล่าวว่า จะมีการยึดผักที่ผลิตในยุโรปซึ่งมีวางจำหน่ายทั่วรัสเซีย
นาย Gennady Onishchenko หัวหน้าหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคประกาศการขยายการห้ามนำเข้าผักสดเพิ่มเป็นทั่วทั้งสหภาพยุโรป ซึ่งก่อนหน้านั้น รัสเซียได้ห้ามเฉพาะการนำเข้าฝักสดจากสเปนและเยอรมนี และเจ้าหน้าที่ภาษีศุลกากรรัสเซียได้รับคำสั่งให้หยุดการนำเข้าผักจากสหภาพยุโรป
&nb! sp; นาย Frederic Vincent โฆษกคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป กล่าวว่า สหภาพยุโรปเห็นว่าการที่รัสเซียห้ามนำเข้าผักจากยุโรปเป็นการกระทำที่มากเกินไปและจะทำให้เกิดการประท้วง และเพิ่มเติมว่า มูลค่าการส่งออกผักสดจากสหภาพยุโปรไปยังรัสเซียอยู่ที่ 600 ล้านยูโร ต่อปี ซึ่งคิดเป็น 25 % ของการส่งออกทั้งหมด โดยประเทศสเปน ฝรั่งเศส เยอรมนี และโปแลนด์ เป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุด
ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าเชื้อแบคทีเรีย E.coli ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคระบาดครั้งนี้เป็นสายพันธุ์ใหม่ และแตงกวาที่ติดเชื้อโรคดังกล่าวเป็นสาเหตุของการระบาดไม่น่าจะเป็นจริง ประกอบกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเยอรมนีสารภาพว่าไม่ทราบว่าแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคมาจากแหล่งใด
ที่มา : BBC News
นาย Gennady Onishchenko หัวหน้าหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคประกาศการขยายการห้ามนำเข้าผักสดเพิ่มเป็นทั่วทั้งสหภาพยุโรป ซึ่งก่อนหน้านั้น รัสเซียได้ห้ามเฉพาะการนำเข้าฝักสดจากสเปนและเยอรมนี และเจ้าหน้าที่ภาษีศุลกากรรัสเซียได้รับคำสั่งให้หยุดการนำเข้าผักจากสหภาพยุโรป
&nb! sp; นาย Frederic Vincent โฆษกคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป กล่าวว่า สหภาพยุโรปเห็นว่าการที่รัสเซียห้ามนำเข้าผักจากยุโรปเป็นการกระทำที่มากเกินไปและจะทำให้เกิดการประท้วง และเพิ่มเติมว่า มูลค่าการส่งออกผักสดจากสหภาพยุโปรไปยังรัสเซียอยู่ที่ 600 ล้านยูโร ต่อปี ซึ่งคิดเป็น 25 % ของการส่งออกทั้งหมด โดยประเทศสเปน ฝรั่งเศส เยอรมนี และโปแลนด์ เป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุด
ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าเชื้อแบคทีเรีย E.coli ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคระบาดครั้งนี้เป็นสายพันธุ์ใหม่ และแตงกวาที่ติดเชื้อโรคดังกล่าวเป็นสาเหตุของการระบาดไม่น่าจะเป็นจริง ประกอบกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเยอรมนีสารภาพว่าไม่ทราบว่าแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคมาจากแหล่งใด
ที่มา : BBC News
สหภาพยุโรปเกาะติดการแพร่ระบาดเชื้อ E.coli – คาด ‘ถั่วงอก’ ต้นตอการปนเปื้อน
หลังจากทางสหภาพยุโรปการทราบการแพร่ระบาดของเชื้อ E.coli ที่ก่อสารพิษ Shiga-Toxin เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ได้มีการเปิดระบบเครือข่ายต่างๆในการแจ้งข่าวได้แก่ รายงานการแจ้งเตือนภัยเร่งด่วนสำหรับอาหารและอาหารสัตว์ (Rapid Alert System for Food and Feed, RASFF) และ ระบบเตือนภัยล่วงหน้าและการตอบสนอง (Early Warning and Response System, EWRS) เพื่อกระจายข่าวการพบและการกระจายที่มาของเชื้อในอาหารและคน สมาชิกสหภาพยุโรปออกคำแถลงการณ์จากการประชุมของคณะกรรมการด้านห่วงโซ่อาหารและอาหารสัตว์ (Standing Committee on the Food Chain and Animal Health) เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ระบุว่าทางสหภาพยุโรปจะปรับใช้ทุกมาตรกา! รที่จำเป็นทันทีที่พบสาเหตุการแพร่เชื้อที่แท้จริง โดยสหภาพยุโรปจะยึดการรับรองความปลอดภัยของสินค้าอาหารที่ออกสู่ตลาดเป็นหลัก เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
หัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปได้ส่งจดหมายเน้นย้ำว่าขณะนี้มีมาตรการควบคุมและการแก้ไขสถานการณ์ในยุโรปเพื่อป้องกันการเข้ามาของสินค้าปนเปื้อน และให้ผู้ประกอบธุรกิจอาหารทำตามเงื่อนไขด้านสุขอนามัยเพื่อป้องกันการปนเปื้อนในอาหารทั้งจากพืชและสัตว์
ขณะที่นาย Gert Lindemann โฆษกกระทรวงเกษตรของรัฐโลวเวอร์ แซกโซนี ทางตอนเหนือของเยอรมนี กล่าวในแถลงการณ์เตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการรับประทานถั่วงอก ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในสลัดผักหลังการตรวจสอบพบว่าน่าจะเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรีย E. coli โดยถั่วงอกดังกล่าวปลูกจากไร่แห่งหนึ่งในพื้นที่รัฐโลวเวอร์ แซกโซนี และถูกส่งไปยังร้านอาหารหลายแห่ง เป็นสาเหตุทำให้ร้านอาหารจำนวนมากในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศพบการแพร่! ระบาด ของเชื้อ E. coli ซึ่งทำให้ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิต 2! 2 คน และ อีกกว่า 2,200 คนในยุโรปล้มป่วย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังได้เตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการรับประทานมะเขือเทศ แตงกวา และกะหล่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง
ที่มา : สหภาพยุโรป - ไทยรัฐ
หัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปได้ส่งจดหมายเน้นย้ำว่าขณะนี้มีมาตรการควบคุมและการแก้ไขสถานการณ์ในยุโรปเพื่อป้องกันการเข้ามาของสินค้าปนเปื้อน และให้ผู้ประกอบธุรกิจอาหารทำตามเงื่อนไขด้านสุขอนามัยเพื่อป้องกันการปนเปื้อนในอาหารทั้งจากพืชและสัตว์
ขณะที่นาย Gert Lindemann โฆษกกระทรวงเกษตรของรัฐโลวเวอร์ แซกโซนี ทางตอนเหนือของเยอรมนี กล่าวในแถลงการณ์เตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการรับประทานถั่วงอก ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในสลัดผักหลังการตรวจสอบพบว่าน่าจะเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรีย E. coli โดยถั่วงอกดังกล่าวปลูกจากไร่แห่งหนึ่งในพื้นที่รัฐโลวเวอร์ แซกโซนี และถูกส่งไปยังร้านอาหารหลายแห่ง เป็นสาเหตุทำให้ร้านอาหารจำนวนมากในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศพบการแพร่! ระบาด ของเชื้อ E. coli ซึ่งทำให้ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิต 2! 2 คน และ อีกกว่า 2,200 คนในยุโรปล้มป่วย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังได้เตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการรับประทานมะเขือเทศ แตงกวา และกะหล่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง
ที่มา : สหภาพยุโรป - ไทยรัฐ
อียูเริ่มไฟแดงห้ามใช้ขวดนมปนเปื้อนสารบีพีเอและห้ามนำเข้า
สหภาพยุโรปได้ประกาศห้ามใช้ขวดนมเด็กที่ปนเปื้อนสารเคมี บิสฟีนอล-เอ (บีพีเอ) (Bisphenol A: BPA) เนื่องจากพบว่าสารเคมีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก
ทั้งปฏิกิริยาตอบสนองเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคและกระตุ้นให้เกิดเนื้องอกในเด็กที่ดื่มนมจากขวดพลาสติกดังกล่าว โดยจะเริ่มห้ามการนำเข้าและจำหน่ายขวดนมพลาสติกปนเปื้อนสารดังกล่าวในวันที่ 1 เดือนมิถุนายน 2554
นายจอห์น ดัลลี คณะกรรมาธิการกิจการนโยบายสาธารณสุขและ! ผู้บริโภคของสหภาพยุโรป กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคเนื่องจากมาตรการนี้ ไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภายุโรปและจะทำให้คำสั่งห้ามผลิตขวดนมทารกด้วยโพลีคาร์บอนเนตที่มีสารประกอบบีพีเอปนเปื้อนเป็นสิ่งผิดกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2554 และห้ามจำหน่าย รวมถึงการนำเข้าขวดนมปนเปื้อนสารบีพีเอในตลาดสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยจะมีผลตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายนปี 2554 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ แคนาดาเป็นประเทศแรกที่ระบุว่าสารบีพีเอเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ขณะที่มีโรงงานผลิตขวดพลาสติก 6 แห่ง ในสหรัฐฯ ยุติการนำสารเคมีดังกล่าวมาใช้ผลิตขวดพลาสติกซึ่งจำหน่ายภายในประเทศเมื่อปีที่แล้ว สำหรับสารบีพีเอมักนำมาใช้เพื่อทำให้ขวดเครื่องดื่มพลาสติกต่าง ๆ มีคุณภาพแข็งแรงและใสสะอาด
ที่มา : มติชน
ทั้งปฏิกิริยาตอบสนองเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคและกระตุ้นให้เกิดเนื้องอกในเด็กที่ดื่มนมจากขวดพลาสติกดังกล่าว โดยจะเริ่มห้ามการนำเข้าและจำหน่ายขวดนมพลาสติกปนเปื้อนสารดังกล่าวในวันที่ 1 เดือนมิถุนายน 2554
นายจอห์น ดัลลี คณะกรรมาธิการกิจการนโยบายสาธารณสุขและ! ผู้บริโภคของสหภาพยุโรป กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคเนื่องจากมาตรการนี้ ไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภายุโรปและจะทำให้คำสั่งห้ามผลิตขวดนมทารกด้วยโพลีคาร์บอนเนตที่มีสารประกอบบีพีเอปนเปื้อนเป็นสิ่งผิดกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2554 และห้ามจำหน่าย รวมถึงการนำเข้าขวดนมปนเปื้อนสารบีพีเอในตลาดสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยจะมีผลตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายนปี 2554 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ แคนาดาเป็นประเทศแรกที่ระบุว่าสารบีพีเอเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ขณะที่มีโรงงานผลิตขวดพลาสติก 6 แห่ง ในสหรัฐฯ ยุติการนำสารเคมีดังกล่าวมาใช้ผลิตขวดพลาสติกซึ่งจำหน่ายภายในประเทศเมื่อปีที่แล้ว สำหรับสารบีพีเอมักนำมาใช้เพื่อทำให้ขวดเครื่องดื่มพลาสติกต่าง ๆ มีคุณภาพแข็งแรงและใสสะอาด
ที่มา : มติชน
วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2554
พาณิชย์ เตือนผู้ส่งออกรับมือระบบควบคุมการทำประมงผิดกฎหมายของอียู
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ล่าสุดสหภาพยุโรปได้ออกกฎระเบียบรวมภายใต้ EU’s Fisheries Control Policy กำหนดระบบควบคุมการทำประมงที่ผิดกฎหมายและการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่ตลาดตั้งแต่จับปลาจนถึงผู้บริโภค (from net to plate)
ถึงแม้กฎระเบียบดังกล่าวจะบังคับใช้กับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป แต่ก็มีผลต่อการนำเข้าสินค้าประมงจากไทยด้วยกล่าวคือ จะต้องแนบใบรับรองการจับสัตว์น้ำ (Catch Certificate) ตามระเบียบ IUU Fishing นอกจากนี้สินค้าประมงที่จำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรปมีโอกาสถูกตรวจสอบได้ทุกจุดของห่วงโซ่ตลาด รวมทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งที่มาซึ่งการตรวจสอบจะมีการเก็บข้อมูลและตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ หากผู้ใดละเมิดกฎหมายจะถูกลงโทษตามความผิดและหากกระทำผิดซ้ำซ้อนก็จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตจับปลา
ทั้งนี้ สหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกสินค้าประมงสำคัญลำดับที่ 3 ของไทย รองจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น โดยในปี 2553 ไทยส่งออกสินค้าประมงแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูปไปสหภาพยุโรปมูลค่าประมาณ 37,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารของไทยไปยังสหภาพยุโรป และในปี 2554 (มกราคม-มีนาคม) ไทยส่งออกสินค้าประมงแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูปไปสหภาพยุโรปมูลค่าประมาณ 8,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อยละ 10
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์
ถึงแม้กฎระเบียบดังกล่าวจะบังคับใช้กับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป แต่ก็มีผลต่อการนำเข้าสินค้าประมงจากไทยด้วยกล่าวคือ จะต้องแนบใบรับรองการจับสัตว์น้ำ (Catch Certificate) ตามระเบียบ IUU Fishing นอกจากนี้สินค้าประมงที่จำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรปมีโอกาสถูกตรวจสอบได้ทุกจุดของห่วงโซ่ตลาด รวมทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งที่มาซึ่งการตรวจสอบจะมีการเก็บข้อมูลและตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ หากผู้ใดละเมิดกฎหมายจะถูกลงโทษตามความผิดและหากกระทำผิดซ้ำซ้อนก็จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตจับปลา
ทั้งนี้ สหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกสินค้าประมงสำคัญลำดับที่ 3 ของไทย รองจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น โดยในปี 2553 ไทยส่งออกสินค้าประมงแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูปไปสหภาพยุโรปมูลค่าประมาณ 37,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารของไทยไปยังสหภาพยุโรป และในปี 2554 (มกราคม-มีนาคม) ไทยส่งออกสินค้าประมงแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูปไปสหภาพยุโรปมูลค่าประมาณ 8,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อยละ 10
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์
พาณิชย์เผยสหรัฐฯ ออกคำแนะนำในการผลิตอาหารพร้อมบริโภคเพื่อลดการปนเปื้อน
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า หน่วยบริการตรวจสอบและความปลอดภัยอาหาร (The Food Safety Inspection Service: FSIS ) ภายใต้กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ได้ออกร่างคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการผลิตอาหารพร้อมบริโภค (Ready-to-Eat: RTE) นำไปใช้เป็นคู่มือการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนแบคทีเรียก่อโรคในระหว่างการผลิต
ร่างเอกสารคำแนะนำดังกล่าวจะเน้นให้ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงกระบวนการที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในระหว่างการผลิตโดยเฉพาะที่มาจากส่วนผสม เช่น ช่วงการเติมเครื่องเทศ เครื่องปรุงรสซึ่งไม่ได้ผ่านการทำความสะอาดอย่างเพียงพอและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
ทั้งนี้ ร่างคำแนะนำของ FSIS จะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกอบการ SME ให้สามารถพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการผลิตสินค้าอาหารของตนได้เป็นอย่างดี
ปี 2553 ไทยส่งออกสินค้า อาหารไปสหรัฐฯ มูลค่า 114,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ร้อยละ 6 ในปี 2554 (ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่าการส่งออก 32,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปี 2553 ซึ่งส่งออก 31,300 ล้านบาท
ที่มา : Infoquest
ร่างเอกสารคำแนะนำดังกล่าวจะเน้นให้ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงกระบวนการที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในระหว่างการผลิตโดยเฉพาะที่มาจากส่วนผสม เช่น ช่วงการเติมเครื่องเทศ เครื่องปรุงรสซึ่งไม่ได้ผ่านการทำความสะอาดอย่างเพียงพอและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
ทั้งนี้ ร่างคำแนะนำของ FSIS จะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกอบการ SME ให้สามารถพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการผลิตสินค้าอาหารของตนได้เป็นอย่างดี
ปี 2553 ไทยส่งออกสินค้า อาหารไปสหรัฐฯ มูลค่า 114,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ร้อยละ 6 ในปี 2554 (ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่าการส่งออก 32,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปี 2553 ซึ่งส่งออก 31,300 ล้านบาท
ที่มา : Infoquest
ป้ายกำกับ:
การผลิตอาหาร,
แนะนำ,
เผย,
พร้อมบริโภค,
พาณิชย์,
ลดการปนเปื้อน,
สหรัฐฯ
วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554
แคนาดาเตือน น้ำผลไม้นำเข้าจากใต้หวันอาจปนเปื้อน Phthalates
หน่วยงานตรวจสอบอาหารแคนาดา (CFIA) ออกมาเตือนประชาชนเรื่องน้ำผลไม้และเครื่องดื่มบางชนิดซึ่งนำเข้าจากไต้หวันอาจปนเปื้อนสาร Di-Ethyl Hexyl Phthalate (DEHP)
โดยการเรียกคืนน้ำผลไม้นำเข้าซึ่งถูกกระจายสินค้าไปในรัฐ British Columbia และ Ontario เกิดขึ้นหลังจากการพบสารปนเปื้อนดังกล่าว
CFIA กล่าวว่ากำลังทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขแคนาดา พันธมิตรด้านความปลอดภัยอาหารสากลและผู้นำเข้าเพื่อตรวจหาอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆที่ปนเปื้อนซึ่งอาจจะมีอยู่ในตลาดของแคนาดา โดยจะเรียกคืนผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนสารดังกล่าวและประกาศรายชื่อลงบนหน้าเวปไซต์ของ CFIA
ทั้งนี้ อันตรายของสาร phthalates ที่มีต่อสุขภาพจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับสารนั้นติดต่อกันเป็นเวลานาน จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ระดับของ DEHP อยู่ในอาหารซึ่งถูกเรียกคืนในไต้หวันนั้นไม่มีแนวโน้มว่าจะทำให้เกิดอาการพิษเฉียบพลันแต่อย่างใด
ที่มา : Food Safety News
โดยการเรียกคืนน้ำผลไม้นำเข้าซึ่งถูกกระจายสินค้าไปในรัฐ British Columbia และ Ontario เกิดขึ้นหลังจากการพบสารปนเปื้อนดังกล่าว
CFIA กล่าวว่ากำลังทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขแคนาดา พันธมิตรด้านความปลอดภัยอาหารสากลและผู้นำเข้าเพื่อตรวจหาอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆที่ปนเปื้อนซึ่งอาจจะมีอยู่ในตลาดของแคนาดา โดยจะเรียกคืนผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนสารดังกล่าวและประกาศรายชื่อลงบนหน้าเวปไซต์ของ CFIA
ทั้งนี้ อันตรายของสาร phthalates ที่มีต่อสุขภาพจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับสารนั้นติดต่อกันเป็นเวลานาน จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ระดับของ DEHP อยู่ในอาหารซึ่งถูกเรียกคืนในไต้หวันนั้นไม่มีแนวโน้มว่าจะทำให้เกิดอาการพิษเฉียบพลันแต่อย่างใด
ที่มา : Food Safety News
ผู้ฝ่าฝืนกฎความปลอดภัยด้านอาหารในจีนอาจได้รับโทษประหารชีวิต
ศาลสูงสุดประเทศจีนได้สั่งผู้พิพากษาทั่วประเทศปรับการลงโทษให้หนักขึ้นรวมถึงการประหารชีวิตผู้ทำผิดกฎความปลอดภัยด้านอาหารหลังจากการเกิดกรณีอื้อฉาวต่างๆ และยังมีการเสนอให้เพิ่มระยะเวลาการจำคุก และการปรับเงินสูงขึ้น และการประหารชีวิตให้ใช้ในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้มีการลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่รับสินบนและปกป้องผู้กระทำผิด การปรับนี้เป็นการขัดต่อแนวทางความพยายามของระบบตุลาการในประเทศจีน เนื่องจากจีนมีจำนวนการประหารชีวิตสูงกว่าทุกประเทศรวมกัน
ในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากอาหาร ผู้กระทำผิดจะได้รับโทษจำคุก 10 ขึ้นไปหรือประหารชีวิต
ที่มา : AFP
ในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากอาหาร ผู้กระทำผิดจะได้รับโทษจำคุก 10 ขึ้นไปหรือประหารชีวิต
ที่มา : AFP
ป้ายกำกับ:
กฎความปลอดภัย,
จีน,
ด้านอาหาร,
ประหารชีวิต,
ผู้ฝ่าฝืน,
รับโทษ
วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ความคืบหน้า...การติดฉลาก COOL เมืองผู้ดี
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2554 นาย Jim Paice รัฐมนตรีกระทรวงอาหาร แห่งสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า ขณะนี้ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และนมมากกว่า 500 ชนิด จากห้างค้าปลีก และร้านค้าทั่วไปในสหราชอาณาจักร ติดฉลากระบุแหล่งกำเนิดสินค้า (Country-of-Origin Labelling, COOL) ของส่วนประกอบแล้วโดยระบุแหล่งที่มาและแหล่งผลิต
นับเป็นการประเมินครั้งแรกของฉลาก COOL ซึ่งเป็นมาตรฐานแบบสมัครใจ หลังจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 เริ่มใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อให้ข้อมูลแหล่งกำเนิดสินค้าแบบชัดเจนยิ่งขึ้นแก่ผู้บริโภค
สำหรับสินค้าประเภทเบคอน ไส้กรอก และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปเล็กน้อยอื่นๆ ของสหราชอาณาจักร พบว่า 82% มีฉลาก COOL หลายแบบ โดย 67% ให้ข้อมูลแหล่งกำเนิดของส่วนประกอบของเนื้อสัตว์นั้นๆ และอีก 15% ระบุเพียงว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นผลิตที่ไหนเท่านั้น อาจกล่าวได้ว่า 1 ใน 5 ของผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุแหล่งกำเนิดสินค้า โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่มีความซับซ้อน เช่น พาย อาหารพร้อมรับประทาน พบว่า มีการติดฉลาก COOL เพียง 76%
แม้ว่าผลการสำรวจจะออกมาว่าต้องปรับปรุงอีก แต่ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีของภาคอุตสาหกรรมอาหารของสหราชอาณาจักร
ที่มา : Meat Poultry
นับเป็นการประเมินครั้งแรกของฉลาก COOL ซึ่งเป็นมาตรฐานแบบสมัครใจ หลังจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 เริ่มใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อให้ข้อมูลแหล่งกำเนิดสินค้าแบบชัดเจนยิ่งขึ้นแก่ผู้บริโภค
สำหรับสินค้าประเภทเบคอน ไส้กรอก และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปเล็กน้อยอื่นๆ ของสหราชอาณาจักร พบว่า 82% มีฉลาก COOL หลายแบบ โดย 67% ให้ข้อมูลแหล่งกำเนิดของส่วนประกอบของเนื้อสัตว์นั้นๆ และอีก 15% ระบุเพียงว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นผลิตที่ไหนเท่านั้น อาจกล่าวได้ว่า 1 ใน 5 ของผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุแหล่งกำเนิดสินค้า โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่มีความซับซ้อน เช่น พาย อาหารพร้อมรับประทาน พบว่า มีการติดฉลาก COOL เพียง 76%
แม้ว่าผลการสำรวจจะออกมาว่าต้องปรับปรุงอีก แต่ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีของภาคอุตสาหกรรมอาหารของสหราชอาณาจักร
ที่มา : Meat Poultry
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)